Friday, September 4, 2009

มองหาโอกาส


ท่านทั้งหลายเคยสงสัยกันมั้ยครับ ว่าคนที่คิดธุรกิจเจ๋งๆขึ้นมาได้สักอย่างนั้น เขาคิดขึ้นมาได้อย่างไร?

เมื่อวันก่อนเพิ่งอ่านหนังสือเรื่อง "Losing my Virginity" ของเซอร์ริชาร์ด แบรนสัน มหาเศรษฐีจอมบ้าดีเดือดเจ้าของ "เวอร์จิ้น กรุ๊ป" จบไป ซึ่งก็ทำให้ได้ข้อคิดมากมายมหาศาลอีกเช่นเคย

แบรนสัน เล่าว่า ความสำเร็จในธุรกิจนั้น ไม่ใช่เรื่องที่มีสูตรสำเร็จ เพราะฉะนั้น เขาไม่สามารถสรุปเคล็ดวิธีสู่ความร่ำรวยออกมาเพื่อให้ใครเอาไปทำตามได้ ท่านเซอร์ผู้รักความท้าทายบอกว่า "คุณต้องออกไปลุย และหากมีทีมงานที่ดี พร้อมกับโชคอยู่บ้าง คุณก็มีสิทธิ์ที่จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นได้"

แต่สิ่งสำคัญที่เขาย้ำก็คือ ต้องรู้จักมองหาโอกาส อะไรที่คนอื่นยังไม่ทำ และคุณคิดว่ามันน่าจะมี ก็ทำมันให้เกิดขึ้นเสีย

เมื่อวันก่อนผมได้มีโอกาสพบกับเพื่อนฝูงเก่าๆสมัยมหา'ลัยหลายคน มีบางคนที่ไม่ได้ทำงานประจำ แต่ทำธุรกิจเป็นของตัวเอง ก็เลยถือโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์กัน

เพื่อนคนแรกเปิดร้านขายคอมพิวเตอร์อยู่ที่พันธ์ทิพย์มานานหลายปี ตอนนี้ขยับขยายไปเป็นดีลเลอร์ขายซอฟแวร์ลิขสิทธิ์ พร้อมกับเปิดร้านอินเตอร์เน็ตอยู่ที่บิ๊กซีลาดพร้าว เจ้าตัวเล่าให้ผมฟังว่าลงทุนกับร้านอินเตอร์เน็ตไปประมาณ 3 แสนบาท ผมเลยถามเขาว่า ร้านอินเตอร์เน็ตสมัยนี้เก็บค่าบริการต่อชั่วโมงได้ต่ำมาก เฉลี่ยชั่วโมงละ 15-20 บาทต่อเครื่อง แล้วมันจะคุ้มหรือ

เขาตอบว่ารายได้ต่อหน่วยค่อนข้างน้อยก็จริง แต่เขาบริหารโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ โดยจ้างเด็กเก็บเงินเป็นรายวันเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งถึงแม้จะคืนทุนช้าแต่เป็นธุรกิจที่ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องดูแล ก็เลยเปิดทิ้งไว้ ผมฟังแล้วก็รู้สึกว่าไม่แย่นัก แต่แอบนึกอยู่เหมือนกันว่าถ้าเป็นเราคงไม่ทำ เพราะรู้สึกว่าไม่คุ้ม สู้เอาเงิน 3 แสนบาทไปลงทุนอย่างอื่นจะเข้าท่ากว่า

เพื่อนคนเดียวกันเล่าต่ออีกว่า เขามีธุรกิจอีกอย่างที่เพิ่งเริ่มทำและไปได้ดี ก็คือรับจำนำพวกสินค้าเทคโนโลยีทั้งหลาย ไม่ว่าจำเป็นโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป โดยใช้หน้าร้านของร้านอินเตอร์เน็ตนั่นแหละ ลูกค้าส่วนมากก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำที่ร้อนเงิน พอถามเขาว่าได้ความคิดนี้มาจากไหน เขาบอกว่า ก็เพราะขายคอมพิวเตอร์มาก่อน และเห็นหลายๆร้านในพันธ์ทิพย์ทำรับจำนำของพวกนี้ ตัวเองก็เลยเอาอย่างบ้าง

ผมเลยนึกในใจว่า คนที่ทำธุรกิจ กว่าจะมีไอเดียอะไรดีๆขึ้นมา ต้องเริ่มทำอะไรเล็กๆเสียก่อน จึงจะเห็นลู่ทาง และต่อยอดไปทำอย่างอื่นได้ หากนั่งอยู่กับบ้านและคิดจะทำโน่นทำนี่ คงยากที่ความคิดดีๆจะวิ่งเข้ามาในหัว

เช่นเดียวกับที่ เซอร์ริชาร์ด กล่าวว่าคุณต้องรู้จักหาโอกาส หาช่องว่างในธุรกิจ แล้วเติมเต็มช่องว่างนั้น โดยไม่ต้องมีโมเดลธุรกิจที่สวยหรู หรือหลักการที่ฟังดูดี คุณรู้สึกว่าอะไรยังขาดไป คุณก็ทำให้มันเกิดขึ้น

เมื่อเขาไปนั่งรถไฟ "ชินคันเซน" ในโตเกียว เขาก็อยากสร้างรถไฟด่วนอย่างเดียวกันนั้นในยุโรป เขาเห็น "บริติช แอร์เวย์" ผูกขาดเส้นทางบินในอังกฤษ เขาก็ก่อร่างสร้างสายการบิน "เวอร์จิ้น แอตแลนติก" ขึ้นมา ไม่มีอะไรที่ซับซ้อนไปกว่านั้น ขอเพียงมีความ "สนุก" ปนอยู่ด้วยเท่านั้นเอง

อย่าลืมนะครับ มองหาโอกาส แล้วทำมันให้เกิดขึ้น ต้องเริ่มจากตรงนี้ !!

1 comment:

  1. เอิงเลือกทำในงานที่เอิงรักง่ะ

    เอิงคิดว่าการทำเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก

    มันทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายอยู่ตลอด เลยไม่เหนื่อยไม่ท้ออะไรง่ายๆ

    และก็แปลกที่การที่เราเลือกทำในสิ่งที่เรารักนั้น

    มันทำให้เราสามารถลงมือปฏิบัติและค้นคว้ามันอย่างเต็มที่

    ชนิดที่เรียกได้ว่า "บ้า" เลยทีเดียว

    เมื่อเราศึกษาและมีความรู้ในงานและสิ่งที่เรารักอย่างเต็มที่

    มันก็ทำให้เราเกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆในสิ่งที่เรารักได้ง่ายๆ

    ในบางครั้งอาจจะดูแนวทางจากคนอื่นก่อน

    แล้วก็ไปปรับเปลี่ยนดัดแปลงให้เป็นในแบบของเรา ก็ต้องลองผิดลองถูกกันบ้าง เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีขึ้นกว่าของเดิม

    การจะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับอะไรหลายๆอย่าง

    แต่เอิงเชื่อว่าการเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองรักและสนใจ

    จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้นไม่มากก็น้อย

    เราต้องสร้างโอกาสให้ตัวเอง เพราะบางครั้งโอกาสไม่ได้วิ่งชนเรา

    และเอิงก็คิดว่าโอกาสที่เราสร้างขึ้นมาเองนั้น มันจะอยู่ได้มั่นคงกว่าโอกาสที่จู่ๆก็วิ่งผ่านมา

    เมื่อเรารักและลงมือทำสิ่งใดจนถึงระดับหนึ่งแล้ว โอกาสดีๆจะเกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่เราได้สะสมไว้ ^^

    อ่านบทความพี่ เอิงก็ได้แนวคิดอะไรหลายๆอย่างเพิ่มขึ้นมา

    ขอบคุณนะคะ สำหรับบทความดีๆ ^^

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ