Wednesday, March 17, 2010

อย่าเข้าใจผิดกับคำว่า "อิสรภาพทางการเงิน"


ท่านทั้งหลายเคยลองคิดไหมครับ ว่าถ้าวันนี้ท่านหยุดทำงาน แล้วใช้เฉพาะเงินเก็บที่มีอยู่ ท่านจะมีกินมีใช้ไปได้นานเท่าไร?

ถ้าคำตอบคือ "ตลอดชีวิต" นั่นหมายความว่า แม้ท่านหยุดทำงานวันนี้ ก็สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตโดยไม่ต้องทำอะไรเลย เช่นนี้เรียกว่ามี "Financial Freedom" หรือ "อิสรภาพทางการเงิน" ที่คนจำนวนมาก รวมทั้งตัวผม ใฝ่ฝันจะได้มันมา

การจะได้รับอิสรภาพทางการเงินนั้น มี 2 วิธี

หนึ่ง คือ ต้องมี "สินทรัพย์" หรือ "ธุรกิจ" ที่สามารถสร้าง "passive income" ในระดับที่มากกว่ารายจ่ายต่อเดือน

passive income หมายถึง "รายได้" ที่ไม่ต้องออกแรงก็ได้มา เช่น รายได้เงินปันผลจากหุ้น รายได้ค่าเช่าบ้าน รายได้ค่าลิขสิทธิ์หนังสือ เหล่านี้ล้วนเป็น passive income ทั้งนั้น

สมมุติแต่ละเดือนท่านต้องใช้เงินเป็นค่าครองชีพ 20,000 บาท และท่านมีบ้านให้เช่าอยู่หลังหนึ่ง ได้ค่าเช่าเดือนละ 20,000 เช่นนี้ท่านก็สามารถรีไทร์ได้ทันที

หรือ สอง คือ ท่านต้องมีเงินก้อนใหญ่ อาจจะมาจากมรดก มาจากการทำงานของตัวเอง หรือมาจากการขายทรัพย์สิน

เช่น คน ตจว.บางคน ขายที่ดินเก่าของครอบครัวได้หลายร้อยไร่ ได้เงินมาหลายสิบล้าน กรณีนี้ก็รีไทร์ได้ทันทีเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่สอง ยังไงก็ควรเอาเงินสดที่มีไปลงทุนต่อ ให้เกิด passive income เหมือนในกรณีแรก มิเช่นนั้น หากกินเงินต้นไปเรื่อยๆ แม้จะอยู่ได้ไปจนชั่วอายุขัย พอถึงรุ่นลูกเงินนั้นก็อาจหมดไปได้ หรือถ้าไม่หมด ถึงรุ่นหลานเงินก็อาจหมดได้

หัวใจสำคัญของความเป็นอิสระทางการเงิน จึงอยู่ที่รายได้ที่ได้มาโดยไม่ต้องทำงาน หรือ passive income นั่นเอง

ตัวผมเองเคยลองคำนวณเสมอว่า ถ้าวันนี้หยุดทำงาน จะอยู่ได้นานเท่าไร คำตอบก็คือ ผมจะไม่เดือดร้อนทางกาย เพราะผมจะมีกินไปได้อีกนาน แม้จะไม่ใช่ตลอดชีวิต (ซึ่งแปลว่าผมยังไม่ได้รับ financial freedom)

แต่ทางใจ ผมจะเดือดร้อนอย่างมากแน่ๆ เพราะการไม่มีอะไรทำ สำหรับผมมันคือการ "ฆ่ากันทั้งเป็น" และผมมั่นใจว่าหลายคนก็เป็นเหมือนผม ให้อยู่เฉยๆ เที่ยวไปเรื่อยๆ คงทำได้ไม่กี่วัน เดี๋ยวก็เบื่อ ซังกะตาย

เวลามีคนมาถามว่าเป้าหมายในชีวิตของผมคืออะไร ถ้าเป็นสมัยเด็กๆ ผมจะตอบทันทีว่า "อยากรวย" แต่พอผู้ใหญ่ถามต่อว่า "ที่ว่ารวยนั่นรวยขนาดไหน" ผมก็จะอึ้งๆ ไปต่อไม่เป็น

พอมาถึงวันนี้ เพื่อนที่สนิทกันยังถามผมอยู่เรื่อยๆว่า "เป้าหมายชีวิตคืออะไร" ผมจะตอบทันทีว่า "อิสรภาพทางการเงิน" ซึ่งผมเชื่อว่า เป็นคำตอบที่พัฒนากว่าเมื่อสมัยเด็กเยอะ

ที่ว่าพัฒนาก็เพราะ เป็นคำตอบที่จับต้องได้ ชี้ชัด วัดได้แน่นอน เช่น ถ้าผมมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 30,000 บาท (จริงๆแล้วน้อยกว่านี้ เพราะผมยังไม่มีลูกมีเมีย และใช้เงินไม่ค่อยเก่ง นอกจากซื้อหนังสือ) ผมก็ต้องมีรายได้มากกว่าเดือนละ 30,000 บาท จึงจะได้อิสรภาพที่ว่า

ถ้าจะเอาชัวร์ ให้มี Margin of Safety สักนิด (ศัพท์ของ Ben Graham ปรมาจารย์แห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า) ก็ควรเพิ่มส่วนต่างไว้สัก 50% ดังนั้น ผมควรจะมี passive income อย่างน้อยเดือนละ 45,000 บาท จึงจะรับประกันว่าอยู่รอดปลอดภัยโดยไม่ต้องทำงาน

พอพูดเช่นนี้ มักจะมีคนถามต่อว่า "ไม่รู้หรือว่าการไม่ทำอะไรเลยนั้นน่าเบื่อมาก อยู่ไม่ได้หรอก"

ใครถามเช่นนี้ แปลว่าอาจจะตีความคำว่า Financial Freedom แบบตายตัวเกินไป

การมีอิสรภาพทางการเงิน ไม่ได้แปลว่า ต้องไม่ทำงานอะไรเลยตลอดชีวิต แต่คุณสามารถเลือกทำงานที่คุณ "อยากทำ" ไม่ใช่ "จำเป็นต้องทำ" และไม่มีใครมาบังคับคุณได้ คุณจะเลิกเมื่อไรก็ได้

นั่นต่างหาก คือความหมายของคำว่า "อิสรภาพทางการเงิน"

แม้คุณเป็นลูกจ้าง ถ้าได้อิสรภาพทางการเงินแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องลาออก ต่อให้คุณเป็นกรรมกร เป็นกระเป๋ารถเมล์ แล้วได้อิสรภาพทางการเงิน ถ้าคุณรักในงานที่ทำ คุณก็ทำงานนั้นต่อไป ไม่ได้มีกฏหรือนิยามอะไรเลยว่าถ้าเป็นอิสระจากพันธะทางการเงินแล้วจะต้องเลิกทำงาน

ดังนั้น อย่ากลัวว่าจะเบื่อ หรือเซ็ง หากได้รับอิสรภาพทางการเงิน!!

การได้รับอิสรภาพทางการเงิน เป็นการให้โอกาสกับชีวิต ในการได้ทำงานที่เรารักเท่านั้น อะไรไม่รักไม่ต้องทำ และเป็นการให้โอกาสในการที่จะทำตาม "ความฝัน" ของตัวเอง

เช่น ผมอยากทำมูลนิธิช่วยคนจนที่ป่วยเป็นโรคร้าย บางคนอยากไปวาดภาพ อยากเที่ยวรอบโลก อยากตีกอล์ฟอย่างเดียวไม่ทำอย่างอื่น อันนี้ก็ว่ากันไป

ดังนั้น ถ้าคุณอยากสบาย อยากได้ financial freedom เริ่มได้วันนี้เลยครับ หยิบดินสอขึ้นมา เขียนลงไปในกระดาษให้ชัดเจนว่าคุณมี "รายจ่าย" เท่าไรต่อเดือน แล้วเอาตัวเลขนั้น คูณด้วย 1.50 (ถ้าใช้สูตรผม)

ตัวเลขที่ได้มา คือ passive income ต่อเดือน เป็นเส้นชัยที่ท่านต้องทำให้ได้ เพื่อการันตีว่าจะสบายไปตลอดชีวิต

ตั้งเป้าให้ชัดเจนไว้ก่อน ที่เหลือก็เรื่องกล้วยๆแล้วครับ!!

3 comments:

  1. เอ่อ... เรื่องวิชาการเนี่ย คอ โนคอมเม้นท์ละกันนะ

    แต่แบบว่า รูปอ่ะ

    คล้ายๆเกมส์เศรษฐีจังเลย หุๆ ^^

    ReplyDelete
  2. พอมาถึงวันนี้ เพื่อนที่สนิทกันยังถามผมอยู่เรื่อยๆว่า "เป้าหมายชีวิตคืออะไร" ผมจะตอบทันทีว่า "อิสรภาพทางการเงิน"

    ...คุ้นๆ นะ...
    เหมือนที่ตอบบน BTS

    ReplyDelete
  3. ห้าห้าห้า ใช่แล้ว นายก็เป็นคนหนึ่งที่ถามเรา ถ้างั้น ไปซื้อหุ้นร้านหนังสือกันเถอะ 5555555555+

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ