Saturday, September 26, 2009

ก๊วนกินเหล้าของขงเบ้ง "ปราชญ์พึงคบมิตร"


"..สรวลสุราขุ่น ป้านใหญ่ ให้ตำนาน เก่าเก่าใหม่ใหม่ เสพย์สราญ ว่ากันไป"

ท่อนหนึ่งของกลอนเปิดเรื่องสามก๊ก บทกวีที่ขับขานกันในวงเหล้า เปรียบแม่น้ำแยงซีเกียงกับวัฏจักรเวียนว่ายตายเกิด ไม่ควรยึดมั่นถือมั่นกับอะไร

ท่านทั้งหลายมี "ก๊วนเสวนา" ไหมครับ? ในที่นี่ผมหมายถึงกลุ่มเพื่อนหรือคนรู้จัก ที่นัดพบปะสังสรรค์กันบ่อยๆ มีความสนใจในเรื่องที่คล้ายคลึง พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกัน

อย่าได้มองของแบบนี้เป็นเรื่องไร้สาระ ปราชญ์ที่แท้ย่อมเสาะแสวงหาปราชญ์ด้วยกันเป็นมิตร ลับสมองประลองปัญญา เชื่อไหมครับว่า แม้แต่ขงเบ้งก็มี "ก๊วนกินเหล้า" ของเขาเช่นเดียวกัน

ใครเคยอ่านสามก๊กอาจจำได้ ตอน "สามเยือนกระท่อมหญ้า" ที่ เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย ไปตามหาตัวท่านมังกรเร้นกายมาช่วยทำการใหญ่ สามพี่น้องได้เจอกับก๊วนกินเหล้าของขงเบ้งกลุ่มนี้ ประกอบไปด้วย โก๊จงหงวน เบงคงอุย ชีซี และซุยเป๋ง ทั้งหมดเป็นศิษย์ร่วมสำนักของ "ซินแสแว่นน้ำ" สุมาเต๊กโช

คนกลุ่มนี้พูดคุยกับเล่าปี่ไม่กี่คำ การสนทนาจบลงอย่างไม่น่าประทับใจนัก แต่ก็ทำให้เราได้เห็นถึงภูมิปัญญาที่ล้ำเลิศ สมกับที่เป็นเพื่อนร่วมสำนักของขงเบ้ง

ปราชญ์เหล่านี้เป็นปราชญ์เต๋า ไม่มัวเมาในลาภยศชื่อเสียง ขอเพียงสนุกสนานอยู่กับธรรมชาติ พายเรือเล่น ท่องเที่ยวตามขุนเขา แม่น้ำลำธาร เหนื่อยก็พักกายาใต้ต้นไม้ใหญ่ ฟังเสียงธารน้ำไหล เมื่อเหงาก็นัดพบกัน เล่นหมากล้อม ร่ำสุราตามอัธยาศัย

ปราชญ์คนไหนพ่ายแพ้ต่อความยั่วยวนของโลกวุ่นวายภายนอก สละกระท่อมน้อยออกไปผจญเพลิงสงคราม ก็ต้องทุกข์ยากไปตามๆกัน หาความสุขแท้ไม่ได้จนวันตาย ไม่ว่าจะเป็นชีซี หรือแม้แต่ขงเบ้งก็ตาม

คนเก่งๆในโลกนี้ยังมีอีกเยอะ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ทะเยอะทะยานอยาก หลายคนสมองเป็นเลิศ แต่พอใจที่จะใช้ชิวิตสันโดษ มีความสุขกับวันนี้ คนเช่นนี้แหล่ะ..น่าอิจฉาที่สุดแล้ว

การคบมิตรที่เป็นบัณฑิต เพื่อช่วยกันลับสมองประลองปัญญา ให้ประโยชน์กับเราได้มากมายเกินคาดเลยทีเดียว ทุกคนสามารถทำได้ บางคนอาจมีกลุ่มสหายที่มาจากหลากหลายวงการ พบปะกันบ่อยๆ อาทิตย์และครั้ง หรืออย่างน้อยเดือนละครั้ง หาประเด็นเสวนากัน แลกเปลี่ยนความรู้ ส่วนใครจะใฝ่หาทางโลกหรือทางธรรม ก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล

บัณฑิตพึงคบมิตร คบหาบัณฑิต เปิดหูเปิดตา เปิดโลกทรรศน์ แล้วท่านจะรู้ว่า ในโลกนี้มีเรื่องที่เรายังไม่รู้อีกมากมายเลยทีเดียว

5 comments:

  1. ประมาณว่า คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผลใช่มะ หุๆ

    มันก็เป็นอะไรที่น่าตลกนะ

    คนฉลาดๆอย่างขงเบ้ง

    กลับใจอ่อนกับเล่าปี่ ??

    คิดดีๆมันก็เป็นอะไรที่แปลก

    นี่ๆ พี่อาทๆ ตอนที่ขงเบ้งตกลงใจไปทำงานกะเล่าปี่อ่า

    สุมาเต๊กโชออกมาตะโกนหน้าบ้านตัวเองว่า

    ฮกหลงจะได้นาย เราก็เห็นชอบแล้ว แต่เสียทีเป็นคนอาภัพหาบุญไม่ได้

    สุมาเต๊กโชหมายถึง เล่าปี่ หรือ ขงเบ้งอ่า

    เอิงยังคาใจอยู่เลย

    แต่ว่าด้วยเรื่องเสวนาในหมู่มิตรของขงเบ้งแล้ว

    เอิงก็ไม่คิดจะไปทำการเมืองหรอก

    อยู่อย่างเดิมสบายกว่า

    ปราชญ์คนอื่นๆ ปฏิเสธเล่าปี่ได้ แต่ขงเบ้งกลับแพ้ใจในการมาเยือนกระท่อม 3 ครั้ง.....???

    ReplyDelete
  2. ก็เพราะเหตุนั้น ถ้ากระจ่างแล้ว
    ชีวิตที่อิสระและลุ่มลึกในเส้นทางของตนเองจึงเกิดขึ้นได้

    เพราะเข้าใจกระจ่างแล้ว
    จึงย่อมไม่ต้องแสวงหาผู้ยอมรับ

    .........................^/\^".................

    คนแสวงหาเพราะไม่เข้าใจ..
    ปราญ์เพราะเข้าใจจึงไม่แสวงหา....

    โดยเฉพาะคนเรามักดิ้นรนแสวงหาทั้งที่หารู้แน่แก่ใจว่าสิ่งนั้นใช่จริง
    และเป็นคำตอบสุดท้ายที่ใช่จริงๆหรือเปล่า

    ReplyDelete
  3. เอิง// สุมาเต๊กโช หมายถึงขงเบ้งจ้ะ อาภัพหาบุญไม่ได้ ต้องมารับใช้เล่าปี่ตลอดชีวิต ส่วนเล่าปี่นั้น บุญเยอะจ้ะ ถึงได้ขงเบ้งไปใช้ สุมาเต๊กโช บ่นอีกหลายที ว่า "น่าเสียดายๆๆ" เสียดายที่ขงเบ้งเจอเล่าปี่ในเวลานี้ เหมือนแกก็ทราบว่าที่สุดแล้ว ที่เล่าปี่คิดรวมแผ่นดินคงไม่สำเร็จ

    ReplyDelete
  4. พี่นัน // สำนวนพี่เป็นนักกวีมากๆครับ อ่านแล้วเพลินจริงๆ แวะมาบ่อยๆนะครับ ^o^

    ReplyDelete
  5. คนเก่งที่ยังคิดเป็นใหญ่ แสดงว่ายังไม่เห็นกิเลสในตัวเองบางคนก็มองว่าทำเพื่อบ้านเมือง ก็หลงไปกับอุดมการณ์จนหาความสุขไม่ได้ บางคนก็หลีกเล้นกายใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แล้วแต่มุมมองนะ

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ