Tuesday, February 2, 2010

กลยุทธ์ "ปิดฟ้าข้ามทะเล" (1): เมื่อ "ถังไท่จง" โดนต้ม


กลยุทธ์ "ปิดฟ้าข้ามทะเล" เป็นกลยุทธ์แรกใน "36 กลยุทธ์แห่งชัยชนะ" ของจีน จัดเป็นกลยุทธ์เพื่อการชนะศึกอย่างหนึ่ง

คำว่า "ปิดฟ้าข้ามทะเล" เกิดจากเมื่อครั้งถังไท่จงฮ่องเต้ ปฐมกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์ถัง จะเสด็จไปทำศึกกับอาณาจักร "โกกุเรียว" ซึ่งปัจจุบันก็ไม่ใช่อื่นไกล คือประเทศ "เกาหลี" นั่นเอง โกกุเรียวนี้ มีชายแดนติดกับเมือง "เหลียวตง" ทางตะวันออกเฉียงเหนือสุดๆของประเทศจีน

เหตุที่ถังไท่จงต้องเสด็จไปปราบโกกุเรียวก็เพราะอาณาจักรนี้กำลังเติบโต และชอบให้ท้ายรัฐของชนกลุ่มน้อยที่อยู่รอบๆ ทำให้หัวเมืองพวกนี้รวมตัวกันก่อความไม่สงบและเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของแผ่นดินใหญ่เสมอมา

อันว่าเมือง "เหลียวตง" ที่ว่าอยู่ติดกับโกกุเรียว แฟนๆสามก๊กหากนึกไม่ออก ให้นึกถึงเมือง "เลียวตั๋ง" ตามสำเนียงฮกเกี้ยนของ สามก๊ก ฉบับ เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เมืองเดียวกันนั้นแหล่ะครับ ปัจจุบัน หากเปิดแผนที่ประเทศจีน จะอยู่บริเวณหงอนของไก่พอดีพอดิบ อาณาเขตบริเวณนี้ เนื่องจากอยู่ไกลปืนเที่ยง จึงมักเกิดปัญหาความไม่สงบอยู่บ่อยครั้ง

ยุคสามก๊ก ในรัชสมัยพระเจ้าโจยอยแห่งราชวงศ์วุย "กองซุนเอี๋ยน" เจ้าเมืองเหลียวตง ก็เคยก่อกบฏแข็งเมือง เหิมเกริมตั้งตนเป็นกษัตริย์ ทำให้ "สุมาอี้" ต้องยกทัพจากลกเอี๋ยงไปปราบจนราบคาบ ประหารกองซุนเอี๋ยนได้ และเนื่องจากตอนนั้นทัพสุมาอี้เดินทางด้วยเท้า จึงใช้เวลาเดินทางไปกลับหนึ่งปีเต็มๆ

ในรัชสมัยของฮ่องเต้ถังไท่จง เมืองหลวงขณะนั้นอยู่ที่ฉางอาน (ในสามก๊กเรียก "เตียงอัน" คือเมืองหลวงของ "ตั๋งโต๊ะ") ซึ่งไกลจากโกกุเรียวยิ่งกว่าลกเอี๋ยง (ลั่วหยาง) เสียอีก แต่ถังไท่จงเลือกเดินทางทางน้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับหัวเมืองรายทาง ที่อยู่ก่อนถึงโกกุเรียว อันจะทำให้เสียไพร่พลและเวลาโดยไม่จำเป็น

อย่างไรก็ตาม แม้เสด็จทางเรือก็ไม่ใช่โจทย์ง่ายๆ เพราะจักต้องรอนแรมไปตามแม่น้ำหวงเหอ (แม่น้ำเหลือง) ก่อนจะหักหัวเรือเข้าแม่น้ำเหลียวเหอ (แม่น้ำเหลียว) รวมระยะทางยาวไกลกว่า 5,000 ลี้ กินเวลาหลายเดือน

อีกทั้งขณะนั้น พระองค์ทรงมีพระชนมายุมากแล้ว พูดภาษาชาวบ้านคือ "แก่แล้ว" ขุนนางหลายคนจึงทัดทานไม่ให้ไป เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กนิดเดียว จะไปเองทำไม แต่ด้วยความรั้นตามประสาคนแก่ ถังไท่จงจึงดึงดันเสด็จไปจนได้

พอมาถึงกลางทาง บริเวณปากแม่น้ำเหลียว ก็ต้องเจอกลับคลื่นลมปั่นป่วนอย่างหนัก ยอดฮ่องเต้องค์นี้ถึงกับล้มประชวร ใจก็นึกว่า "กรูไม่น่ามาเลย" "ไม่น่าดื้อเลย" แต่จะหันหัวเรือกลับก็ไม่ได้ เพราะตัวเป็นกษัตริย์ ขืนเลิกล้มกลางทางมีหวังเสียหน้า แถมยังมาไกลโขแล้ว จะกลับก็เสียดาย ครั้นจะไปต่อก็ท้อเต็มทน

ขุนนางทั้งหลายเห็นฮ่องเต้เป็นดังนี้ก็ช่วยกันคิดหาหนทาง ที่สุดแล้ว กลับไปได้ไอเดียจากทหารเลวผู้หนึ่ง ชื่อ "เซี่ยเหรินกุ้ย" ชื่อนี้คนไทยน้อยคนจะรู้จัก แต่ถ้าบอกว่า "ซิยิ่นกุ้ย" คงร้องอ๋อแน่นอน

"เซี่ยเหรินกุ้ย" หรือ "ซิยิ่นกุ้ย" ให้ขุนนางใกล้ชิดออกอุบายหลอกฮ่องเต้ จับตาแก่ในเรือผู้หนึ่งปลอมตัว ทำทีเป็นเศรษฐีมาขอเข้าเฝ้า ทูลว่าจะถวายเสบียงจำนวนมโหฬารเพื่อใช้ในการศึก แต่ต้องเสด็จขึ้นบกไปรับเสบียงที่บ้านตาแก่ ถังไท่จงเห็นฟังดูเข้าที ประกอบกับเหงาๆ เบื่อเรืออยู่แล้ว จึงตบปากรับคำจะจอดเรือไปรับเสบียงด้วยตนเอง

พอไปถึง ทรงทอดพระเนตรเห็นบ้านหลังเบ้อเริ่มเทิ่ม ตกแต่งสวยงามยิ่งนัก แถมพวกขุนนางก็รีบปรนเปรอเอาใจ ทั้งอาหาร เหล้ายามากมาย ยอดบุรุษหลี่ซื่อหมิน (นามเดิมก่อนเป็นฮ่องเต้) จึงเพลิดเพลิน ทรงพระสำราญอย่างมาก กินโต๊ะ เสวยน้ำจันท์ (ซัดเหล้า) ทุกวัน ทำเช่นนี้เป็นสัปดาห์ๆ

มีอยู่วันหนึ่ง ทรงกินเหล้าไปได้ไม่มากนัก เกิดรู้สึกว่าทำไมบ้านถึงโคลงเคลงอย่างหนัก สงสัยเป็นเพราะเราเมาแน่ๆ แต่ เอ..เพิ่งกินไปจอกสองจอก จะเมาได้อย่างไร จึงออกปากถามขุนนางรายล้อม ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น แผ่นดินไหวกระนั้นฤา?

สิ้นเสียงจากพระโอษฐ์ จึงปรากฏกาย จอมสวาปาม "ซิยิ่นกุ้ย" นั่นเอง ยิ่นกุ้ยอธิบายว่า แท้จริงแล้ว พระองค์ประทับอยู่ในเรือมาตั้งแต่ต้น บ้านหลังนี้ก็อยู่บนเรือ หาได้อยู่บนบก หาใช่บ้านเศรษฐีที่ไหน เรื่องเสบียงอะไรนั่นก็ไม่ได้มีจริง เป็นเพียงอุบายที่ทำให้พระองค์คุ้นชินกับการประทับเรือฝ่าคลื่นลมเท่านั้น

ถังไท่จงได้สดับดังนั้นก็ถึงบางอ้อ นี่เราอยู่บนเรือมาตั้งแต่ต้นหรอกหรือ ว่าแต่อุบายนี้ก็ได้ผลจริงๆ เราไม่รู้สึกคลื่นไส้ มึนหัว หรือแพ้เรืออีกต่อไปแล้ว เพราะอยู่มาได้หลายวันแล้ว ชินเสียแล้วนั่นเอง

พระองค์รู้สึกยินดีมากๆ ไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองซิยิ่นกุ้ยและขุนนางทั้งปวงที่ร่วมมือกันหลอกต้ม ตรงกันข้าม ด้วยความใจกว้าง กลับรู้สึกขอบใจทุกคนที่ช่วยแก้โรคกลัวเรือให้ จึงปูนบำเหน็จจนหน้าบานไปตามๆกัน ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินต่ออย่างสบายพระทัย

นี่แหล่ะครับ เป็นที่มาของคำว่า "ปิดฟ้าข้ามทะเล" คือ หลอก "ฟ้า" ในที่นี้หมายถึงปิดบังความจริงจาก "ฮ่องเต้" เพื่อเดินทางข้ามทะเลไปได้จนเป็นผลสำเร็จ

ส่วนเคสนี้ โดยเนื้อแท้แล้วเป็นกลยุทธ์ประเภทไหน และจะประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร เดี๋ยวเอาไว้คราวหน้าจะมาว่าต่อให้ฟังครับ



ภาพประกอบ:
บน- "ถังไท่จง" หรือ "หลี่ซื่อหมิน" ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ถัง
ล่าง- "ซิยิ่นกุ้ย" ยอดแม่ทัพแห่งราชวงศ์ถัง

4 comments:

  1. กลยุทธที่ใช้สุรานี้ใช้ได้ผลดีเสมอนะครับ พอคนเมาแล้วอะไรก็มักเป็นไปตามแผน โชคดีนะครับที่จังหวะนี้ขุนนางไม่คิดเป็นอื่น :D

    ReplyDelete
  2. คงเป็นเพราะถังไท่จงเป็นฮ่องเต้ที่ใครๆก็รักมั้งครับ จึงมิได้มีขุนนางคิดเป็นอื่น หากอ่านประวัติจะเห็นว่าท่านเป็นสุดยอดคนจริงๆ

    ReplyDelete
  3. 1 ลี้ เท่ากับกี่กิโลเมตรครับ และ 1 กิโลเมตร เท่ากับกี่ลี้ครับ (เทียบมาตรา กับ 1 กิโลเมตร= 1000 เมตร

    ReplyDelete
  4. 1 ลี้เท่ากับ 0.5 กม. หรือ 1 กม.= 2 ลี้ครับ

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ