Friday, December 25, 2009

“ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ที่ผมเคยรู้จัก


ขอออกตัวไว้ก่อนว่า สิ่งที่จะเขียนต่อไปนี้ แม้จะเกี่ยวข้องกับตัวละครในเกมการเมืองอันร้อนระอุของประเทศไทยในปัจจุบันแบบเต็มๆ แต่ผมจะไม่เขียนถึงประเด็นการเมืองอะไรใดๆทั้งสิ้น

ใครคิดอย่างไร ใครเสื้อสีอะไร เป็นเรื่องส่วนบุคคล ผมไม่ขอก้าวล่วง แค่จะขอถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้เคยสัมผัสกับ “แกนนำ” ทางการเมืองผู้หนึ่งที่กำลังมีบทบาทอย่างสูงในขณะนี้ให้ฟัง

ที่คิดจะเขียนถึงเรื่องนี้ก็เพราะวันก่อนผมไปต่างจังหวัด เปิดโทรทัศน์เจอช่อง People Channel ได้เห็นคุณ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” หนึ่งในแก๊งค์สามเกลอ ปราศรัยบนเวทีอย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ตามสไตล์

ณัฐวุฒิเป็นแกนนำฝีปากเอกคนหนึ่งของฝ่ายสีแดง ว่ากันว่าเป็นคนเดียวที่แม้คนสีเหลืองบางคนยังชอบฟังเขาปราศรัย

ผมได้ดูในทีวีวันนั้น หนึ่งในเรื่องที่ ณัฐวุฒิ หยิบยกมาพูดถึงก็คือเรื่อง “สามก๊ก”

ที่น่าสนใจก็คือ เวลาแกพูดเรื่องสามก๊ก ดูประชาชนคนเสื้อแดงที่มาฟังจะสนอกสนใจค่อนข้างมาก บางทีก็เรียกให้พูดซ้ำอีก ผมเพิ่งอ่านเจอในเว็บไซต์ว่า ช่วงนี้ณัฐวุฒิเล่าเรื่อง สามก๊ก ค่อนข้างบ่อย ต่อเนื่องกันหลายเวที หลายจังหวัด

ผมไม่ค่อยได้ดูช่องคนเสื้อแดง เพราะที่บ้านไม่ได้ติด ไม่ได้ดูทั้ง “สีแดง” และ “สีเหลือง” ปกติดูแต่ทรูวิชั่นส์ แต่อยากจะบอกว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้ยิน ณัฐวุฒิ คุยเรื่อง “สามก๊ก”

เพราะครั้งแรกที่ผมได้ยินเขาเล่าเรื่องนี้ เกิดขึ้นระหว่างที่ผมกับเขาได้พบกันเป็นส่วนตัว เมื่อประมาณกลางปี 2548 หรือ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว

ขณะนั้น ผมยังเป็นลูกจ้างทำงานให้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง ตอนนั้นบริษัทได้เชิญคุณณัฐวุฒิมาบรรยาย ในลักษณะของการ “โต้วาที” ซึ่งเป็นความถนัดของแก ส่วนผมก็จับพลัดจับผลูไปโต้วาทีทีมเดียวกับคุณณัฐวุฒิด้วย ในฐานะตัวแทนของบริษัทในเครือเดียวกัน

สำหรับตัวคุณณัฐวุฒิ เวลานั้นเพิ่งเริ่มมีชื่อเสียงจากรายการ “สภาโจ๊ก” และ “รัฐบาลหุ่น” ที่แกเป็นคนพากย์เสียงคุณไตรรงค์ สุวรรณคีรี และเคยลงสมัคร ส.ส.แต่ยังไม่ได้รับเลือก

ฝ่าย HR ได้แบ่งการโต้เวทีเป็น “ทีมหญิง” และ “ทีมชาย” ซึ่งแน่นอนว่าในส่วนของทีมชายเรา คุณณัฐวุฒิเป็นหัวหน้าทีม ส่วนผมและสมาชิกอีกคนหนึ่งเป็นลูกทีม ขณะที่ “ทีมหญิง” นำโดย “เจ๊เหมี่ยว ปวันรัตน์” ดารารุ่นเก๋า “คุณยุ้ย ปิยฉัตร” ผู้ประกาศข่าวไอทีวี และพนักงานในเครืออีกท่านหนึ่ง

ก่อนถึงงานประมาณหนึ่งสัปดาห์ ฝ่าย HR ได้พาผมและพี่อีกคนในทีมไปพบคุณณัฐวุฒิที่บริษัทของแก เพื่อซักซ้อมและพูดคุย เราเดินทางไปถึงประมาณ 10 โมงกว่า นั่งรอที่ออฟฟิศย่านลาดพร้าวสักครู่หนึ่ง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็ปรากฏกายขึ้น

หลังจากทักทายกันเสร็จสรรพเรียบร้อย ก็เข้าสู่ช่วงของการพูดคุยเพื่อเตรียมการที่จะขึ้นเวที ตลอดเวลาครึ่งชั่วโมงที่พูดคุยกัน ณัฐวุฒิสอนวิธีการพูดให้ผม ซึ่งทำให้ผมต้องยอมรับว่า คนๆนี้เป็นนักพูดชั้นเซียนจริงๆ


หนึ่งในเทคนิคการโต้วาทีที่ณัฐวุฒิชี้แนะผมก็คือ เวลาเราพูดหรือถกเถียงกับใครในเรื่องอะไรก็ตาม อันดับแรกเลย เราต้อง “แปรญัตติ” เสียก่อน เพื่อ “ชิงความได้เปรียบ”

การแปรญัตติ หมายถึง การตีความประเด็นอภิปราย ซึ่งฝ่ายที่อยากมีชัยในการประชันวาจา ต้องแปรญัตติให้เป็นประโยชน์กับฝ่ายตัวเองให้ได้

บังเอิญชื่อหัวข้อสำหรับโต้วาทีในคราวนั้นผมจำไม่ได้แล้ว แต่หลักใหญ่ใจความคือ ต้องเถียงกันว่า “ “พรสวรรค์” กับ “พรแสวง” อะไรสำคัญกว่ากัน ในการจะประสบความสำเร็จ”

ณัฐวุฒิเริ่มต้นสอนผมด้วยการยกตัวอย่างเรื่อง “สามก๊ก” ทันที ซึ่งเป็นตัวอย่างที่โดนใจผมมาก โดยที่ผมไม่ได้บอกเขาว่าผมก็คลั่งไคล้สามก๊กมากมาย

เขาแนะนำว่า หากเราสนับสนุนฝ่าย “พรแสวง” เราอาจยกตัวอย่างว่าการที่ “เล่าปี่” ได้ “ขงเบ้ง” มาช่วยทำการใหญ่นั้น เป็นเพราะเขาใช้ “ความพยายาม” คือดั้นด้นฝ่าลมฝนไปเยือนกระท่อมหญ้าในหุบเขาโงลังกั๋งถึง 3 ครั้ง จนได้ขงเบ้งมาช่วยงาน มิฉะนั้น คงไม่ได้ครองแผ่นดินแม้เศษเสี้ยว

ดังนั้น “พรแสวง” ย่อมมาก่อน “พรสวรรค์”

ตรงกันข้าม สมมุติเราสนับสนุนฝ่าย “พรสวรรค์” เราก็ต้องบอกว่า หากขงเบ้งไม่ได้มีสิ่งที่ “ฟ้าประทาน” มาให้ คือ “ปัญญา” ที่เหนือชั้นมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าเขาจะเพียรพยายามอ่านตำรับตำราเพียงใด ก็คงไม่อาจฉลาดเฉลียวได้ขนาดนั้น ซึ่งหากขงเบ้งไม่ได้เจนจบดินฟ้า ปัญญาเลอเลิศ เล่าปี่ก็คงป่วยการที่จะดั้นด้นไปหาเขา

กลายเป็นว่า “พรสวรรค์” ย่อมมาก่อน “พรแสวง” แหงๆ

ผมฟังแล้วถึงกับพยักหน้าหงึกๆ นึกในใจว่า คนๆนี้ “พูดเก่ง” จริงๆ พูดอะไรก็ฟังเหมือนถูกต้องไปหมด ฟังกี่ครั้งก็ยังเข้าที ยังแอบลองนึกเล่นๆว่า หากเราต้องอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเขา ยังไม่เห็นหนทางเลยว่าจะเถียงชนะได้อย่างไร

จนถึงวันนี้ ผมเลยไม่แปลกใจ ที่เวลาผ่านมา 5 ปี เขากลายเป็นนักการเมืองเต็มตัว นอกสภาบ้าง ในสภาบ้าง ขึ้นเวทีแต่ละครั้ง ตรึงคนดูได้เป็นหมื่นเป็นแสน ก็ด้วยเทคนิคแพรวพราว ลูกล่อลูกชนที่ครบเครื่อง

หลังจากการโต้วาทีจบลง บริษัทผมได้เชิญณัฐวุฒิมาพูด อีก 2-3 ครั้ง แต่ละครั้งที่มาเขาก็จะทักทายผมด้วยความเป็นกันเอง เพราะผมเป็นหนึ่งในไม่กี่คนในบริษัทที่เขารู้จัก เวลาผ่านมาแล้ว 5 ปี เขาขึ้นไปยืนบนเวทีใหญ่ที่เหมือนเป็นดาบสองคม มีคนชื่นชมและคนเกลียดชังมากมาย

ช่วงนี้ ผมได้ฟังณัฐวุฒิพูดเรื่องสามก๊กหลายครั้ง ทำให้ทราบว่าความรู้เรื่องสามก๊กของเขาก็ไม่เป็นรองใคร รู้ถึงรายละเอียดปลีกย่อย เป็นต้นว่า "“เต็งหงวน” พ่อบุญธรรมคนแรกของลิโป้ เป็นเจ้าเมืองอะไร" ซึ่งผมว่าคอสามก๊กหลายคนยังจำไม่ได้เสียด้วยซ้ำ

นั่นคือสิ่งที่ผมชอบในตัว “ณัฐวุฒิ” ที่ว่าชอบคือชอบใน “วาทศิลป์” และ “วาทศาสตร์” ส่วนเรื่องจุดยืนทางการเมืองนั้น จะชอบแบบเดียวกับเขาหรือไม่ ผมมีคำตอบของผมอยู่แล้ว แต่ไม่ขอพูดในทีนี้ ใครจะมองว่าเขาผิดหรือถูก ดีหรือชั่ว เป็นสิทธิของท่านครับ

ขอย้ำว่านี่ไม่เกี่ยวกับการเมือง ท่านจะชอบสีอะไร ผมก็เคารพในความคิดของท่าน และขอสนับสนุนให้ท่านรักษาจุดยืนและความเชื่อของท่านไว้ด้วยความมั่นคง ที่สำคัญต้องไม่ไปทำให้คนอื่นเดือดร้อน นั่นก็เพียงพอแล้ว

9 comments:

  1. กีฬาสี กำลังเข้าสู่เวลาใกล้จะสามโมงเย็นแล้ว โดยส่วนตัว ทั้งสองสี ถูกทั้งคู่ ต่างคนต่างมีที่ถูก และผิด ก็มีเหมือนกัน ทั้งคู่ ผมเลยไม่มีสี เป็นคนที่หาคนคุยการเมืองยาก เพราะว่า ถ้ามีธรรมะจะเข้าใจว่า ที่สูงกว่าประชาธิปไตย คือ ธรรมาธิปไตย ประเทศเรา ถ้าเอากม มาเป็นเครื่องชี้วัดผิด ถูก จะมีปัญหา เว้นแต่ว่าตัว กม นั้น มันมีความเป็นธรรมหรือไม่เท่านั้น กม ถ้า ไม่มีความเป็นธรรม มันก็ไม่ใช่กม ที่ถูกต้อง เพราะผิดธรรม นี้คือประเด็น จะมากระต่ายขาเดียว ไม้เดียว ไม่ได้ การเมือง ยุ่ง ไอดอลของผมยังไม่ย่งเลย ผมจะย่งทำไมละครับ สวัสดีวันคริสมาสครับ

    ReplyDelete
  2. สวัสดีครับพี่ Ya

    Merry X'mas เช่นกันครับ ขอให้มีความสุขมากๆ เจริญในทางธรรมนะครับ :)

    ReplyDelete
  3. ชอบลีลาการพูดของเขาเช่นกัน

    ฟังแล้วมันส์ได้ใจจริงๆ

    โน้มน้าวก็ได้ เชือดเฉือนก็ดี

    แต่ว่า ความสามารถในการพูด มันก็เป็นดาบสองคมจริงๆ

    เห็นจากการที่ พี่บอก เรื่องโต้วาที พรสวรรค์กับพรแสวงน่ะแหละ

    เขาเป็นคนที่หัวไวมากๆเลยอ่ะ คนแบบนี้น่ายกย่องแต่ก็น่ากลัวจริงๆ *0*

    ReplyDelete
  4. พูดจนสร้างตัวได้ สุดยอด เรียกว่า วาจาเป็นทรัพย์จริงๆ

    ReplyDelete
  5. เห็นด้วยกับทั้งเอิงและพี่ Ya ครับ ^o^

    ReplyDelete
  6. ขออนุญาต link ไปให้เพื่อนๆ อ่านบ้างนะคะ

    ReplyDelete
  7. @WishyouBDs ยินดีครับ :)

    ReplyDelete
  8. เห็นด้วยจริงค่ะ
    โดยส่วนตัวก็ชอบเค้าตรงที่เค้าพูดเก่งนี้แหละค่ะ

    ReplyDelete
  9. เผาเลยครับนี่ แหม่...

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ