Thursday, March 25, 2010

มีหงส์อยู่กี่ตัว?


หนึ่งในวิชาที่ผมสอนที่เอแบค คือ "พื้นฐานการสื่อสารมวลชน" (Introduction to Journalism and Mass Communication) เป็นวิชาพื้นๆ ที่เด็กนิเทศศาสตร์ทุกคนต้องเรียน แต่ไหนแต่ไรเด็กๆจะกลัววิชานี้ เพราะค่อนข้างน่าเบื่อ เนื้อหาก็หนัก ต้องจำทฤษฎีให้วุ่นไปหมด

ทีแรกผมก็ไม่อยากสอน แต่เมื่อรับปากเขาแล้ว เลยต้องสอนติดต่อกันมาหลายปี เทอมนี้ผมได้โอกาส เปลี่ยนไปสอนวิชาอื่น เพราะสอนตัวนี้หลายรอบ เบื่อแล้ว

ปกติคนเป็นครูนี่ ถ้าจะสอนให้สนุก สอนให้เด็กติด ต้องมี "มุข" หรือ "ทีเด็ด" อะไรบางอย่างติดตัวไว้ครับ

มุขพวกนี้ ผมไม่ค่อยเอามาเขียนในบล็อก ไม่เอาไปเล่าที่ไหน เพราะจะเก็บไว้ใช้ใน class ขืนเล่าไปมากๆ ต่อไปเด็กรู้คำตอบหมดก็คงไม่สนุก แต่ตอนนี้ไม่ได้สอนแล้ว เลยเอามาเล่าได้

หนึ่งในการบ้านที่ผมมอบให้เด็กๆนิเทศเอแบค ตั้งแต่ class แรกของวิชาที่ว่านี้ก็คือ ให้ไปนับ "หงส์สีดำ" ที่ว่ายอยู่ในบึงขนาดยักษ์ในมหาลัย

เล่าให้ฟังนิดหนึ่งก่อนว่า ที่ ม.อัสสัมชัญ จะมีบึงใหญ่อยู่ และในบึงนั้น จะมีสัตว์ที่เรียกว่า "หงส์" (Swan) อยู่ด้วยเสมอ มีทั้ง "หงส์สีขาว" ที่ใครๆก็เคยเห็น และ "หงส์สีดำ" ที่หายากกว่า

เมื่อได้รับการบ้านจากผม เด็กๆก็ต้องไปหาคำตอบมา ว่าตกลงจำนวนของ "หงส์ดำ" ในเอแบคนั้น มีอยู่เท่าไรแน่ ผมสั่งให้นับเฉพาะ "หงส์ดำ" เท่านั้น "หงส์ขาว" ไม่เอา

ดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่จริงๆไม่ง่ายเลยครับ เพราะบึงที่เอแบคนั้นใหญ่มาก และมีสุมทุมพุ่มไม้ บางทีหงส์มันก็ขึ้นมาเดินริมตลิ่ง บางทีมันก็ไปหลบแดดอยู่ตามพุ่มไม้ การจะหาคำตอบที่ถูกต้องให้ได้นั้น จึงต้องใช้วิธีต่างๆ นานา

ทุกๆครั้งที่ผมสั่งการบ้านนี้ ก็จะได้คำตอบจากเด็กๆต่างๆกันไป บางคนบอกมีหงส์ดำ 3 ตัว บางคนบอก 5 ตัว, 6 ตัว, 7 ตัว, 8 ตัว, บางคนนับได้ 12 ตัว เลยก็มี

แปลกไหมครับ บ่อๆเดียวกันแท้ๆ แต่คำตอบกลับแตกต่างหลากหลาย บางทีก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลย


ทุกครั้งที่เจอแบบนี้ ผมก็จะถามเด็กๆกลับว่า "เอาล่ะ ถ้ายูเป็นไอนะ ยูจะเชื่อใคร ในเมื่อพวกยูให้คำตอบมาไม่เหมือนกัน?"

พอเจอผมถามกลับแบบนี้ เด็กๆก็จะเริ่มหันซ้ายหันขวา บางคนเริ่มไม่มั่นใจในคำตอบของตัวเอง บางคนลังเล ขณะที่บางคนยืนยันว่าคำตอบของเขาถูกต้องแล้ว

พอเป็นแบบนี้ ผมก็จะถามเด็กๆต่อว่า "แล้วที่ยูว่าได้เท่านั้นตัวเท่านี้ตัว ยูไปหามายังไง?"

คำตอบที่ผมได้ก็คือ

บางคนบอกว่า "ไปนั่งนับมาด้วยตัวเอง"

บ้างก็ว่า "ถามเพื่อนมาอีกที"

บางคนแย่ยิ่งกว่านั้น บอกว่า "ผมก็กะๆเอา"

แต่มีเด็กบางคน นอกจากจะนับด้วยตัวเองแล้ว ยังไปถามนักการภารโรงที่มีหน้าที่ "ดูแลหงส์" โดยเฉพาะ เรียกว่ามีการ double check ข้อมูลจาก "แหล่งข่าว" ที่เชื่อถือได้

ทีนี้ ผมก็ถามต่อว่า "เห็นมั้ย ในเมื่อพวกยูมีวิธีที่ต่างๆกัน คำตอบจึงออกมาไม่เหมือนกัน ทีนี้ ยูคิดว่าวิธีของใครน่าเชื่อถือที่สุด?"

เมื่อถามเช่นนี้ เกือบทุกคนเห็นตรงกันว่า คำตอบของคนที่ลงไปนับจำนวนหงส์ด้วยตัวเอง แล้วยังไปถามภารโรงที่มีหน้าที่ดูแลหงส์โดยตรง น่าจะเชื่อถือได้มากที่สุด!!

(เอแบคเขาจ้างคนไว้ดูแลหงส์โดยเฉพาะจริงๆนะครับ เพราะหงส์ที่นี่ซื้อมาด้วยราคาตัวละ 1 แสนบาท แพงกว่าเงินเดือนคนที่มาดูแลหลายสิบเท่า รวมราคาหงส์ทุกตัวในมหาลัยร่วม 1-2 ล้านบาทเลยทีเดียว)

ผมถามคำถามเช่นนี้ซ้ำๆมาหลายปี จนเด็กๆรู้กันว่า ถ้าเรียนกับผมต้องได้ไปนับหงส์ แต่ประเด็นที่ผมจะสื่อก็คือ ในสังคมเราทุกวันนี้ เราได้รับข้อมูลข่าวสารมากมายเต็มไปหมด มีทั้ง "จริง" และ "ลวง"

เด็กๆที่จะโตไปเป็นสื่อมวลชนนั้น จึงควรจำเอาไว้ว่า สื่อมวลชน มีทั้งสื่อที่ดี และสื่อที่ไม่ดี ถ้าอยากเป็นนักข่าวที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคมก็ไม่ยากเลย แค่ฟังอะไรมาแล้วก็เอาไปเขียน ไม่ต้องกลั่นกรอง บางทีก็คิดเอง เขียนเอง

บางครั้งเห็นอะไรมา ยังไม่ได้ตรวจเช็คก็นำเสนอไปทันที เช่นนี้ก็อาจผิดพลาดได้ ยิ่งถ้าเป็นประเด็นที่อ่อนไหว ส่งผลกระทบต่อสังคมมากๆ หากนำเสนอผิดไป อาจสร้างความเสียหายใหญ่โตให้กับบ้านเมือง

แค่นับหงส์ที่ว่ายในน้ำ สถานที่เดียวกันแท้ๆ ยังนับมาได้ไม่เท่ากัน นับประสาอะไรกับเรื่องใหญ่ๆที่มีความสลับซับซ้อน อย่างเรื่องบ้านเรื่องเมือง

อย่างไรก็ตาม คนเราทำผิดพลาดกันได้ ถ้าเจตนาบริสุทธิ์ก็ยังพออภัย แต่ที่ไม่น่าให้อภัย คือพวกสื่อที่เจตนาไม่บริสุทธิ์ เลือกข้าง จ้องทำลาย หรือสื่อบางสำนักก็มีผลประโยชน์ทับซ้อน

ผมยกตัวอย่างให้เด็กฟังว่า ลองคิดดู สมมุติมีพวกยูบางคนไปเล่นพนันกับเพื่อนไว้ ว่าหงส์มี 5 ตัว พอไปนับมาแล้วมันไม่ใช่ มันนับได้ 7 ตัว ยูก็ต้องโกหกคนอื่นว่ามันมีแค่ 5 ตัว เพื่อจะได้หลอกกินตังค์เพื่อน พอเขาจับได้ ยูก็บอกว่า ทีแรกเห็นแค่ 5 ตัว ทั้งที่จริงๆแล้วไม่ใช่ ยูเห็นตั้งแต่แรกว่ามี 7 ตัว แต่เลือกที่จะโกหกเพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์

(อันนี้แค่สมมุติจริงๆ นะครับ คงไม่มีลูกศิษย์ผมไปทำแบบนั้น)

ถ้าเป็นนักข่าว แบบนี้เรียกว่ามี "ผลประโยชน์ทับซ้อน" เสนอข่าวแบบไม่มีความเป็นกลาง ขาดความเที่ยงธรรม จะกลางได้อย่างไรเล่า ก็ตัวเองมีเอี่ยวด้วยเสียแล้ว

สื่อมวลชนดีๆมีอยู่มากมาย แต่สื่อบางสื่อ ไม่รู้ลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคมนี้ได้อย่างไร ทำหยาบช้ามาหลายปี ทุกวันนี้ก็ยังอยู่ได้ เพราะเส้นใหญ่

เห็นดังนี้ ผมเลยตั้งใจปลูกฝังเด็กที่จะโตไปเป็นสื่อ ให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ผมจะเป็นคนตัวเล็กๆ ไม่ได้มีความหมายอะไร แต่ก็พยายามทำสิ่งที่ดีที่สุด ในขอบเขตแห่งอิทธิพลของผม

ถ้าเราสร้างจิตสำนึกที่ดีให้เยาวชนตั้งแต่ตอนนี้ ต่อไปก็จะมีนักข่าวที่ดีเพิ่มขึ้น เอาแค่คนเดียวก็ยังดี เป็นน้ำดีที่หายาก ไปเจือจางน้ำไม่ดีที่มีอยู่เยอะ แม้น้ำนั้นจะใสบริสุทธิ์ไม่ได้ ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

อ้อ..ผมยังไม่ได้เล่า ว่าทำไมถึงให้นับเฉพาะ "หงส์ดำ" ทำไมไม่ให้นับหงส์ขาวด้วย เดี๋ยวคราวหน้ามาต่อครับ!!
-
-

6 comments:

  1. อยากอ่านตอน หงษ์ขาวแล้วค่ะ
    มัมก็เคยนั่งนับนะเจ้าคะ ...

    แต่นับไปนับมาก็ปวดหัวอยู่ดี ...
    มันเดินไป เดินมา
    นับด้วยตัวเอง ทุกรอบที่นับ ยังได้ไม่เท่ากันเลยค่ะ

    ReplyDelete
  2. @Mum ได้เลยจ้าน้องมัม อีกวันสองวันจาเขียนแระ อย่าลืมมาอ่านน้า ^o^

    ReplyDelete
  3. รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้จะหาสื่อที่มีจรรยาบรรณจริงๆ ได้น้อยเต็มที โดยเฉพาะพวกเล่าข่าวทีวีดังๆ ที่มาจากค่ายใหญ่นั่น ทำหน้าที่ทุกวันแบบไม่มีความละอายเลย :(

    ReplyDelete
  4. @mama aiko เห็นด้วยอย่างมากครับ;)

    ReplyDelete
  5. แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือมันหายากจริงๆ ในขณะที่ชีวิตทุกวันมันก็วุ่นวายอยู่แล้ว ยังต้องไปพิสูจน์หาแหล่งข่าวอีก ถ้าใครบอกว่าที่นั่นดี ที่นี่ดีก็ต้องไปพิสูจวิธีการของเขาอีก คิดแล้วเหนื่อยจังครับ

    ReplyDelete
  6. นั่นสิครับ :(

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ