Tuesday, March 30, 2010

"หงส์ดำ" กับ "ความเชื่อ"


คราวก่อนเล่าให้ฟังไปแล้วว่า ผมได้ให้ลูกศิษย์ใน class นับจำนวนของสัตว์ที่เรียกว่า "หงส์" เพื่อให้บทเรียนเกี่ยวกับการเป็น "นักสื่อสารมวลชน" ที่ดี

คราวนี้ขออธิบายต่อ ว่าทำไมถึงให้นับเฉพาะ "หงส์สีดำ" ทำไมไม่ให้นับ "หงส์สีขาว" ด้วย

ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ

มีภาษิตโบราณของตะวันตกกล่าวไว้ว่า "All Swans Are White" หรือ "หงส์ทุกตัวเป็นสีขาว!!"

งงไหมครับว่าทำไมจึงมีคำพูดเช่นนี้ ทั้งที่เห็นอยู่โทนโท่ว่า "หงส์ดำ" มีอยู่ตั้งเยอะแยะ?

ผมยังไม่เฉลย แต่ขอให้ท่านลองหลับตาลงสักครู่ แล้วนึกดูสิครับว่าเป็นเพราะอะไร

เดาออกไหมครับ?

เฉลยก็ได้..เรื่องมันเป็นอย่างนี้

เชื่อไหมครับว่า มนุษย์เพิ่งจะรู้จัก "หงส์ดำ" เมื่อไม่กี่ร้อยปีมานี้เอง

ที่พูดเช่นนี้ก็เพราะ "หงส์ดำ" เพิ่งจะถูกค้นพบในทวีปออสเตรเลีย ในศตวรรษที่ 17 หรือ 400 กว่าปีที่แล้ว (ตรงกับสมัยอยุธยาตอนกลาง)

ก่อนหน้านั้น ผู้คนต่างเข้าใจว่า ขึ้นชื่อว่า "หงส์" มีเฉพาะ "สีขาว" เท่านั้น หงส์สีอื่น รวมทั้ง "หงส์ดำ" เป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงในโลก

แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อมีคนพบ "หงส์ดำ" จึงเป็นที่ฮือฮา

เพราะนั่นหมายความว่า ความเชื่อที่เชื่อกันว่า "หงส์ต้องเป็นสีขาว" เป็นความเชื่อที่ผิดมาตลอด ผิดอย่างสิ้นเชิง!!

ตั้งแต่นั้นมา ภาษิต "หงส์ทุกตัวเป็นสีขาว" ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยอ้างอีก "ความเชื่อเก่าๆ" ได้ถูกทำลายลงอย่างราบคาบ ด้วย "ความจริง" ที่ไม่มีใครปฏิเสธได้

ที่ผมรู้เรื่องนี้ ก็เพราะในปี 2007 มีนักเขียนคนหนึ่ง ชื่อ Nicholas Nazim Taleb ออกหนังสือชื่อ "The Black Swan: The Impact of the Highly Improbable" เป็นหนังสือ Bestseller เล่มหนึ่งในสหรัฐอเมริกา

เขาเปรียบเทียบปรากฏการณ์ต่างๆในโลกนี้ ที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นมาก่อน แต่แล้ววันหนึ่งมันก็เกิด และได้ส่งผลสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วโลก ว่าเป็น "ปรากฏการณ์หงส์ดำ"

การมาถึงของ "อินเตอร์เน็ต" ที่เชื่อมโลกทั้งใบไว้ด้วยกัน การที่ท่านสามารถรับส่งข้อมูลกับใครก็ได้ในอีกซอกหลืบหนึ่งของโลกภายในเวลาไม่กี่วินาที สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปรากฏการณ์หงส์ดำทั้งนั้น

ถ้าเป็นบ้านเรา ลองนึกถึง "คลื่นยักษ์สึนามิ" สิครับ นั่นคือตัวอย่างที่ดีที่สุดของปรากฏการณ์หงส์ดำในประเทศไทย ก็ก่อนหน้านั้น ใครเล่าจะคิดว่าดินแดนขวานทองจะโดนโจมตีด้วยภัยธรรมชาติเยี่ยงนี้

ครั้งแรกที่ผมอ่านเจอเรื่องราวของ "ทฤษฎีหงส์ดำ" ก็อดไม่ได้ทื่จะนึกถึง "กาลิเลโอ"

"กาลิเลโอ กาลิเลอิ" เสนอความคิดว่า โลกที่เราอยู่กันนี้ มีรูปทรง "กลม" ไม่ใช่ "แบน" อย่างที่สั่งสอนกันมานับร้อยๆปี

ความคิดที่ว่า ทำให้กาลิเลโอถูกต่อต้านจากศาสนจักรอย่างหนัก เขาโดนประณามว่าเป็นคนชั่วช้าสามานย์ บังอาจลบหลู่ความเชื่อศักดิ์สิทธิ์ ผ่าเหล่าผ่ากอ กล้าท้าทายอำนาจของพระเจ้า

ที่สุดแล้ว กาลิเลโอจึงกลายเป็น "อัจฉริยะผู้น่าสงสาร" ต้องกลายเป็นคนนอกคอก เป็น "แกะดำ" ตลอดชีวิต

จนหลายร้อยปีต่อมา เมื่อโคลัมบัสล่องเรือไปพบทวีปอเมริกา โลกทั้งโลกจึงได้รู้ว่า สิ่งที่กาลิเลโอพูดนั้น "เป็นความจริง"!!

ชัดไหมครับ?

อันว่า "ความเชื่อ" นั้น มีอยู่หลายอย่าง

ความเชื่อบางอย่าง เชื่อกันมาเป็นร้อยๆปี เคยเชื่อเช่นไรก็ยังคงเชื่ออยู่อย่างนั้น ไม่เคยคิดตั้งคำถามเลย

ดังนั้น การจะสรุปว่าใครที่คิดไม่เหมือนเราเป็นคน "ชั่วช้า" หรือ "โง่เขลา" จึงไม่น่าจะถูกต้อง

เพราะไม่แน่ เมื่อเวลาผ่านไป เราอาจได้เรียนรู้ว่า ตัวเราต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด แต่ที่คิดว่าตัวเองถูกมาตลอดก็เป็นเพราะถูกสอนให้เชื่อต่อๆกันมา

เป็นธรรมดาของโลกนี้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

ถ้ายังไม่ถึงเวลา จะทำอย่างไร มันก็ไม่อาจเกิดขึ้น

แต่เมื่อถึงเวลาของมันแล้ว อะไรจะไปหยุดยั้งไม่ให้มันเกิดก็ไม่ได้เหมือนกัน

นี่คือสัจธรรม ที่ใครก็มิอาจเปลี่ยนแปลง

ว่าแต่ ท่านผู้อ่านทั้งหลาย เจอ "หงส์ดำ" ของท่านเมื่อไร อย่าลืมตะโกนดังๆให้ผมได้ยินบ้างนะครับ :)

7 comments:

  1. อีกร้อยปีข้างหน้า ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น บ้านเมืองอาจมีระบอบการปกครองใหม่เอี่ยม หรือ กองกำลังพิเศษ มากมายนะครับ น่าคิดจัง..
    กัปตันเบิร์ด

    ReplyDelete
  2. หมวดเบิร์ดมี login เยอะจังนะครับ

    ต้องรอดูหงส์ดำเมืองไทยครับ :)

    ReplyDelete
  3. อดทนไว้ครับเสี่ยอาท ชีวิตจริงกับละครก็เหมือนกัน เราต้องโดนเข้าใจผิดก่อน แต่ตอนจบจะ happy ending เองครับ

    ReplyDelete
  4. ขอบคุณครับเสี่ยโจ๊ก จะรอวันนั้นครับ;)

    ReplyDelete
  5. เสี่ยเขาคุยกัน

    เสี่ยวอย่างเรา ก็ ดูต่อไป งุงิๆๆ

    ReplyDelete
  6. แหม พี่ Ya เด๋วนี้มีแอ๊บนะครับ งุงิๆ 555+

    ReplyDelete
  7. มนุษย์มักจะเอาสิ่งที่ตัวเองเห็นและสิ่งที่ตัวเองคิดมาตั้งเป็นความเชื่อ

    แล้วก็ยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ว่านั่น คือ ความจริง

    และไม่ค่อยเปิดรับหรือยอมรับความคิดใหม่ๆเขามาพิจารณาดูให้ถี่ถ้วน

    เพราะมีคำว่า ยึดมั่น ถือมั่น ทำให้มนุษย์ส่วนใหญ่ มีสมองไว้ จดจำความเชื่อ มากกว่าจะเอาความเชื่อมาคิด - -"

    ปรากฏการณ์ หงษ์ดำ เลยผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ในปัจจุบัน

    - -"

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ