Wednesday, July 22, 2009

หยุด..หรือก้าวต่อ?


อีกไม่ถึงสองเดือน ผมก็จะสอนที่เอแบคมาครบสามปีแล้วครับ

ตั้งแต่วันแรกที่มาที่นี่ ไม่เคยคิดว่าจะอยู่ได้นานขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะไม่พอใจอะไร แต่ผมไม่เคยเป็นลูกจ้างประจำได้นานๆเสียที
ส่วนหนึ่งที่สอนหนังสือได้ถึงวันนี้ เป็นเพราะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆตลอดเวลา
ในขณะที่ผมสอนเด็ก หลายครั้งหลายหน ก็รู้สึกว่าได้เรียนรู้จากเด็ก
หลายครั้ง ผมสอนเด็ก

แต่หลายครั้ง "เด็กก็สอนผม"

มีเรื่องสนุกๆเกิดขึ้นมากมายใน class ที่ผมสอน
หนึ่งในเรื่องที่ประทับใจที่สุด เกิดขึ้นเมื่อประมาณสองปีก่อน
ในชั้นเรียนวิชา "การจัดการภาวะวิกฤต" (Crisis Management)

ผมให้เด็กออกมานำเสนอหน้าชั้น ว่าอะไรคือวิกฤติการณ์ที่หนักที่สุด ที่คุณเคยเจอมาในชีวิต
ลูกศิษย์หลายสิบคนหมุนเวียนกันออกมาเล่าเรื่องของตัว จนมาถึงคิวของ Sangay นศ.สุดฮิปจากภูฎาน
ผมจำไม่ได้แล้วว่าเขาเจอวิกฤติอะไร แต่ที่จำได้คือ เขาเล่าให้ฟังว่า ได้ไปคุยกับนักธุรกิจสิงคโปร์คนหนึ่ง ที่ประสบความสำเร็จมาก


Sangay ถามว่า "How to be successful like you?" (ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จได้อย่างคุณ)
นักธุรกิจคนนั้นตอบว่า "Two words.. Right Decisions" (แค่สองคำ ..ตัดสินใจให้ถูกต้อง)

Sangay ถามต่อ "So, how to make right decisions?" (แล้วจะตัดสินใจถูกต้องได้อย่างไร)
นักธุรกิจคนนั้นตอบว่า "One word.. Experience" (คำเดียว..ประสบการณ์)

Sangay ถามอีก "So, how to have experience?" (แล้วทำอย่างไร จึงจะมีประสบการณ์)
นักธุรกิจคนนั้นตอบว่า "Two words.. Wrong Decisions" (แค่สองคำ..ตัดสินใจผิด)

คมไหมครับ?


ผมฟังแล้วปิ๊งทันที
คุณจะประสบความสำเร็จได้ ต้องมาจากการตัดสินใจที่ถูกต้อง
คุณจะตัดสินใจได้ถูกต้อง คุณต้องมีประสบการณ์
คุณจะมีประสบการณ์ คุณต้องตัดสินใจผิดพลาดมาก่อน

ดังนั้น การจะประสบความสำเร็จ จึงไม่ใช่ไม่เคยผิดพลาด
แต่ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น
เมื่อพลาดบ่อยๆ จึงจะมีประสบการณ์
และเมื่อนั้น เราจะพร้อม สำหรับความสำเร็จ

ย้อนมาดูตัวเอง ชีวิตผมเองก็ไม่เคยได้อะไรมาง่ายๆ
ต้อง "สอบตก" แล้วจึงจะ "สอบได้"
"แพ้" แล้วจึงจะ "ชนะ"

เมื่อความพ่ายแพ้ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน
ปัจจัยที่จะตัดสิน ว่าใครจะประสบความสำเร็จ ใครจะล้มเหลวในชีวิต
คงไม่ใช่ดูที่ความพ่ายแพ้หรือชัยชนะที่ได้รับในวันนี้
แต่อยู่ที่ว่า..เมื่อใดก็ตาม ที่คุณแพ้
คุณหยุด..หรือก้าวต่อไป?!!

Saturday, July 18, 2009

ล้างมลทินโจโฉ(2) ตอน ประหารฮองเฮา



ขอว่ากันต่อ ถึงเรื่องราวของโจโฉ ที่ถูกแต่งเติมเสริมแต่งเพื่อให้เห็นถึงความโหดร้ายผิดมนุษย์มนา สามก๊กบางฉบับแปลมาจากต้นฉบับจีน ถึงกับมีกลอนด่าโจโฉ ว่า "เป็นโจร" หรือ "เลวร้ายไม่แพ้ตั๋งโต๊ะ" ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมชนิดรับไม่ไหวเลยทีเดียว

ความโหดร้ายอีกเรื่องหนึ่งของโจโฉคือการปลิดชีวิต นางตังกุยหุย สนมเอก และ นางฮกเฮา (หรือฮกฮองเฮา)อัครมเหสีของพระเจ้าเหี้ยนเต้ ซึ่งแต่ละครั้ง ก็ได้ฆ่าเครือญาติของหญิงทั้งสองไปมากมาย

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ไม่เหมือนกับเรื่องการฆ่าลิแปะเฉีย (หลี่ป๋อเช่อ) อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างมีที่ไปที่มา หากเราเปิดใจให้กว้างพอ และให้ความยุติธรรมกับโจโฉบ้าง

กรณีของ "ตังกุยหุย" สนมเอกของพระเจ้าเหี้ยนเต้ เป็นน้องสาวของตังสิน ขุนนางระดับสูง ตังสิน ซึ่งมีศักดิ์เป็นถึงพี่เมียฮ่องเต้ ไม่พอใจความกำเริบเสิบสานของโจโฉ จึงรวบรวมผู้ขุนนางผู้ภักดี สร้างตำนาน "โองการโลหิต" ให้แต่ละคนกัดนิ้วลงชื่อด้วยเลือด เพื่อสบถสาบานว่าจะฆ่าโจโฉกู้พระเกียรติยศ ถวายคืนพระราชอำนาจ

เผอิญดวงไม่ถึงฆาต โจโฉจับได้ เลยไล่เช็คบิลกันยาวเหยียด ตังกุยหุย ถูกให้เอาผ้าแพรรัดคอตัวเองจนตาย แม้จะตั้งครรภ์ได้ห้าเดือน โจโฉก็ไม่ยอมให้หน่อเนื้อคนทรยศได้ลืมตาดูโลก

ก่อนจะตาย ตังกุยหุยกอดกับพระเจ้าเหี้ยนเต้ ร่ำไห้พร่ำพรรณนาอาลัยรัก โจโฉจึงตวาดด้วยถ้อยคำได้ใจว่า

"คบคิดกันทำร้ายเขา ครั้นเขาจับได้สิมาร้องไห้รักกันเล่า"

เช่นเดียวกับ ตังสิน ตัวการ พี่ชายตังกุยหุย และ เกี๋ยดเป๋ง (หมอหลวงผู้รับหน้าที่วางยาพิษฆ่าโจโฉแต่พลาด เรื่องจึงแตก) ที่ถูกตามล้างจนหมดสิ้นพร้อมผู้ก่อการอีกหลายคน ส่วน ม้าเท้ง เจ้าเมืองเสเหลียง ออกไปจากฮูโต๋แล้วจึงรอดไป อีกคนที่รอดไปอย่างเส้นยาแดงผ่าแปดก็คือ "เล่าปี่" พระปิตุลา

ครั้งที่สอง โจโฉเรืองอำนาจเกือบถึงขีดสุด โดยมีตำแหน่งเป็นถึงวุยก๋ง คราวนี้เป็นคิวของอัครมเหสี ฮกเฮา วางแผนกับพระเจ้าเหี้ยนเต้ จะฆ่าโจโฉ โดยมี ฮกอ้วน พี่ชายของนางฮกเฮาเป็นตัวตั้งตัวตี พร้อมด้วยขุนนางที่ภักดีอีกจำนวนหนึ่งร่วมมือด้วย

ทว่าชะตาโจโฉยังไม่ถึงฆาต ความจึงแตกอีกเช่นเคย ครานี้ โจโฉโกรธสุดๆ อยากล้างแค้นให้สิ้น ทว่า ด้วยความที่พระเจ้าเหี้ยนเต้เป็นกษัตริย์ โจโฉจึงไว้ชีวิต แต่นางฮกเฮา มีหรือจะรอด โจโฉจึงสั่งทหารเอากระบองตีจนตาย ดับชีพคนคิดร้ายไปอีกหนึ่ง

ยิ่งอ่าน ยิ่งดูว่าโจโฉร้ายใช่ไหมครับ แต่ลองถามตัวท่านเองดู หากท่านเป็นโจโฉ ท่านทำนุบำรุงบ้านเมืองจนถึงขนาด อาจเหลิงอำนาจ เหยียบหัวแม่เท้าใคร ข้ามกบาลผู้คนไปบ้าง แต่สมควรแล้วหรือ ที่ท่านต้องตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้วยการลอบฆ่า? และเมื่อคนลอบฆ่าท่านไม่ได้ ถ้าท่านเป็นโจโฉ ท่านจะไม่ตัดตอนพวกนั้นหรือ?

โจโฉช่วยให้พระเจ้าเหี้ยนเต้พ้นภัยหลายครั้ง บ้านเมืองสงบได้ก็เพราะเขา ประชาชนอยู่ดีมีสุขเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่ยุคกษัตริย์ฮวนเต้เป็นต้นมา แต่สิ่งที่โจโฉได้รับจากพระเจ้าเหี้ยนเต้และอัครมเหสี รวมทั้งสนมเอก คือการลอบฆ่างั้นหรือ?

ทุกคนเรียกร้องความเป็นธรรมให้พระเจ้าเหี้ยนเต้ สร้างภาพโจโฉเป็นคนเลวชั่วช้า แล้วใครเรียกร้องความยุติธรรมให้โจโฉบ้าง?!!

กงกรรมกงเกวียน ใหญ่โตมาจากไหน เมื่อตัวคิดร้ายกับเขา ถึงทีเขาบ้าง เขาก็ฆ่าล้างโคตรตัว ก็เท่านั้นเอง


ภาพประกอบ: วิกีพีเดีย(ไทย)

Friday, July 17, 2009

ล้างมลทินโจโฉ(1) ตอน ผู้ไม่เคยทรยศโลก


แฟนๆที่ติดตามผลงานของผม (คงพอมีอยู่บ้างนะครับ แหะๆ) อาจได้รับรู้รับทราบแล้วว่า ตัวละครที่ผมชอบที่สุด หากไม่นับสุภาพบุรุษ "จิวยี่" แห่งแผ่นดินง่อ ก็คือ .."โจโฉ"

ถามว่าทำไมผมถึงชอบโจโฉ ก็ตอบได้ว่าเป็นเพราะความเป็น "จอมคน" ความยิ่งใหญ่ ทะเยอทะยาน ความสามารถเหนือคน และสามารถที่จะซื้อใจคน เลี้ยงคนด้วยใจ จนครองแผ่นดินได้เกือบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม ผมไม่เคยเอาความชอบโจโฉ มาด่าตัวละครก๊กอื่นอย่างสาดเสียเทเสีย อย่างที่นักเขียนอาวุโสบางท่านทำ เพื่อเป็นจุดขายให้กับหนังสือของตัวเอง (แม้ผมจะชอบตัวละครตัวเดียวกับเขาก็ตาม)การกระทำเช่นนั้น เด็กอย่างผมมองว่า เป็นเรื่อง "ไม่สมควร"

ถ้าไม่นับจิวยี่แล้ว เฉาเมิ่งเต๋อ (ชื่อจีนต้น+ชื่อรองของโจโฉในสำเนียงจีนกลาง)เป็นบุรุษคนหนึ่ง ที่โดนใส่ร้ายป้ายสีจากหลอกว้านจง นักเขียนขวาจัดอย่างรุนแรงที่สุด

วีรเวรที่เขาถูกกล่าวหา จุดหนึ่งที่เลวร้ายเกินรับได้ก็คือ การที่ผู้แต่งตวัดพู่กันให้เขาฆ่า "ลิแปะเฉีย" (หลี่ป๋อเช่อ)เพื่อนพ่อที่ให้ที่พักพิงกับตัวเองเพื่อปิดปาก หลังจากโจโฉทำผิดมหันต์มาก่อนหน้า โดยฆ่าลูกเมียของแปะเฉียด้วยความเข้าใจผิด ในระหว่างมาขอหลบที่บ้านเพื่อหนีคำสั่งจับของตั๋งโต๊ะ อันเป็นที่มาของประโยค trademark "ข้ายอมทรยศคนทั้งโลก ดีกว่าให้ใครทรยศข้า"

ขอชี้ชัดในที่นี้เลยว่า พฤติกรรมดังกล่าวไม่มีอยู่ในประวัติศาสตร์แต่อย่างใดทั้งสิ้น ..

หนึ่ง ...ลิแปะเฉีย ไม่มีตัวตนอยู่จริง เป็นแพะที่สร้างขึ้นมาป้ายสีโจโฉเท่านั้น

สอง ...โจโฉไม่เคยฆ่าล้างครอบครัวใครเพื่อหนีตั๋งโต๊ะ

สาม..คำพูดเด็ด "ไม่ยอมให้ใครทรยศ" ไม่เคยออกจากเรียวปากของโจโฉแต่อย่างใดทั้งสิ้น!!

โจโฉ มีความโหดเหี้ยม ซึ่งเป็นคุณสมบัติของผู้ยิ่งใหญ่ และผู้อยากเป็นใหญ่ทุกคน เขาไม่ใช่คนดีเลิศ แต่ในความคิดของผม จิตใจเขาไม่ได้เลวร้ายไปกว่าเล่าปี่ ไม่ได้ดีน้อยไปกว่าขงเบ้ง


นี่คือเรื่องหนึ่งที่ "ไม่จริง" ผมจึงขอล้างมลทินให้โจโฉไว้ ณ ที่นี้ แต่เรืองไหนบ้างเล่า ที่โจโฉ "โหด" แต่เป็นเรื่องจริง

เดี๋ยวคราวหน้าจะมาเล่าต่อครับ!!



ภาพประกอบ: วิกีพีเดีย(ไทย)

Wednesday, July 15, 2009

สามก๊กกับประเทศไทย




ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผมได้รับอีเมล์ฉบับหนึ่ง ฟอร์เวิร์ดมาให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายสิบครั้ง บางคนถึงกับเข้าใจผิด คิดว่าผมเป็นคนเขียนเสียด้วยซ้ำ

...นั่นก็คืออีเมล์ที่จั่วหัวว่า "สามก๊กกับการเมืองไทย"

อีเมล์ฉบับนี้ มีการเปรียบเทียบการเมืองไทยขณะนี้กับยุคสามก๊ก ว่าใครคล้ายคลึงกับใคร ผมอ่านแล้ว บางอันก็เห็นด้วยและออกจะขำขำ บางอันก็ไม่เห็นด้วยอย่างแรง

บังเอิญว่าขณะนี้ กำลังหาไอเดียใหม่ๆเพื่อจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับสามก๊กอีกสักเล่ม หลังจาก "อ่านสามก๊กอย่างแฟนพันธุ์แท้" หนังสือเล่มแรกที่เขียนเอง พิมพ์ครั้งที่สองไปแล้วชนิดที่คนเขียนยังงงไม่หาย ก็พอดีพี่ที่รู้จักและนับถือกันเสนอไอเดียว่า น่าจะเขียนเกี่ยวกับ "ยุทธศาสตร์สามก๊ก"

คำว่า ยุทธศาสตร์สามก๊ก นั้น คนที่เคยอ่านวรรณกรรมอมตะชิ้นนี้อาจพอทราบว่า หมายถึงแผนการยุทธที่เน้นให้อาณาจักรทั้งสามถ่วงดุลย์อำนาจกัน ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้มีที่ยืนกันทุกฝ่าย

วรรณกรรมสามก๊กกล่าวว่า ยุทธศาสตร์สามก๊ก เป็นยุทธศาสตร์ของขงเบ้ง มีที่มาจาก "ยุทธศาสตร์หลงจง" อันหมายถึงคำแนะนำครั้งแรกที่ขงเบ้งให้กับเล่าปี่ เมื่อครั้งที่เล่าปี่ดั้นด้นไปหาขงเบ้งถึงกระท่อมหญ้าที่หลงจง โดยอาจารย์ฮกหลงแนะพระปิตุลาว่า ให้ยึดครองเกงจิ๋วเป็นฐานที่มั่น ก่อนบุกเข้ายึดเสฉวน ผูกมิตรก๊กง่อ ต้านทานก๊กวุย ครองแผ่นดินหนึ่งในสาม ตั้งมั่น ยืนยง

จะอย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์สามก๊กของจีนนั้น เป็นที่รับรู้กันทั่วไปมานานแล้ว แล้วประเทศไทยเล่า ในขณะที่หลายฝ่ายกำลังแย่งอำนาจชิงดีชิงเด่น ถึงขนาดที่เรียกได้ว่า "เปิดสงคราม" กันอย่างเป็นทางการ

แล้วยุทธศาสตร์ใดหรือ ที่จะทำให้แผ่นดินอยู่รอดต่อไปได้ เป็นไปได้ไหม ที่จะเกิดการถ่วงดุลย์อำนาจกันขึ้นในลักษณะเดียวกับ "ยุทธศาสตร์สามก๊ก" โดยไม่เกิดเกมที่เรียกว่า winner-takes-all game ซึ่งนั่นหมายถึงต้องมีการสูญเสียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผมยังเชื่อว่า แผ่นดินไทยมีที่ยืนเพียงพอสำหรับทุกคน หากเราไม่ดึงดันฝืนกระแสโลก ไม่ต้องมีครอบครัวใดถูกเนรเทศ ไม่ต้องมีใครไม่มีแผ่นดินอยู่ ไม่ต้องมีคนล้มตายมากมาย ไม่ต้องประหัตประหารกัน


"การถ่วงดุลย์อำนาจ" ในแบบสามก๊กจีน อาจเป็นทางออกเดียวสำหรับเมืองไทยในเวลานี้ก็เป็นได้!!

Monday, July 13, 2009

คูนเหลือง vs ยูงแดง

วันก่อนบังเอิญไปอ่านเจอในแมกกาซีน ไม่รู้จริงหรือไม่ เขาบอกว่า สัญลักษณ์ของกลุ่มเสื้อเหลืองคือ "ต้นคูน"
ต้นคูน เป็นต้นไม้ดอกสีเหลืองสะพรั่ง ช่อของมันห้อยเป็นระย้า งดงามมาก แม่ผมก็ชอบ

และเขาก็ว่า สัญลักษณ์ของกลุ่มเสื้อแดงคือ "ต้นหางนกยูง"
อันนี้แทบไม่ต้องบอก หลายคนคงพอจะเดาได้ ว่าต้นหางนกยูงนี้ สีแดงสด
เป็นสัญลักษณ์ของ ม.ธรรมศาสตร์ประกาศธรรมเสียด้วย

ผมอยู่บ้านหลังที่อยู่ปัจจุบันนี้มาสิบกว่าปี
เมื่อแรกอยู่ ประเทศไทย ไม่มีเหลือง ไม่มีแดง
หน้าบ้านผม มีหางนกยูงอยู่ต้นหนึ่ง ต้นใหญ่มาก
หน้าร้อนจะออกดอกบานสะพรั่ง
เมื่อฝนมา ก็จะเริ่มร่วงโรย
และจะผลิบานอีกครั้งในหน้าร้อนปีถัดไป

หน้าร้อนปีนี้ บ้านเมืองเราร้อนระอุ
คงไม่ต้องบอกว่าเรื่องอะไร
ผมหลีกหนีความวุ่นวาย นั่งคิดคำนวณอยู่กับบ้าน
มีอยู่วันหนึ่ง ยามสายัณย์ พระอาทิตย์ตกดิน
ฟ้าวันนั้น สีแดงฉาน
หางนกยูงก็แดงสด สีเข้มกว่าท้องฟ้านิดหน่อย
ลดพัดวูบมา ดอกสีแดงนั้นปลิวไปทั่ว ก่อนร่วงลงสู่พื้น

"สวยมาก" ผมรำพึงกับตัวเอง
"สวยจริงๆ"

มีอยู่วันหนึ่ง ผมสั่งซื้อหนังสือ ระหว่างรอ messenger เอามาส่งให้ที่บ้าน เขาหาบ้านผมไม่พบ เนื่องจากอยู่ในซอยคดเคี้ยว
ผมบอกเขา ให้มองหาต้นหางนกยูงสีแดง บ้านผมอยู่ตรงนั้น
ไม่ถึงสามนาที เขาก็มาถึง

ตอนนี้หน้าฝน ต้นยูงของผม ดอกร่วงไปหมดแล้ว
เหลือแต่ใบเขียวชอุ่ม
ผมยังคิดถึงวันเวลาที่ต้นยูงหน้าบ้านเป็นสีแดงสด อยากให้มันเป็นยังงั้นทั้งปี
แต่ก็รู้..เป็นไปไม่ได้

ต้นคูน หรือ ต้นยูง เมื่อไร้ดอก ก็เขียวๆเหมือนกัน มีประโยชน์เหมือนกัน
ดูดอากาศเสียได้เหมือนกัน

วันไหนแม่ไปหาต้นคูนมาปลูกที่บ้าน ผมก็คงพอใจ เพราะมันเหลืองสวยดี
แต่ในเมื่อ ผมอยู่ในบ้านหลังนี้ ที่หน้าบ้านมีหางนกยูงสีแดง
เราไม่ได้ปลูก มันมีมาแต่ไหนแต่ไร
เราก็พอใจ ไม่ว่ากระไร อยู่ที่นี่ พอใจ พึงใจ..

..ก็มีความสุขดี