Sunday, September 27, 2009

ยุทธศาสตร์ซุยเป๋ง "เกิดเป็นคนอย่าฝืนชะตาฟ้า"


หนึ่งในปราชญ์ที่โผล่มาในวรรณกรรมสามก๊กเพียงครั้งเดียว และมักจะไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปนัก ทว่ามุมมองต่อสถานการณ์บ้านเมืองของเขา ถือได้ว่าลึกซึ้งไม่แพ้มังกรอย่างขงเบ้งเลย เขาผู้นั้นคือ "ซุยเป๋ง"

ซุยเป๋ง เป็นเพื่อนสนิทของขงเบ้ง จบมาจากสำนักของสุมาเต๊กโชเช่นเดียวกัน เราได้ยินคำพูดของเขาเพียงครั้งแรกและครั้งเดียว จากบทสนทนาสั้นๆกับเล่าปี่ เมื่อครั้งพระปิตุลามาตามเจ้ามังกรเร้นกายไปช่วยทำการใหญ่ จนกลายเป็นตำนาน "สามเยือนกระท่อมหญ้า" อันลือลั่น

เล่าปี่มาหาขงเบ้งครั้งแรกแต่ไม่พบ ระหว่างทางขากลับ เจอซุยเป๋งเดินสวนมา เห็นกิริยาท่าทางน่าเชื่อถือราวกับอาจารย์ผู้ใหญ่ จึงเข้าไปโค้งคำนับถามไถ่ ซุยเป๋งปฏิเสธอย่างสุภาพว่าตนเองไม่ใช่ขงเบ้ง แต่ที่มานี่ก็กะจะมาพบคนๆเดียวกับที่เล่าปี่ต้องการพบนั่นแล

ฝ่ายซุยเป๋งถามเล่าปี่กลับว่า ท่านมาหาขงเบ้งมีธุระอันใด เล่าปี่จึงเผยให้ปราชญ์เต๋าผู้ทรงภูมิได้ทราบถึงจุดมุ่งหมายของตน ที่หวังมาชวนยอดคนแซ่จูกัดไปช่วยทำราชการกู้ชาติกู้แผ่นดิน

ซุยเป๋งหัวเราะและชี้ว่า การเชิญขงเบ้งออกไปฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่นนั้น จักเหนื่อยเปล่า "ท่านไม่เคยได้ยินหรือ น้อมตามฟ้าเป็นสุข ใครฝืนฟ้าก็ทุกข์ ชะตาฟ้าดินกำหนด มนุษย์ขัดขืนไม่ได้"

นี่เป็นวิสัยทัศน์ของซุยเป๋ง ที่จัดได้ว่า "อ่านขาด" กับสถานการณ์บ้านเมือง ซุยเป๋งมองออกว่าราชวงศ์ฮั่นใกล้ถึงกาลอวสานแล้ว การจะเอาปราชญ์ที่แม้จะเป็นยอดคนแค่ไหนออกไปช่วยฟื้นฟู ก็เป็นเรื่องยากที่จะฝืนชะตาฟ้า เป็นเรื่องเปล่าประโยชน์

ที่จริงแล้ว ขงเบ้งเองก็ทราบอยู่ว่าราชวงศ์ฮั่นต้องพบจุดจบ แต่เหตุเพราะ "แพ้ใจ" เล่าปี่ จึงยอมน้อมกายถวายชีวิต เอาตัวเข้าแลก หวังจะฝืนลิขิตฟ้า ให้วงศ์ฮั่นกลับมาปกครองแผ่นดินเป็นปึกแผ่น แต่ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นอย่างที่ทราบ "ฟ้ายังต่ำ หินยังแตก แผ่นดินยังแยกออกเป็นสาม" ไม่มีอะไรหยุดยั้งได้ ความพยายามฝืนทำในสิ่งที่ตัวเองก็รู้ว่ายากจะสำเร็จของจูกัดเหลียง มีอันต้องพังพาบลงไปจริงๆ

มนุษย์เราก็เช่นนี้ บางทีก็รู้ ก็ทราบอยู่ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างกำลังถูกพัดพาไปในทิศทางใด แต่เมื่อยังมีความผูกพัน ความรัก ความศรัทธา ก็ยังหวังจะฝืนลิขิตฟ้า ฝืนชะตา หวังหยุดโลกไม่ให้ไหลตามไป หวังให้ทุกอย่างเป็นเหมือนดั่งที่เคยเป็นมาตลอด ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นไปได้ยากเหลือล้น ที่สุดแล้ว ทุกสิ่งก็ต้องจบลงด้วยความล้มเหลว ไม่เหลืออะไรสักอย่าง

แม้สติปัญญาของขงเบ้ง จะเหนือกว่าซุยเป๋งและพรรคพวกก๊วนปราชญ์ทุกคน แต่ผู้อ่านสามก๊กจำนวนมากก็ยกย่องซุยเป๋งว่า เป็นคนที่อ่านโลกเป็น ไม่ฝืนลิขิตฟ้า จึงได้พบกับความสุขตลอดชีวิต ไม่ต้องออกมาทนทุกข์ทรมานเหมือนเพื่อนอย่างขงเบ้ง

ว่ากันตรงๆ "ยุทธศาสตร์ซุยเป๋ง" มองมุมไหนก็ไม่เป็นรอง "ยุทธศาสตร์หลงจง" ของขงเบ้งเลย



ภาพประกอบ: baike.baidu.com

5 comments:

  1. เป็นชื่อที่ไม่คุ้นจริงๆด้วย เหอๆ

    แต่เท่าที่อ่านดู

    ยุทธศาสตร์ของซุยเป๋ง ออกจะเป็นความเป็นจริงมากกว่าคำว่ายุทธศาสตร์

    ไม่มีใครฝืนโชคชะตาได้ ถึงแม้เรื่องดวงชะตาจะเป็นเรื่องที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ก็เถอะ

    แต่จากกรณีนี้ ก็ต้องดูจากปัจจัยหลายๆอย่าง

    ทั้งๆที่ยุทธศาสตร์แต่ละอย่างของขงเบ้งก็ออกจะดีเลิศขนาดน้าน

    ที่ทำไม่สำเร็จในแต่ละครั้งก็มีสาเหตุแตกต่างกันไป

    ก็อาจจะเป็นเพราะชะตาฟ้ากำหนดไว้ล่ะมั้ง

    ถ้าจะบอกว่าสิ่งที่ซุยเป๋งบอกเป็นยุทธศาสตร์

    ก็คงเป็นยุทธศาสตร์ ที่ไม่ตายตัวแน่นอน

    แต่เป็นยุทศาสตร์ที่ใช้ได้ในทุกสถานการณ์เลยทีเดียว...

    ReplyDelete
  2. ซุยเป๋งมองอย่างเข้าใจสถานการณ์
    แต่ความเข้าใจสถานการณ์บางทีก็ไม่แน่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์

    ยุทธศาสตร์คือการเลือกที่จะกระทำเชิงรุกรับ

    และการละวางเรื่องของการรุกรับเป็นเรื่องของผู้เข้าใจสถานการณ์กระจ่าง

    มุมมองของซุยเป๋งก้เหมือนคนที่รู้จักวงจรชีวิตของไผ่

    เมื่อมองเห็นหน่อไผ่ตั้งแต่ต้นกำเนิด
    และเห็นถึงผลบั้นปลายของไผ่กระจ่าง

    สนุกกับการต้มหน่อไม้
    ยังดีเสียกว่าคิดว่าต้นไผ่จะใช้เป็นไม้ทำบัลลังค์้ได้

    เพราะไผ่ก็ยังเป็นไผ่ ต่อให้เป็นไผ่ที่ดีที่สุดก็ทำได้แต่เก้าอี้ไม้ไผ่
    อย่างไรก้ตามไม่สามารถเป็นบัลลังก์ฮ่องเต้เช่นไม้เนื้อแข็งได้

    แต่ขงเบ้งมองกลับกัน
    ว่าถึงแม้ไผ่จะใช้แทนไม่ได้
    แต่ก็ยังพอใช้ได้ชั่วคราวสำหรับทำหลังคาให้หลบในร่ม
    คุ้มแดดกันฝน พอประทังให้ประชาชนหลับไหลอย่างเป็นสุข
    ในระหว่างยุคสงครามได้

    ซุยเป๋งเข้าใจและหลีกเร้น

    แต่ขงเบ้งทั้งที่รู้แก่ใจ แต่อย่างน้อยการได้กระทำการนั้น
    ทั้งรู้ว่าไผ่หาใช่ไม้เนื้อแข็ง แต่ก้สามารถใช้ไปก่อนได้ชั่วเวลาหนึ่ง
    ก็เพื่อ....เผื่อประโยชน์แก่ประชาชนส่วนรวม

    จึงตัดสินออกมารับสามเยือนกระท่อมหญ้า

    อุปมาเช่นนี้แล..
    แล้วจะเห็นว่าความต่างระหว่างปราชญ์ 2 ท่านนี้ก็คือน้ำใจที่มีต่อส่วนรวมนั่นเอง

    ................................

    ไม่สำคัญว่าทำสำเร็จหรือไม่

    เช่นตั้งใจจะเลี้ยงคนให้อิ่มหนำตลอดปี
    แต่ถึงแม้ทำได้ 3 เดือนก็ถือว่าดีแก่ผู้คนมากแล้ว

    ReplyDelete
  3. เอิง+ พี่นัน // ใช่แล้วครับ จริงๆคำพูดไม่กี่ประโยคของซุยเป๋งไม่ใช่ยุทธศาสตร์อะไรหรอก ผมตั้งชื่อให้น่าสนใจ และล้อกับยุทธศาสตร์หลงจงน่ะครับ ไม่อยากใช้ชื่อ "ความคิดซุยเป๋ง" ฟังดูงั้นๆเกินไป

    ในส่วนของพี่นัน ผมเห็นด้วย ว่าสิ่งที่ขงเบ้งทำนั้นก็มีประโยชน์ อย่างน้อยก็มาช่วยบริหารแผ่นดินสู่ให้เป็นสุขอยู่หลายสิบปี ขงเบ้งเป็นนักบริหารและนักปกครองที่ยอดเยี่ยม หากไม่มีขงเบ้ง ชาวบ้านแคว้นจ๊กก็ไม่รู้จะอยู่ใต้ใคร เล่าเจี้ยงอาจจะเสียดินแดนให้กับโจโฉ หรือคนอื่นๆ ก็ไม่แน่ว่าจะดีเท่าเสียให้เล่าปี่ ที่มีขงเบ้งน่ะครับ

    ขอบคุณที่แวะมาพูดคุยครับ

    ReplyDelete
  4. สมแล้วครับอาจารย์ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ นำตัวละครที่ไม่แพร่หลาย มาตีแผ่ให้กับคนอื่นอ่านและเห็นหลายแง่มุม

    ReplyDelete
  5. ซุยเป๋งวิสัยทัศน์ดีมากเลยชอบมากเลยเขาวิเคราะห์คิดได้เเตกฉานเกิดเปนคนอย่าขืนฟ้าลิขิตนับถือๆเเต่ขงเบ้งทำไมรู้ว่าวงค์ฮั่นสิ้นเเล้วยังจะขืนฟ้าเเต่ขงเบ้งก้ยังวางเเผนได้ดีความคิดก็น่าจะเหมือนกับซุยเป่งการขืนฟ้าฟื้นฟูวงค์ฮั่นขงเบ้งก็ฟื้นฟูได้เเต่ก็ต้องพังลงเพราะเล่นเสี้ยนทำไมไม่เหมือนพระเจ้าอานะเเต่ขงเบ้งก็ยังบริหารราชการเเผ่นดินปราบปรามคนชั่วถ้าขาดขงเบ้งคงไม่มีจ็กก้ก

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ