Sunday, April 11, 2010

10 เม.ย. บันทึกไว้ด้วยความเศร้า














วันนี้ค่อนข้างยุ่ง เลยยังไม่ได้เขียนบทความใหม่ๆ แต่ต้องแวะมาบันทึกว่าเสียใจและโศกสลดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน (10 เม.ย.) ครับ

ผมอยากให้คนไทยอ่านประวัติศาสตร์กันมากๆ เพราะข้อดีอย่างหนึ่งของการอ่านประวัติศาสตร์คือ จะทำให้คุณไม่ดัดจริต

ผมไม่เคยรู้สึกว่าคำพูดแบบ "คนไทยรักกันเถอะ" "อย่าทะเลาะกันเลย" "สงสารบ้านเมืองจัง" ฯลฯ อะไรเทือกนี้ มีคุณค่าที่แท้จริงแต่ประการใด

ท่านคิดว่าสมัยสามก๊กจะมีคนพูดว่า "คนจีนรักกันเถอะ" บ้างไหม? ผมเชื่อว่าน่าจะมี แล้วทำไมคนจีนสมัยนั้นถึงไม่รักกัน? ก็เพราะมันมี "เหตุ" ที่ทำให้รักกันไม่ได้นั่นเอง

ผมเชื่อว่าทุกอย่างมี "เหตุ" และ "ผล" ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ การตำหนิ "ผล" แต่ไม่มองที่ "เหตุ" หรือมองเฉพาะ "เหตุ" ที่ตัวเองอยากมอง ย่อมไม่มีประโยชน์ การแผ้วถางต้นไม้ แล้วจะไม่ให้เกิดความแห้งแล้งนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้

ผมคาดว่า หลังจากเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. จะต้องมีข้ออ้างแปลกๆ ตาม "ทฤษฎีสมคบคิด" (Conspiracy Theory) ขึ้นมามากมาย ซึ่งหลายคนคงเหนื่อยที่จะฟัง และผมไม่ขอพูดถึงในที่นี้

เอาเป็นว่า ขอยก "กวีบทเก่า" แห่ง "สามก๊ก" มาว่าให้ฟังอีกครั้งครับ



"น้ำแยงซี รี่ไหล่ ไปบูรพา

คลื่นซัดกวาดพา วีรชน หล่นลับหาย

ถูกผิดแพ้ชนะ วัฎจักร เวียนว่างดาย

สิงขรยังคง ตะวันยังฉาย นานเท่านาน

เกาะกลางชล คนตัดฟืนผมขาว เฒ่าหาปลา

สาร์ทวสันต์เห็นมา เหลือหลาย ที่กรายผ่าน

สรวลสุราขุ่น ป้านใหญ่ ให้ตำนาน

เก่าเก่าใหม่ใหม่ เสพสราญ ว่ากันไปฯ"


ด้วยความปรารถนาดีต่อทุกท่านครับ

Happy Holidays

3 comments:

  1. ก่อนอื่น ขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์การสลายการชุมนุม

    มันเป็นเหตุการที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะสิ่งที่ตามมามีเพียงความสูญเสีย

    แต่ในความเป็นจริง มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

    ถ้าคนเราถอดหน้ากากเข้าหากัน แล้วพูดกันด้วยสันดานความเป็นคนจริงๆ

    ทุกคนรู้ว่าเมื่อเกิดความคิดเห็นแตกแยก

    ระหว่างฝ่ายที่ไร้อำนาจ กับ ฝ่ายที่บ้าอำนาจ

    "สันติวิธี แทบไม่ช่วยอะไรเลย"

    ตามคำกลอนที่พี่ยกมา

    ก็เป็นสัจธรรมจริงๆ

    วันนี้บ้านเมืองเราถึงเวลาที่ต้องเผชิญกับความแตกแยก

    แต่ซักวัน มันก็ต้องกลับรวมกันได้ใหม่

    และเมื่อผ่านไปช่วงเวลาหนึ่ง ก็จะแตกแยก เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

    ในสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้

    คำว่า "รักกันไว้เถิด" ไม่ช่วยอะไรเลย

    ปล. ไม่กล้าทักพี่ทางเอ็ม วันนี้หัวเอ็มเอิงแรงมากๆ กลัวพี่โกรธ เพราะผิดสัญญาเรื่องคำหยาบอีกแล้ว T^T ขอโทษนะคะ มันอดไม่ไหวจริงๆ T_T

    ReplyDelete
  2. สามก๊ก รบกันคนตายมากมาย และตายเรื่อยๆ ตายจนในที่สุดก็แพ้ชนะกัน มีผู้รวบรวมอำนาจบนซากศพ แต่ก็เป็นหนทางรวมเป็นประเทศและเข้าสู่ความสงบยาวนานช่วงหนึ่ง มุมหนึ่งเขาคือผู้รวมแผ่นดิน ผู้สร้างความเป็นบึกแผ่นบนแผ่นดิน มุมหนึ่งเขาคือจอมเผด็จการ จิตใจเหี๊ยม สั่งการฆ่าคนได้โดยมีสงครามเป็นข้ออ้าง และ เพื่อชาติ
    กัปตันเบิร์ด

    ReplyDelete
  3. สมัยสามก๊ก ใช้เวลา 60 ปี ของบ้านเรา ผมมองว่ายังไงๆฝ่ายที่ไปตามกระแสโลกจะชนะ แต่กว่าจะถึงเวลานั้น คงต้องแลกด้วยอะไรหลายๆอย่างครับ

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ