Friday, September 4, 2009

กระทิงเขียว-หมีแดง เรื่องแปลกๆของตลาดหุ้นจีน

ผมไปเมืองจีนมาอีกแล้วครับ ไปคราวนี้ถือว่าเป็นงานเป็นการกว่าครั้งที่ผ่านๆมา โดยผมได้บินไปติดต่อธุระและเที่ยวที่เซี่ยงไฮ้ พักอยู่ 2-3 วัน ก่อนจะบินต่อไปที่เซี่ยเหมิน หนึ่งในไม่กี่เมืองของจีนที่อยู่ติดชายขอบทะเล และหันหน้าชนไต้หวันตลอดเวลา

ไปคราวนี้ขอบอกว่าเหนื่อยที่สุดตั้งแต่เคยไปเมืองจีนมา เหตุก็เพราะอุณหภูมิโดยเฉลี่ยที่เซี่ยงไฮ้และเซี่ยเหมินในขณะนี้ พุ่งขึ้นไปอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 37 องศาเซลเซียส เรียกว่าร้อนๆอย่างบ้านเรานั้นถึงกับชิดซ้ายไปเลยทีเดียว ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่แปลก เพราะในช่วงเดือน 7 เป็นช่วงที่ประเทศจีนอากาศร้อนสุดในรอบปี

อากาศร้อนแบบเมืองจีนนั้น มันร้อนทรมานครับ ไม่ได้ร้อนแบบเหนียวเหนอะหนะเหมือนบ้านเรา แต่เป็นความร้อนแบบไม่มีความชื้นเจือปน คือ “ร้อนแห้งๆ” เรียกว่าเดินออกไปข้างนอกทีไรถึงกับเวียนหัว เหงื่อแทบหมดตัวเลยทีเดียว ขนาดผมเองเป็นคนออกกำลังกายบ่อย แต่พอไปเดินเจอแดดเปรี้ยงเดือน 7 ของ ซั่งไห่ (“เซี่ยงไฮ้” ออกเสียงแบบจีนแท้) ก็แทบแย่ สรุปแล้วไปทริปนี้ ความสุขที่สุดจึงไม่มีอะไรเกินไปว่าการกลับมานอนแช่ในห้องพักแอร์เย็นฉ่ำที่โรงแรม

เรื่องไปท่องเที่ยวนั้นคงไม่มีอะไรเล่าครับ เพราะจำอะไรไม่ได้มาก เนื่องจากมันร้อน หัวมึนตึ๊บไปหมด แต่เรื่องแปลกๆที่บังเอิญมาตรงกับความสนใจส่วนตัว คงไม่มีอะไรเกินไปกว่าตอนที่นั่งผ่อนคลายอิริยาบถอยู่ในห้องพัก แล้วเปิดดูโทรทัศน์ที่กำลังรายงานข่าวเศรษฐกิจ แล้วบังเอิญไปสะดุดกับตัววิ่ง “ราคาหุ้น” ที่เคลื่อนไหวอยู่บริเวณด้านล่างของจอ

ใครเคยดูข่าวหุ้นคงนึกออก ตัววิ่งบอกราคาหุ้นวิ่งผ่านด้านล่างของจอโทรทัศน์ในแนวนอนอย่างรวดเร็ว หุ้นไหนขึ้นก็จะเป็น “สีเขียว” พร้อมลูกศรปักหัวขึ้น หุ้นไหนตกก็จะเป็น “สีแดง” พร้อมลูกศรปักหัวลง

รายการเศรษฐกิจที่เมืองจีนก็มีเหมือนๆกัน แต่พอผมเปิดดูครั้งแรงถึงกับตกใจ โอ้โห! ทำไมตลาดหุ้นจีนช่วงนี้ถึงตกแหลกลาญนัก ตัวอักษร+ตัวเลขที่วิ่งอยู่เป็น “สีแดงเถือก” ไปหมด ถ้าเป็นสำนวนของนักเก็งกำไรไทยก็ต้องเรียกว่า “เลือดนองเต็มกระดาน” เลยทีเดียว

แต่พอตั้งใจดูดีๆก็ยิ่งประหลาดใจขึ้น เพราะหุ้นส่วนใหญ่ที่เป็นสีแดงนั้น ลูกศร “ชี้ขึ้นฟ้า” แทบทุกตัว ตรงกันข้าม หุ้นสีเขียวที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ลูกศรกลับหันหัว “ปักลงดิน”

พิจารณาดูสักพักจึงถึงบางอ้อ นี่แปลว่าตลาดหุ้นของประเทศจีนใช้สัญลักษณ์เกี่ยวกับสี “ตรงข้าม” กับตลาดหุ้นทุกประเทศทั่วโลก โดย “สีแดง” หมายถึง “หุ้นขึ้น” แต่ “สีเขียว” กลับหมายถึง “หุ้นตก”

ด้วยความพิศวงงงงวย ผมจึงถาม “เหวินเหวิน” เพื่อนร่วมทริปเจ้าเก่าที่ไปด้วยกันว่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ เหวินเหวินบอกว่า น่าจะเป็นเพราะ “สีแดง” สำหรับคนจีนหมายถึง “โชคลาภ” (ซึ่งอันนี้เราทุกคนคงพอทราบกันอยู่แล้ว) ส่วน “สีเขียว” นั้น หมายถึง “คนตาย” ดังจะเห็นได้จากแผ่นป้ายจารึกหน้าหลุมศพของคนจีนที่นิยมใช้สีเขียว

ด้วยเหตุนี้ “สี” ซึ่งเป็นสัญญะของตลาดหุ้นจีน จึงกลับตาลปัตรกับทั่วโลก จากของคนอื่นที่เป็น “เขียว=ดี, แดง=ไม่ดี” ของจีนกลายเป็น “แดง=ดี, เขียว=ไม่ดี” ช่างน่างงดีแท้

ที่เล่ามาคงเป็นเรื่องแปลกๆปนขำๆมากกว่า แต่ประเด็นที่น่าสังเกตจริงๆนั้นอยู่ที่ว่า การที่ตลาดหุ้นจีนกลายเป็น “กระทิงแดง”* พุ่งหัวขึ้นกันไม่หยุดแทบทุกวันนั้น ย่อมบ่งบอกถึงสภาวะเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงขาขึ้นได้เป็นอย่างดี แม้ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังซบเซา แต่ตลาดหุ้นจีนกลับขึ้นเอาๆ (ถึงแม้จะเป็นสีแดงเหมือนๆกันก็ตาม)

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ล้วนเป็นตัวชี้บ่งถึงพลังอำนาจ และเป็นคำตอบให้กับชาวโลกว่า ประเทศใด ที่กำลังจะครองความเป็นมหาอำนาจทางเศรฐกิจของโลกอันดับ 1 อย่างถาวรในอนาคตอันใกล้นี้ !!

* หมายเหตุ - “กระทิง” (Bull) เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้เรียกสภาวะตลาดหลักทรัพย์ที่กำลังร้อนแรง โดยศัพท์เทคนิคเรียกว่า “ตลาดกระทิง” (Bull Market) คล้ายกับธรรมชาติของ กระทิง ที่เป็นสัตว์ที่คึกคะนอง มีพลังมาก ในขณะที่ “หมี” (Bear) ใช้เรียกสภาวะตลาดหลักทรัพย์ที่กำลังซบเซา หรือที่เรียกว่า “ตลาดหมี” (Bear Market) โดยมีนัยยะถึง หมี ที่เป็นสัตว์ที่เชื่องช้า

No comments:

Post a Comment

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ