Saturday, February 13, 2010

กลยุทธ์ "จูงแพะติดมือ" (1): ตาอยู่ = ผู้ชนะ


คราวที่แล้วได้เล่าถึงกลยุทธ์ "ปิดฟ้าข้ามทะเล" ซึ่งเป็นกลยุทธ์แรกใน "36 กลยุทธ์แห่งชัยชนะ"

ตามปกติ ผมควรจะว่าต่อถึงกลยุทธ์ที่ 2 แต่เพื่อความไม่ซ้ำซากกับที่คนอื่นเขาเขียนกันไว้แล้ว ผมจึงขอเรียบเรียง จัดลำดับกันใหม่ตามความเหมาะสม ดังนั้น ขอข้ามไปกลยุทธ์ที่ 12 คือ "จูงแพะติดมือ" โดยพลัน

กลยุทธ์ "จูงแพะติดมือ" เป็น "กลยุทธ์ที่ 12" ใน "36 กลยุทธ์" ต้นฉบับภาษาจีนกล่าวไว้ดังนี้

"พึงหาโอกาสจากความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ฉกฉวยเอาแม้ผลประโยชน์ที่เล็กที่สุด ชิงความได้เปรียบจากความพลาดพลั้งยิบย่อยของศัตรู เพื่อให้ได้มาแม้ประโยชน์อันย่อมเยาว์"

คำจำกัดความของกลยุทธ์นี้ หมายถึง ให้รู้จัก "หาโอกาส" อยู่เสมอ ต้องรอคอยจังหวะ รอเวลาที่เหมาะสม เมื่อศัตรูพลาดพลั้ง จึงตีชิงเอาชัยให้ได้ แม้จะเป็นชัยชนะเพียงเล็กน้อยก็ตาม

คำว่า "แพะ" ในที่นี้ หมายถึง "ความพลาดพลั้งของศัตรูที่มาแบบไม่คาดคิด" สำนวนไทยเราคงเปรียบได้กับ "หมูหก" อยู่ดีๆก็มีโอกาสมาหล่นอยู่ตรงหน้า

ที่ว่าให้ "จูงแพะติดมือ" ในตำรา 36 กลยุทธ์อุปมาไว้อย่างน่าสนใจ กล่าวคือ เสมือนการที่กระทาชายนายหนึ่ง เดินจูงแพะอยู่ในป่า บังเอิญโชคร้ายไปเจอะกับ "หมาป่า" เข้ากลางทาง ท่านว่าอะไรจะเกิดขึ้น?

คำตอบก็คือ ชายผู้นั้นอาจตัดสินใจกระโดดเข้าฟัดกับหมาป่า เพื่อไม่ให้หมาป่ากินแพะของตัวเอง เช่นนี้ ทั้งคนและหมาป่าย่อมบาดเจ็บไปทั้งคู่

แล้วใครจะได้แพะไปสังเวยความหิวของตัวเองเล่า?

คำตอบก็คือ "ไม่มีใครได้" ไม่ว่าจะ "คน" หรือ "หมาป่า" เพราะแพะตัวนั้นย่อมฉวยจังหวะชุลมุน วิ่งหนีไป โดยไม่ต้องลงไปอยู่ในหม้อสุกี้ ชาบู ชาบู ของชายผู้จูงมันมา และไม่ต้องสังเวยตัวเองให้กับคมเขี้ยวหมาป่า

จะเห็นได้ว่า สำหรับชายผู้นี้ ยังไงก็เจ็บตัวฟรี การกระโดดลงไปสู้กับหมาป่าถือเป็นเรื่อง "ไม่คุ้ม" อย่างยิ่ง เพราะยังไงก็รักษาแพะไว้ไม่ได้ แถมยังต้องเจ็บตัว ดีไม่ดีอาจถึงชีวิตเลยด้วยซ้ำ

หากเขาปล่อยแพะให้หมาป่าไป ปากของหมาป่าเมื่อ "คาบแพะ" ไว้แล้ว ย่อมจะหันมา "กัดคน" ไม่ได้ เช่นนี้ เขาย่อมปลอดภัย 100%

อย่างไรก็ตาม ถ้าปล่อยให้หมาป่าคาบแพะไปง่ายๆ ก็คงไม่ใช่วิสัยของชาย ต่อไปหมาป่าเกเรตัวนี้ย่อมได้ใจ มาตีชิงแย่งเหยื่อได้ตามชอบใจ เพราะรู้ดีว่ายังไงหมอนี่ก็ไม่สู้ จึงเห็นได้ว่า เมื่อมีเรื่องของศักดิ์ศรีมาเกี่ยวข้อง ชายผู้นี้จึงโดนบังคับให้ "สู้" แม้ผลลัพธ์จะรู้อยู่แล้วว่า "ไม่คุ้ม"

สรุปก็คือ การที่คนๆหนึ่ง จูงแพะมาปะเข้ากับหมาป่า จะให้ไม่เสียอะไรเลยนั้นย่อมไม่ได้ หากแม้นรักษาชีวิตรอดได้สำเร็จ ก็ต้องเสียแพะไป

ทว่าโดยมากแล้ว เหตุการณ์มักจะไม่จบแค่นั้น เมื่อแพะตัวนั้นอาศัยจังหวะชุลมุนที่คนฟัดกับหมาป่าวิ่งหนีมาได้ ก็มักจะมาเจอกับ "ตาอยู่" ซึ่งก็ได้แก่ชายอีกคน ที่เฝ้าดูการต่อสู้ระหว่างชายคนแรกกับหมาป่า

เมื่อเห็นแพะหลุดมือวิ่งเตลิดมา ไอ้ตัวแสบนี่ก็คว้าคอแพะไว้โดยพลัน และเดินกลับบ้านไปสบายๆพร้อมกับแพะตัวนั้น !!

ชะตากรรมของแพะ จึงต้องลงไปอยู่ในหม้อวันยังค่ำ เพียงแต่เปลี่ยนจากหม้อของ "ตาอิน" กลายเป็นหม้อ "ตาอยู่" เท่านั้นเอง

ชี้ชัดอีกครั้ง "แพะ" ในที่นี้หมายถึง ความผิดพลาดของศัตรูที่อยู่เหนือความคาดหมาย เมื่อแพะหนีเตลิดมา จงรีบคว้าเอาไว้ แม้จะไม่ใช่ลาภใหญ่ แต่ได้บ้างก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไร อย่างน้อยก็อิ่มท้องไปมื้อสองมื้อ

ในการศึกสงคราม พึงทำตัวเป็น "ตาอยู่" คว้าเอาแม้ประโยชน์เพียงเล็กน้อย แม้ลาภจะไม่ใหญ่ก็ให้รู้จักฉวยเอา จงอย่ามองข้ามว่าเป็นเพียงประโยชน์เล็ก แต่ต้องรู้จัก "ทำจากเล็กไปใหญ่" ชิงความได้เปรียบเหนือศัตรู เพื่อต่อยอดเป็นขั้นบันได ไปสู่ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กว่า

นี่คือวิสัยของแม่ทัพผู้ชำนาญศึกครับ!!

1 comment:

  1. สงคราม social network ปัจจุบัน google buzz คือตาอยู่ใช่ปะครับ ขณะที่ เจ้าตลาด facebook กับ น้อง twitter และ มีลุงแก่ฯ Microsoft ที่คอยจ้อง แพะอันโอชะคือ ประชากร ในโลก online ซึ่ง สำหรับเจ้า facebook เจ้าเดียวก็ล่อไป 350 ล้านคน ในขณะที่กำลัง ฟัดกันนัว อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อ 9/2/10 buzz ก็ เปิดตัวออกมา กลายเป็น talk of the world ไปเลย โดยเริ่มจากฐาน มีลูกค้า 1 ล้านกว่าคน และดีกว่า fb ตรงมีเมล์ด้วย ดีกว่า hotmail เพราะ เจ๋งกว่า แถม twitt ในตัว การเปิดตัว buzz ทำให้ google ซึ่ง เป็นผู้ล้าหลังในสงคราม social web อันนี้ คว้าใจ ประชากร ในโลก อินเตอร์เนตไปอย่างน้อย เพราะเปิดตัวมาตอนที่ ยังไม่มีอะไร มาเชื่อมระหว่าง fb กับ twitter ให้อยู่ด้วยกันในหน้าเดียวกันแถมมี mail เป็นของแถมที่ ตาอิน กับ ตานา ไม่มี (คืออยากจะเปรียบเทียบ กับหนังไทยเรื่อง ทัดดาว บุษบา แต่เพ่ิงดูเมื่อวานครั้งแรก เลย ไม่มีข้อมูลมากอะครับ อิอิ)

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ