Friday, November 27, 2009

คนเขารวยกันอย่างไร?


วันก่อนไปกินโต๊ะแชร์ที่เยาวราช ได้ทราบจากอาเฮียคนหนึ่งในวงแชร์ว่า แกให้คนเช่าหน้าร้านในเวลากลางคืน เพื่อขายของในเวลาที่เรียกกันว่าเป็น "ตลาดมืด" ของสำเพ็ง กล่าวคือ ช่วงเวลาที่พ่อค้าแม่ขายเอาของมาตั้งวางขาย ตั้งแต่ราวๆ ตี1-ตี2 ไปจนถึงรุ่งสาง

อาเฮียเล่าว่า แกให้เช่าในอัตราคืนละประมาณ 1 แสนบาท กับพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตรหน้าร้าน (ร้านแกเป็นร้านรองเท้าร้านใหญ่ในสำเพ็ง) แต่คนที่มาเช่านั้น ทำรายได้ได้ประมาณ 4-5 แสนบาทต่อคืน

คนที่ได้ฟังก็แทบไม่อยากเชื่อ ว่าทำไมมันมากมายมหาศาลขนาดนั้น อาเฮียที่เล่าให้ฟังก็ยืนยันว่า ทีแรกแกได้ยินก็ไม่อยากจะเชื่อ ว่าผู้เช่าของแกจะอู้ฟู่ขนาดนั้น จนแกลองนอนดึกไปยืนนับด้วยตัวเอง จึงได้เห็นว่าเขาได้รายได้ขนาดนั้นจริงๆ

ของที่ผู้เช่าขาย ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะเป็นรองเท้า แต่มีความแตกต่างบางอย่างในตัวผลิตภัณฑ์ ทำให้มีขายเฉพาะตอนกลางคืน ต้องมาเดินตลาดมืดเท่านั้น มาตอนกลางวันจะไม่ได้สินค้าแบบนี้ แกยังเล่าอีกว่า คนที่มาซื้อนั้น ถึงขนาดต้อง "แจกบัตรคิว" กันเลยทีเดียว

ผมฟังแล้วก็หูผึ่ง ยังแซวแกว่า นี่ผู้เช่าของแกขายดียิ่งกว่าเอ็มเคสุกี้เสียอีก เอ็มเคก็แจกบัตรคิวเหมือนกัน สมมุติว่าขายได้โต๊ะละ 1,000 บาท (ตีเป็นตัวเลขกลมๆ คิดง่ายๆ จริงๆแล้วคงไม่ถึง) จะขายให้ได้รายได้ 1 แสนบาท ก็ต้องขายถึง 100 โต๊ะ ถ้าจะขายได้ให้ 4-5 แสนบาท ก็ต้องขายให้ได้ 400-500 โต๊ะ ผมว่าตั้งแต่เช้าจนค่ำ ประมาณ 12 ชั่วโมง ก็ไม่น่าจะถึงได้

แต่คนขายของในตลาดมืด ขายประมาณ 4 ชั่วโมง ได้ออเดอร์ 4-5 แสนบาท ล่ำซำมั้ยล่ะครับทั่น?!!

นี่ดีว่าอาเฮียผู้ให้เช่าท่านนี้เป็นคนใจดี ค้าขายกับใครก็ซื่อตรง จนชื่อเสียงขจรขจาย โด่งดังในย่านสำเพ็ง มิเช่นนั้น หากรู้อย่างนี้ แกคงต้องขึ้นค่าเช่าแน่นอน ซึ่งผู้เช่าก็คงยอมจ่าย เพราะคิดแล้วยังไงก็คุ้ม แต่นี่แกบอกแกได้วันละ 1 แสนบาทก็ดีแล้ว ไม่ได้เสียอะไรเลย เพราะตอนกลางคืนแกก็ไม่ได้เปิดร้าน

ได้ฟังอย่างนี้ ผมยังแอบคิด เห็นคนรุ่นใหม่ๆ มีโมเดลธุรกิจสวยหรู บางทีก็ copy มาจากเมืองนอกเมืองนา ซื้อแฟรนไชส์บ้าง อะไรบ้าง บางคนซื้อแฟรนไชส์เมืองนอกมา ก็ต้องมาจ่ายให้แฟรนไชซอร์แพงๆ ตัวเองเหลือไม่เท่าไร แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา เป็นระบบของเขา

ผิดกับ อาเฮีย-อาเจ้ ในสำเพ็งที่ผมรู้จัก โมเดลธุรกิจของพวกเขาไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรเลย พวกเขามาจับจองพื้นที่ในสำเพ็ง ตั้งแต่ยุค "ตื่นทอง" จนวันนี้ สำเพ็งกลายเป็นศูนย์ขายส่งข้าวของต่างๆ คนขายก็วิ่งมาเสนอขายถึงที่ คนซื้อก็วิ่งมาซื้อของถึงที่เช่นเดียวกัน

ส่วน อาเฮีย-อาเจ้ เหล่านี้ก็เป็น "เสือนอนกิน" สบายไป รวยมาจากในเมือง แต่ทุกวันนี้ขยับขยายไปซื้อบ้านหลังใหญ่ๆราคาหลายสิบล้านแถบชานเมือง เช้าก็ขับรถมาที่ร้าน ค่ำๆก็กลับบ้าน ลูกหลานก็ส่งไปเรียนเมืองนอกเมืองนา

แต่ใครที่คิดจะเลียนแบบคงยากแล้ว เดี๋ยวนี้ตึกแถวในสำเพ็ง เซ้งกันเป็นล้านๆ กว่าจะคืนทุนก็ไม่ง่าย ถ้าเปรียบเป็นหุ้น ตอนนี้ก็ราคาเฟ้อมากแล้ว

เงินทองนั้น จะว่าหายากก็ไม่เชิง เพียงแต่ต้องรู้จังหวะและโอกาส แต่ที่แน่ๆ ต้องมี "ปัญญา" และ "วิสัยทัศน์" และต้อง "รู้จักตัวเอง" รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ต้องมองไปในอนาคต ว่าต่อไปอะไรจะดี อย่ามองเพียงแค่วันนี้ เมื่อโอกาสมาก็ต้องรีบคว้าไว้ มิฉะนั้นคนอื่นก็จะมาคว้าเอาไป


ที่สำคัญ จากประสบการณ์ของผม เราต้องหมั่นทำคุณงามความดี บางทีโชคและโอกาสมักจะตกไปอยู่กับคนที่รู้จักให้ รู้จักทำบุญกุศล หันมามองตัวเอง ที่ผมมีอะไรๆในวันนี้ ส่วนใหญ่ก็มาจากสิ่งที่ผมและครอบครัวได้เคยทำเคยปฏิบัติมาในอดีต ทุกวันนี้เราจึงมีกินมีใช้ไม่ลำบาก

อย่าลืมนะครับ ต้องฉลาด มองการณ์ไกล และเชื่อมั่นในความดี จึงจะประสบความสำเร็จได้ ขอให้โชคดีทุกท่านครับ





Port Macquarie Accommodation

10 comments:

  1. งั้นมาเล็งกันดีกว่าว่าอีก 20 ปี ทำเลแถวไหนจะรุ่ง จะได้ไปซื้อรอไว้เลย อิอิ

    ReplyDelete
  2. นั่นสิ พี่โจ๊กช่วยคิดหน่อยสิครับ อิอิอิ

    ReplyDelete
  3. ...................... ที่เดียวเลย มันคือ สำเพ็งในอีก 20 ปีข้างหน้า และเป็นสำเพ็งแบบ อินเตอร์ฯด้วย(ใบ้ให้่ขนาดนี้แล้ว) บอกหมดก็แย่งกันไปซื้อจิ เด๋วรอผมเก็บเงินก่อนอะ ๕๕๕๕๕

    ReplyDelete
  4. แหม พี่ Ya เล่นทิ้งระเบิดไว้ยังงี้ เฉลยด้วยซิครับ 555+

    ReplyDelete
  5. ขั้นต้นด้วยตัว ส และ เป็นที่เจริญที่ไม่ใช่แถวกรุงเทพชั้นใน องค์ประกอบ น้ำใหล ไฟสว่าง ทางสะดวก ครบ และ คนกำลังอพยพเข้า แค่นี้คงเป็นหลักพิจารณาได้เยอะนะครับ (เฉลยหมดเรยเรา) เสียวว่าบอกไปงี้ที่ดินตรงนั้นจะขึ้นเวอร์ เศร้ารุย ยังไม่มีเงินซื้อ แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ปล คนรู้ไม่มีเงิน คนมีเงินไม่ค่อยจะได้รู้เพราะไม่เข้ามา blog นี้ อิอิ

    ReplyDelete
  6. ผมมองว่า ตรงสุดทางรถไฟฟ้าพอดี น่าจะเป็นบริเวณที่ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นได้ในอัตราสูงมากที่สุด

    สุดทางรถไฟฟ้าก็มีอยู่หลายทิศ ทิศเหนือและตะวันออกดูน่าสนใจมากกว่า เพราะเมืองสามารถโตไปทางนั้นเรื่อยๆ ได้ เพราะเป็นทางไปสู่ภาคอื่นและไม่ติดทะเล

    แต่ ส นี่อะไรครับ นึกไม่ออก คงไม่ใช่สุวินทวงศ์นะครับ

    ReplyDelete
  7. ไม่ใช่ สุวินทวงค์ครับ ที่นั้น ขาดชาวต่างชาติ ไม่ตรงที่ที่ไกด์ไว้คับ ริมรถไฟฟ้าถูกครับ เข้าเคสเลย เหลือสองทิศ โพกัสเข้ามาไกล้เคียงมาก ต้องเลือกให้เหลือทิศเดียวครับ โหย นึกว่าเกมส์แฟนพันธ์แท้ เตรียมเงินไปซื้อเลยครับ ทำเลที่ว่านี้ คนบอกผม Pass away ไปแล้ว หลายอย่างเป็นจริงอย่างเหลือเชื่อ ผมก็หัดใหม่ หลายเรื่องแต่ชอบที่ดินที่สุดเพราะผลตอบแทนดีกว่าตลาดหุ้น และ จับต้องได้ แต่ว่า คนเป็นแค่ฝันกลางวัน

    ReplyDelete
  8. ที่ใกล้ๆ รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน นี่ ต้องดูตำแหน่งเหมือนกันนะครับ

    บางสถานีก็คนมาก บางสถานีก็คนน้อย แถมในสถานีเดียวกัน จุดขึ้นลงแต่ละจุดก็มีคนขึ้นลงไม่เท่ากัน

    ผมเห็นตึกแถวอยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน แต่เป็นมุมที่คนไม่ค่อยเดินผ่าน ในแง่ของการเดินทางก็สะดวกอยู่ แต่ในแง่ของการดูดคนเข้ามาในร้าน กลับไม่ค่อยเวิร์ก เลยดูร้างๆไปหมด ปล่อยเช่าก็ไม่มีใครมาเช่า

    ถ้าเป็นสุดสายรถไฟฟ้าอย่างพี่โจ๊กว่า น่าสนใจมากครับ

    ตกลงตัว ส.นี่อะไรน้า (อยู่กรุงเทพชั้นนอก คงไม่ใช่ ส.เพลินจิต นะ :D)

    ReplyDelete
  9. ต่างชาติเยอะก็ ส.สุขุมวิท อึม แต่ว่ามันแพงมานานแล้วนะ ไม่น่าเป็นขุมทรัพย์ที่ยังไม่มีใครค้นพบ

    ReplyDelete
  10. อืม ไหงกลับมาสุขุมวิทอะ ตรงนี้มันเต็มนานแล้วก๊าบ แต่ท่านสุมาอี้เขี่ยบอลตลอดรุย จริงจังม๊ากมาย ครูอาทก็ฮวงจุ้ยเลยครับ เคยได้ยิน คนจีนพูดบ่อยๆ ไหงคล้ายกัน สงสัยคนจีนอพยพ ช่างสังเกตุ

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ