Thursday, February 4, 2010

กลยุทธ์ "ปิดฟ้าข้ามทะเล" (2): ยุทธวิธีและการปฏิบัติ



คราวที่แล้วได้อธิบายถึงที่มาของคำว่า "ปิดฟ้าข้ามทะเล" กลยุทธ์แรกใน "36 กลยุทธ์แห่งชัยชนะ" คราวนี้ขออรรถาธิบายต่อ ว่ายุทธวิธีของกลยุทธ์นี้มีอย่างไรบ้าง

คำว่า "ปิด" ในที่นี้แปลว่า ทำให้ไม่เห็น หรือทำให้ไม่ทราบ หรือสร้างภาพลวงเพื่อปกปิด คำว่า "ข้าม" ในที่นี้หมายถึง ทำภารกิจให้ลุล่วงไปได้ "ปิดฟ้าข้ามทะเล" จึงหมายถึง

"การสร้างภาพลวง สร้างสถานการณ์หลอก โดยปกปิดความจริงบางประการ ทำให้ข้าศึกเกิดความคุ้นชิน จนเกิดความละเลยหละหลวม ไม่เตรียมการป้องกัน ไม่ระวังตัว เพื่อฉวยโอกาสในการโจมตี หรือเพื่อบรรลุผลบางประการ"

ดังเช่นที่ "ซิยิ่นกุ้ย" และเหล่าขุนนางปกปิดมิให้ "ถังไท่จง" รู้ว่ากำลังประทับอยู่บนเรือลำใหญ่ แต่สร้างภาพให้เข้าใจว่าอยู่ในหมู่บ้านบนพื้นดินธรรมดาๆ เป้าประสงค์ในการทำให้กษัตริย์หายเมาคลื่น เลิกกลัว และเดินทางข้ามทะเลจนถึงฝั่ง จึงบรรลุผลสำเร็จได้ หากถังไท่จงทรงรู้ว่าตัวเองอยู่บนเรือ อาการหวาดวิตกและท้อแท้ต่อการเดินทางก็คงไม่หมดไป ที่สุดย่อมเดินทางไม่ถึงโกกุเรียว

ในการทำศึกสงครามก็เช่นเดียวกัน แม่ทัพผู้ชาญศึกย่อมต้องมีการ "ปกปิด" ข้าศึก หรือแม้แต่ "ปกปิด" พวกของตน ไม่ให้ได้ทราบ "ความจริง" ในบางเรื่อง บางครั้งจำเป็นต้อง "หลอกลวง" สร้างสถานการณ์ ก็เพื่อให้เป้าหมายของพวกตนเป็นผลสำเร็จ

ที่คุ้นเคยกันที่สุดในประวัติศาสตร์จีนก็คือ พวกขันที หรือเหล่าขุนนางกังฉิน พยายามเป่าหูฮ่องเต้ ถวายข้อมูลผิดๆ สร้างข้อมูลเท็จ ปกปิดความจริงไม่ให้องค์จักรพรรรดิ์ได้ทราบถึงสถานการณ์บ้านเมือง เพื่อให้พวกตนเองได้รับประโยชน์ ทำให้ประเทศต้องเสียหาย หรือวิปริตผิดเพี้ยนไป

สมัยราชวงศ์ฮั่นตอนปลาย "ขันทีทั้งสิบ" ปิดหูปิดตา หลอกลวงพระเจ้าเลนเต้ จนบ้านเมืองแตกเป็นเสี่ยง สมัยสามก๊ก ในราชวงศ์สู่ฮั่น "ฮุยโฮ" ขันที ปิดหูปิดตาพระเจ้าเล่าเสี้ยน ยุยงส่งเสริมในทางที่ผิด เอาข้อมูลเท็จกรอกหูทุกวัน

สมัยสามก๊กเช่นเดียวกัน ในราชวงศ์ง่อ "ยิมหุน" ขันทียิ่งแล้วใหญ่ ยุพระเจ้าซุนโฮว่า มีนิมิตรดี พระองค์จะได้ครองแผ่นดินแต่เพียงผู้เดียว ทำให้ฮ่องเต้ใจทราม นอกจากจะไม่ระวังป้องกันแล้ว ยังคะนองจะยกไปตีก๊กจิ้น ทั้งที่กำลังของฝ่ายตัวเทียบเขาไม่ได้เลย

อย่างไรก็ตาม ต้องถือว่าขันทีเหล่านั้นบรรลุผลสำเร็จของตนเอง

อีกเหตุการณ์หนึ่ง ที่คล้ายคลึงกับ "ศึกเซ็กเพ็ก" สมัยสามก๊กมากๆ คือใน "ยุคเหนือ-ใต้" เมื่อครั้ง "สุยเหวินตี้" ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์สุย ครองแผ่นดินทางเหนือได้หมดแล้ว ความได้เปรียบขณะนั้นอยู่ในระนาบใกล้เคียงกับ "โจโฉ" ก่อนทำสงครามภูผาแดง จะเหลือก็เพียงแต่ "แคว้นเฉิน" ทางฝั่งใต้ของแม่น้ำแยงซีเกียงเท่านั้นที่ยังแย่งยึดมาไม่ได้

แต่ "ก๊กเฉิน" ก็เช่นเดียวกับ "ก๊กง่อ" ของซุนกวน ชัยภูมิเยี่ยม มีแม่น้ำขวางกั้น ยากที่จะตีให้แตก สุยเหวินตี้ ด้วยคำแนะนำจากกุนซือข้างกาย จึงสั่งตระเตรียมกำลังอยู่ริมชายฝั่ง ทำเสียงอึกทึก ราวกับจะยกทัพข้ามน้ำไปตีแคว้นเฉินอยู่ในวันในพรุ่ง อ๋องแคว้นเฉินเห็นดังนั้นจึงรีบตั้งการ์ด สั่งทหารเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง จัดเวรยามเข้มงวด

ทว่าวันเวลาผ่านไปๆ ก็ยังไม่ยกไปตีเสียที สุยเหวินตี้ยังสร้างภาพลวงไม่หยุดหย่อน สั่งให้ทหารเอาเรือรบดีๆไปหลบไว้ ที่เอามาจอดประจันหน้ามีแต่เรือรบเก่าๆผุพัง จากนั้น ทหารฝ่ายสุยส่งเสียงอึกทึกครึกโครมอีกหลายครั้ง ฝ่ายเฉินทีแรกก็สะดุ้ง แต่ตอนหลังชักชิน

เจ้าผู้ครองแคว้นเฉินก็เข้าใจว่าฝ่ายสุยคงไม่กล้าบุกแล้ว จึงถอนกำลังออก ลดการป้องกันเหลือแค่ระดับต่ำ เท่านั้นแหล่ะ เวลาที่ฝ่ายสุยรอคอยก็มาถึง

สุยเหวินตี้รีบสั่งกองทัพซึ่งเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ล่อหลอกอยู่เป็นเดือน ยกข้ามน้ำ ตีแคว้นเฉินแตกกระเจิงทันทีในเวลาไม่กี่คืน ยึดดินแดนกังตั๋ง รวมแผ่นดินที่แยกเป็น เหนือ-ใต้ กลับเป็นหนึ่งได้สำเร็จ

ที่ทำได้เช่นนี้เพราะรู้จัก "ปิดฟ้า" เพื่อ "ข้ามทะเล" นั่นเอง

อีกกรณี ในยุคราชวงศ์ซ่ง "ฉินไค่ว" ปิดหูปิดตาฮ่องเต้ซ่งเกาจง สร้างภาพให้งักฮุยเป็นกบฏ คิดทรยศ ยอดแม่ทัพที่ยกลงไปปราบอริราชศัตรูทางใต้ กำลังจะเผด็จศึกเผ่าจินได้ จึงต้องถูกเรียกตัวกลับเมืองหลวงถึง 12 ครั้ง ก่อนจะถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร นี่คือ ฉินไคว่ "ปิดฟ้า" (ยุแยงหลอกฮ่องเต้) และ "ข้ามทะเล" (กำจัดงักฮุย กุมอำนาจแต่เพียงผู้เดียว) ได้สมใจ

อย่างไรก็ตาม ต้องอย่าเข้าใจผิด "ฟ้า" ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง "ฮ่องเต้" หรือ "ผู้นำ" แต่อย่างเดียวเท่านั้น บางครั้ง กลุ่มขุนนาง หรือคนใกล้ชิด ร่วมมือกับผู้นำในการปิดหูปิดตาราษฎร เพื่อหาผลประโยชน์ให้กับพวกพ้องของกลุ่มผู้ปกครองนั้น นั่นก็เรียกว่า "ปิดฟ้าข้ามทะเล" ได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้น "ฟ้า" ในที่นี้ อาจหมายถึง "ประชาชน" ก็เป็นได้

ในสมัยเอโดะ "อิคคิวซัง" เณรน้อยแห่งวัด "อังโคะคุจิ" ในเกียวโต ถูก "โชกุน" ขอให้หาอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกมาให้กิน เณรน้อยเจ้าปัญญาจึงหลอกโชกุนให้ทำงานกรรมกรที่วัด ถึงขนาดให้หาบน้ำเป็นร้อยๆเที่ยว

ที่สุดแล้ว อาหารวันนั้นมีแค่แกงจืดต้มฟักกับข้าวสวย แต่โชกุนที่กำลังเหนื่อยหอบ กลับรู้สึกว่านั่นเป็นอาหารวิเศษที่อร่อยที่สุดในโลก นั่นคือการ "ปิดฟ้าข้ามทะเล" ในแบบน่ารักๆ (เรียกว่าข้ามบ่อน้ำก็คงพอได้อยู่)

ทีนี้ คนเดินดินอย่างเราๆ จะนำเอากลยุทธ์ "ปิดฟ้าข้ามทะเล" ไปเพื่อชนะศึกในชีวิตประจำวันได้อย่างไร คราวหน้าจะมาว่าต่อครับ


ภาพประกอบ:
บน - อิคคิวซัง จากภาพยนตร์การ์ตูน
ล่าง - รูปปั้น ฉินไคว่ และเมีย อยู่ที่หังโจว

14 comments:

  1. อภิบายได้พิสดารมากครับ พี่ YA นะ แต่ทำไมตอนแสดงความเห็นมันไม่ขึ้นอะแบบว่าชื่อเก่า สงสัยอาจารย์อาทจำพี่ไม่ได้เลยมาระลึกกันหน่อย ว่าคนเดียวกันกับที่ถามไปกระทู้กันก่อนหน้านี้

    มีเรื่องปรึกษาหน่อยจิ พี่อยากทวิตเตอร์ สามก๊ก อะแนะนำหน่อยนะ วันละไม่มากไม่เกิน 5-10 ข้อความ แหล่งที่มาก็ มี สามก๊กฉบ้ับ เจ้าพระยาคลัง หน การ์ตูน ศึกสามก๊ก ออง Lee Chi Ching และสามก๊กฉบ้ับย่อที่โหลดจากบิต

    ประเด็นคือหาเวลาอ่านไม่ค่อยได้ เลยสรุปสั้นๆ แล้วทวีต k มะ พอดีเห็นหลายคนทวีต แบบว่า วันนี้ไปทำงั้น ทำงี้ พี่เลยคิดว่า ทำไมเราไม่ทวิตเรื่องที่อยากทำแต่ไม่มีเวลาทำ เพราะมันยากมาก ท้าทายด้วย เลยตัดสินใจทำสิ่งนี้ขี้นมา จะเริ่มวันนี้แหละ

    ReplyDelete
  2. @Ya ผมจำได้ครับ

    อืม ในความเห็นผม twitter ไม่น่าจะใช่ tool ที่เหมาะสำหรับการเล่าเรื่องยาวๆนะครับ เพราะการ tweet แต่ละครั้ง ทำได้แค่สั้นๆ

    เคยคุยกับเซียนด้านนี้ เค้าบอกว่า twitter เหมาะสำหรับคนที่มีคนติดตามเยอะๆ โดยเฉพาะพวก celeb นี่จะเหมาะมาก เพื่อสื่อสารกับ followers ของเรา ว่าเราทำอะไร ทีไหน อย่างไร ดังนั้นจึงเป็นที่นิยมมากในหมู่คนดัง ดารา โดยเฉพาะนักการเมือง โดยเจ้าของหน้า twitter อาจจะไม่ได้รู้จัก followers ทุกคนเป็นส่วนตัว

    (ต่างกับ facebook ที่เป็นการสื่อสารกันในหมู่เพื่อนและคนคุ้นเคย และขยายกลุ่มเพื่อนของเราออกไปเรื่อยๆ)

    ถ้าจะเล่าเรื่องสามก๊ก วิธีดีสุดคือเปิดบล็อกนี่แหล่ะ แล้วทยอยเขียนเปนตอนๆ เพราะบล็อกเปน tool เหมือนกับ นสพ. หรือแมกกาซีนออนไลน์ เหมาะสำหรับการทยอยเล่าเรื่องยาวๆครับ

    อันนี้เป็นความคิดเห็นของผมนะครับ พี่ Ya จะลองทำดูก็ได้ครับ แล้วจะไปอ่านครับ :)

    ReplyDelete
  3. ใน blog ผมติด Twitter ไปด้วยครับที www.chaiya1975.wordpress.com
    ถ้าโพสต์ที่ twitter มันก็จะไปโผล่ที่ blog ผมเลยครับ แต่ FB อันนี้น่าสนว่าแต่ว่าเราจะพวงทวิตเตอร์ไปโพสต์ที่ FB ได้ป่าวอะ และจริงๆกลุ่มเป้าหมายคือทวิตให้ตัวเองอ่านเอง เพราะผมไม่ใช่คนมีชื่อเสียง แต่อยากจะบอกให้คนชอบสามก๊ก รู้ด้วยก็ดีจะได้มีคนแนะนำได้ว่าเราจะทำไงให้ทวิตได้ดีขึ้น
    ส่วนเรื่อง ไม่เหมาะที่จะเอามาทวีต ผมมองมุมกลับ เพราะว่า จะบีบให้เราย่อความได้ในเนื้อที่ 140 คำ
    เรื่องของเรื่องคือ อยากอ่านจบเพราะ คาใจมานานอ่านไม่จบซะที

    สุดท้่ายผมไม่ได้ตั้งใจจะดังเพราะว่า ไม่คิดว่าจะดังทางนี้อะครับ ๕๕๕ และการเขียนเป็นตอนๆมีคนทำหรือยังครับ ผมจะได้แอบไปอ่านบ้าง เวลาย่อความจะได้ มีแนวหน่อย

    ReplyDelete
  4. ตอนนี้ เอาเนื้อเรื่องใน twitter มา โพสต์ใน facebook ด้วยครับ เพราะว่าจะเก็บที่โพสต์ๆไปแต่ทำไม่เป็นเลยเก็บใน FB ไปด้วยเลย จะแอดมาก็ได้นะ FB แต่พี่ทำมะเป็นอะครับ ที่ muenkruen41@hotmail.com ขอบคุณที่ให้คำแนะนำว่าจะให้ทำอย่างไรมาก ถ้าจะดังก็เพราะมีคนแนะนำแบบครูอาทนี้แหละครับ ส่วนตัวก็คิดว่า การมีชื่อเสียงนั้นดีนะ แต่ว่าไม่รู้สิ ไม่ชอบเท่าใหร่ แปลกมะ

    ReplyDelete
  5. กลยุทธของขันทีนี้น่าสนใจครับ
    มีวิธีการดึงอำนาจมาไว้กับตนแบบแยบยล :D

    ReplyDelete
  6. @ Ya มีชื่อเสียงก็ดีครับ เป็น mean ที่จะทำให้เราได้อะไรหลายๆอย่าง แต่ถ้าจะให้เลือก ผมว่าอยู่สงบๆ สบายกว่าเยอะครับ

    @ หมวดเบิร์ด ใช่เลยครับ :)

    ReplyDelete
  7. เห็นด้วยเลยครับตามครูอาทว่าไว้ เงินถ้าให้ผมก็รับนะ แต่มันมีข้อแลกเปลี่ยน ก็ทำไงได้ครับ ธรรมชาติ ได้อย่างเสียอย่าง

    บทความนี้ดีมากครับ ชอบๆ จนวิจารณ์ไม่ออก เอาเป็นว่าคนดีใช้ก็ดีไปคนชั่วใช้ก็บัลลัย เพราะว่าคนชั่วก็มีสมองจะดีกว่าคนดีเสียอีก คำว่าฟ้านั้น ปิดได้แต่ว่ากลัวเหนือฟ้ายังมีฟ้า ปิดไม่มิดอะครับ แซวครับ

    ส่วนเรื่อง สามก๊กฉบับ twitter ไงก็ขอคำติชมด้วยครับ โพสต์ไปสองวันและ เหมือนจะสั้นแต่ไม่เลย ลอกวนจงเขียนไว้ละเอี่ยดมาก แต่ภาพในหัวมันไม่ค่อยชัดเพราะว่าเมืองที่เล่าปี่อยู่ ห่างจากเมืองเล่าเอี่ยนกี่กิโล จินตนาการไม่เห็นเลย ทิศใหนของแผ่นดินจีนก็ไม่รู้ ว่าแต่หมวดเบิร์ดต้องเอาไปใช้มากๆเลยเพราะตำรวจมีการแข่งขันสูงมากตำแหน่งมีน้อยต้องอาศัยตัวช่วยเยอะหน่อย แซวครับ

    ReplyDelete
  8. @Ya กลยุทธ์ทุกกลยุทธ์ คนดีคนชั่ว มีสิทธิ์ใช้เท่าเทียมกันครับ

    "ปิดฟ้า" อาจจะได้ แต่คงไม่มิด คงปิดไม่ได้ตลอด คนไทยว่า "อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ" บ้างก็ว่า "เหนือฟ้ายังมีฟ้า" กลยุทธ์ทุกอย่างมีจุดอ่อน มีทางแก้ ไว้จะมาเล่าต่อครับ

    เรื่องภูมิศาสตร์ในสามก๊กลองศึกษาดูนะครับ แกะเอาจากแผนที่ สนุกมาก

    ถ้าเป็นบ้านเกิดของเล่าปี่ อำเภอตุ้นกวน อยู่ทางเหนือ แถวๆหัวไก่ อากาศหนาวมากๆครับแถวนั้น ส่วนเล่าเอี๋ยนพ่อเล่าเจี้ยง ก็อยู่ที่เสฉวนนั่นแหล่ะครับ ทางตะวันตก ทั้งสองที่ห่างกันมาก นั่งเครื่องบินก็มีหลายชั่วโมงอยู่ครับ

    ReplyDelete
  9. สวัสดีครับพี่ยา และพี่อาร์ท
    ตำรวจช่วงนี้ โผตำแหน่งใหม่มาแรงครับ มีการปิดฟ้าข้ามทะเลด้วยนะครับ หลอกใช้เป็นปี พอถึงจุดที่ต้องให้ลาภยศตามสัญญากลับเตะทิ้งก็มีครับ

    ReplyDelete
  10. @หมวดเบิร์ด

    เฮ้อ..เรื่องวงการตำรวจบ้านเรา ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง สงสัยต้องใช้กลยุทธ์ "ปลง" อย่างเดียวมั้งครับ :(

    ReplyDelete
  11. ตอนนี้ยังมีรื้อโผอีกครับ ชักดาบเงินกัน ปิดฟ้า บังเงินกันครับ เฮ้อออ

    ReplyDelete
  12. สู้ๆครับหมวดเบิร์ด ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ รักษาตัวดีๆ ถ้าฟ้าเปิด อะไรก็รั้งคนที่เตรียมตัวพร้อมที่สุดไม่ได้ครับ สมัยเกรียนไปเป็นทหาร 1 ปี แต่ไม่รักเพราะไม่เจอหญิง ตอนนี้เสียดายน่าดู ข้าราชการมันมีดีมากจริงๆ เสียดายครับไม่ได้ไปสอบตำรวจ หรือทหาร ใจมุ่งแต่หญิงอะตอนหนุ่มๆ ยังไม่โต เท่าไหร่เลย

    ถึงครูอาท ผมขอให้คำแนะนำที่ให้เขียน blog เพราะว่า ผมต้องใช้สำนวนของผมเองแบบไม่ติดข้อจำกัดเรื่อง จำนวนคำ ไว้เขียนบทแรกเสร็จจะมาแจ้งข่าวครับ แต่สามก๊กตอนแรก ฉบับ จพย คลัง(หน) แค่ตอนแรก เจ้าก๊กทั้ง 3 ออกมาหมดเลย ยอมรับว่า ซุนเกี๋ยนคืออัฉริยะ ของยุคจริงๆ ชัยชนะสั่งได้เลย จนถูกเรียกตัวเข้าเมืองหลวง ขนาด ขันทียังต้องซูฮก เอาไว้ใช้

    แต่โจโฉเนียะ ฝีมือล้วนๆ นายตำรวจที่มีปัญญาระดับที่ขงเบ้งบอกว่า ระดับซูนวู อันนี้จริง เพราะขนาดวัย 20 ต้นๆ แต่สามารถอ่านเกมส์ เชิงสูง ระดับคนร่่นเดียวกัน เกรงกลัวเป็นอย่างมาก จนในระยะ 100 กิโลรอบตัวแก หาคนเจ๋งๆเทียบเท่ากันไม่เจอ

    ต้องเรียกว่าแค่ตอนแรก สามก๊ก เปิดหน้าไพ่ ออกมาหมดเลย ว่า สามคนมีที่มาเป็นอย่างไร สุดท้าย เล่าปี่ คนนี้ฝีมือด้านการอ่านคนขาดชนิด นักปกครองโดยธรรมชาติจริงๆ อ่านคนขาด มีเสนห์ ต่อประชาชน และคนรักความยุติธรรม แต่ต้องยอมตกงานเพราะ น้องๆ ถึง 2 ครั้ง 555

    ReplyDelete
  13. พิมพ์ผิด ขอใช้คำแนะนำครับ มิใช้ขอให้คำแนะนำ

    ที่แนะนำในเมนท์อันก่อนทีี่ว่า ควรเขียนใน blog ดีกว่า แต่ว่า tiwtter ก็ต้องทำต่อไปครับ blog คือสรุปและสำนวนตัวผมจริงๆ อยากถามครูอาทว่า สูง 7 ศอกเนียะ กี่เซนต์ อะ และที่ว่าเมืองนั้นเมืองนี้ เทียบกับบ้านเราคือจังหวัดหรือไม่

    จังหวัด บ้านเรา ในสามก๊กเรียกว่าอะไร

    อำเภอ ตำบล บ้านเรา ในสามก๊กเรียกว่าอะไรครับ

    และเมืองเอ็งจิ๋วในสามก๊กมันใหญ่เท่าจังหวัด 1 จังหวัดป่าวอะคับ

    สุดท้่ายแปลกมายิ่งแปล ยิ่งมันส์ แต่หาเวลาอ่านนอ้ย ตาก็ไม่ค่อยจะดีเหมือนตะก่อน

    ReplyDelete
  14. "ศอก" ในสามก๊ก คือ "ฟุตจีน" ต่างกับ "ฟุตสากล" อยู่พอสมควร จึงไม่ใช่ 30 ซม. หนังสือของผมเรียกไปเลยว่า "ฟุตจีน" ครับ

    "เมือง" นั้น ถ้าเป็นคำว่า "โจว" หมายถึงเมืองใหญ่ๆ

    อย่าง "เกงจิ๋ว" คือ "จินโจว" ก็เป็นเมืองๆหนึ่ง จะเรียกว่า "จังหวัด" คงไม่เหมาะ เพราะเขตการปกครองของจีนกับไทยไม่เหมือนกันครับ

    พวกเขตการปกครอง จะเทียบกันไม่ได้เสียทีเดียวนะครับ เพราะมีความแตกต่าง

    เอ็งจิ๋วนี้ใหญ่มากครับ อยู่ภาคเหนือ ตรงที่เป็นเมืองลกเอี๋ยงนั่นแหล่ะ ใหญ่กว่าจังหวัดไหนๆในเมืองไทยหมดแหล่ะครับ

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ