Wednesday, July 15, 2009

สามก๊กกับประเทศไทย




ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผมได้รับอีเมล์ฉบับหนึ่ง ฟอร์เวิร์ดมาให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายสิบครั้ง บางคนถึงกับเข้าใจผิด คิดว่าผมเป็นคนเขียนเสียด้วยซ้ำ

...นั่นก็คืออีเมล์ที่จั่วหัวว่า "สามก๊กกับการเมืองไทย"

อีเมล์ฉบับนี้ มีการเปรียบเทียบการเมืองไทยขณะนี้กับยุคสามก๊ก ว่าใครคล้ายคลึงกับใคร ผมอ่านแล้ว บางอันก็เห็นด้วยและออกจะขำขำ บางอันก็ไม่เห็นด้วยอย่างแรง

บังเอิญว่าขณะนี้ กำลังหาไอเดียใหม่ๆเพื่อจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับสามก๊กอีกสักเล่ม หลังจาก "อ่านสามก๊กอย่างแฟนพันธุ์แท้" หนังสือเล่มแรกที่เขียนเอง พิมพ์ครั้งที่สองไปแล้วชนิดที่คนเขียนยังงงไม่หาย ก็พอดีพี่ที่รู้จักและนับถือกันเสนอไอเดียว่า น่าจะเขียนเกี่ยวกับ "ยุทธศาสตร์สามก๊ก"

คำว่า ยุทธศาสตร์สามก๊ก นั้น คนที่เคยอ่านวรรณกรรมอมตะชิ้นนี้อาจพอทราบว่า หมายถึงแผนการยุทธที่เน้นให้อาณาจักรทั้งสามถ่วงดุลย์อำนาจกัน ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้มีที่ยืนกันทุกฝ่าย

วรรณกรรมสามก๊กกล่าวว่า ยุทธศาสตร์สามก๊ก เป็นยุทธศาสตร์ของขงเบ้ง มีที่มาจาก "ยุทธศาสตร์หลงจง" อันหมายถึงคำแนะนำครั้งแรกที่ขงเบ้งให้กับเล่าปี่ เมื่อครั้งที่เล่าปี่ดั้นด้นไปหาขงเบ้งถึงกระท่อมหญ้าที่หลงจง โดยอาจารย์ฮกหลงแนะพระปิตุลาว่า ให้ยึดครองเกงจิ๋วเป็นฐานที่มั่น ก่อนบุกเข้ายึดเสฉวน ผูกมิตรก๊กง่อ ต้านทานก๊กวุย ครองแผ่นดินหนึ่งในสาม ตั้งมั่น ยืนยง

จะอย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์สามก๊กของจีนนั้น เป็นที่รับรู้กันทั่วไปมานานแล้ว แล้วประเทศไทยเล่า ในขณะที่หลายฝ่ายกำลังแย่งอำนาจชิงดีชิงเด่น ถึงขนาดที่เรียกได้ว่า "เปิดสงคราม" กันอย่างเป็นทางการ

แล้วยุทธศาสตร์ใดหรือ ที่จะทำให้แผ่นดินอยู่รอดต่อไปได้ เป็นไปได้ไหม ที่จะเกิดการถ่วงดุลย์อำนาจกันขึ้นในลักษณะเดียวกับ "ยุทธศาสตร์สามก๊ก" โดยไม่เกิดเกมที่เรียกว่า winner-takes-all game ซึ่งนั่นหมายถึงต้องมีการสูญเสียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผมยังเชื่อว่า แผ่นดินไทยมีที่ยืนเพียงพอสำหรับทุกคน หากเราไม่ดึงดันฝืนกระแสโลก ไม่ต้องมีครอบครัวใดถูกเนรเทศ ไม่ต้องมีใครไม่มีแผ่นดินอยู่ ไม่ต้องมีคนล้มตายมากมาย ไม่ต้องประหัตประหารกัน


"การถ่วงดุลย์อำนาจ" ในแบบสามก๊กจีน อาจเป็นทางออกเดียวสำหรับเมืองไทยในเวลานี้ก็เป็นได้!!

3 comments:

  1. ตอนนี้อะไรๆมันก็ดูวุ่นวายไปหมด

    แต่จะปล่อยให้ถ่วงกันแบบนี้ต่อไป

    ก็จะส่งผลเสียกะประเทศมากขึ้น

    แต่ละคนที่เสนอวิธีการแก้ไขสถานการณ์ตอนนี้ขึ้นมา

    ก็มีแต่วิธีที่แทบจะไม่เห็นทางที่จะทำให้มันเป็นไปได้

    เพราะ แต่ละคนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายทั้งหมด

    ไม่มีทางที่ใครจะยอมใคร

    ทกคนทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเองทั้งนั้น

    แต่เอิงเชื่อในสิ่งที่หนังสือสามก๊กทุกเล่มบอกไว้

    แบบที่พี่ก็เชื่อว่า

    สรรพสิ่งทั้งปวงในโลกนี้ เมื่อแตกออก ก็จะรวมกลับเข้าเป็นหนึ่ง เมื่อรวมกลับเข้าเป็นหนึ่ง ก็แตกออก แล้วก็กลับรวมอีก เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆไม่สิ้นสุด

    สิ่งที่มันเกิดขึ้นกับบ้านเมืองเรา มันเป็นไปตามธรรมชาติ

    แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้

    เพียงแต่ ไม่มีใครยอมแก้มันต่างหาก

    ReplyDelete
  2. พอดีเพิ่งเข้ามาเจอ แต่รู้จักท่านและติดตามมานาน แลเห็นว่าท่านเป้นคนมีสติปัญญาอย่างมาก และหวังจะได้เรียนรู้จากคนเก่งๆเช่นท่าน

    ไม่รู้จะตอบช้าไปไหม แต่ยังคงซึ่งทันอยู่ในสถานการณ์ ขอออกความคิดโดยใช้สติปัญญาเล็กน้อยเท่าที่มีนี้

    เห้นด้วยเคยคิดเหมือนกันว่าควรที่จะมีการถ่วงดุลเป็น3
    แต่อีกกลุ่มคนอีกส่วนมากอยู่ในฝ่ายกลาง ยอมงอ ไม่อยากหัก
    แต่อีก2ฝ่ายอยุ่ในหมวด ซ้ายสุดและขวาสุด ย่อมทำให้เกิดความรุนแรงตามมา แต่ฝ่ายที่3ซึ้งอยุ่ตรงกลาง แต่ทำได้แค่มอง และวิจาร์ณ เพราะไม่ได้จะอยู่ในวิธีที่จะสร้างสถานการณ์เพื่อต่อรองแต่อย่างใด แต่กลับถูกมองว่าไม่สนใจประเทศชาติซะอย่างนั้น ซึ้งแท้จริงแล้วก็คหลักๆอยู่3ฝ่ายหรือดั่งสามก๊กเช่นในยุคนั้นก็เป้นได้

    อาจจะต้องพึ่งนักวิชาการณ์ผู้มีความรู้และยุทธวิธี อย่างพวกท่านแนะและเสนอความคิดและทางออกของชาติ

    ReplyDelete
  3. ณ เวลานี้คงถ่วงดุลย์ยากแล้วครับ ดูสถานการณ์แล้ว คงต้องแตกหักอย่างเดียว

    โครงสร้างอำนาจของบ้านเราเหมือนกับภูเขาไฟ มันปะทุสะสมกันมาเรื่อยๆ หลายทศวรรษ ในที่สุดก็ต้องระเบิดออก

    ผมไม่เคยต่อว่าคนที่เป็นกลาง คนบางคนไปด่าคนที่เป็นกลาง เพราะเขาไม่ยอมเข้ามาเป็นพวกตัว คนพวกนี้ใจแคบ และความคิดแบบนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประเทศนี้ไม่ก้าวหน้าครับ

    ปัญหาของบ้านเราวันนี้ ถ้าศึกษาจากสามก๊ก จะเห็นได้ว่า ดันทุรังจะไปแก้ ก็แก้ยิ่งไม่ได้ ที่สุดแล้ว ต้องปลงอนิจจังครับ

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ