Friday, May 21, 2010

อยู่กับความจริง


วันก่อนไปที่ร้านซีเอ็ด เจอหนังสือเล่มหนึ่ง แค่เห็นหน้าปกก็ถึงกับสะดุ้ง ต้องหยิบขึ้นมาดูโดยพลัน ชื่อปกเขาว่า "อย่าเชื่อซุนวู อย่าชูสามก๊ก" ....งานเข้าเลย

ดูจากชื่อคนเขียน จำได้ว่าเคยสนทนากับพี่แกสั้นๆ เมื่อหลายปีก่อน เมื่อเปิดเข้าไปอ่านคร่าวๆ แกเขียนคำนำไว้จับความได้ว่า ไม่ได้เจตนาจะว่า "ซุนวู" หรือ "สามก๊ก" แต่ไม่เห็นด้วยที่จะใช้เหลี่ยมคูในสามก๊กเพื่อเอาเปรียบใคร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำธุรกิจ หรือเรื่องอื่นๆ

พอเปิดเข้าไปในเล่มอีกนิด ก็เจอกับหลักการบางอย่าง คล้ายๆ กับที่เคยอ่านในหนังสือของ "Anthony Robbins" นักปลุกพลัง (Motivator) หมายเลขหนึ่งของโลก

เช่น หากอยากหาที่จอดรถในห้างสรรพสินค้าที่คนแน่นขนัดได้ ให้ใช้ "จินตนาการ" (เรียกว่า "พลังจิต" ด้วยหรือไม่..ไม่แน่ใจ) ว่าเห็นรถคันอื่นกำลังจะออกพอดี แล้วเราก็เข้าไปเสียบแทนพอเหมาะพอเจาะ ในที่สุดเราจะได้ที่จอดรถจริงๆ... ประมาณนี้

หลักนี้ ใครจะคิดอย่างไรไม่ทราบ แต่ผมว่ามันฟังดูแปลกๆ เพราะถ้าเป็นผม สมมุติผมอยากไปเซ็นทรัลลาดพร้าวในวันเสาร์ โดยจอดรถได้สบายๆ ไม่ต้องไปวนหาเป็นครึ่งค่อนชั่วโมง สิ่งที่ผมจะทำก็คือ กินข้าวกินปลา แล้วออกจากบ้านประมาณ 10.30 น. ไปให้ถึงเซ็นทรัลไม่เกิน 11.00 น.

แค่นี้ก็รับประกันได้ว่า จะได้ที่จอดง่ายๆ ไม่ต้องวนหาอย่างแน่นอน เพราะคนอื่นเขายังมาไม่ถึงห้างนั่นเอง

หากไปถึงตอน 13.00 ที่คนกำลังเข้าห้าง แล้วใช้วิธีสร้างมโนภาพ มันจะได้ที่จอดหรือ? อาจจะได้ก็ได้นะครับ ผมไม่เคยลอง แต่ผมว่ามันคล้ายๆ กับการสวดมนต์ภาวนา พึ่งพาสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เสียมากกว่า

ช่วงหลังๆ พวก "นักปลุกใจ" เริ่มมีมากขึ้นๆ ในบ้านเรา หลายๆ คนโผล่หน้ามาให้เห็นในโทรทัศน์ มาออกรายการทอล์คโชว์ต่างๆ บางคนมาพร้อมกับหน้าม้าหลายสิบคน

ส่วนใหญ่จะนำเสนอว่า ตัวเองเป็นคนล้มเหลวมาก่อน หรือเป็นคนเชยๆ เฉิ่มเบ๊อะ และแล้ววันหนึ่งก็กล้าที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองเป็นคนละคน จนประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่

เรื่องพรรค์อย่างนี้ หากดูผิวเผิน ผมว่ามันก็ดีครับ มันทำให้เราฮึกเหิม เป็นการปลุกใจ มองโลกในแง่บวก แต่เมื่อเจาะลึกลงไปในเนื้อแท้ ผมไม่รู้ว่ามันจะ "มีอะไร" สักแค่ไหน

ผมเคยเห็นคนที่เขาฝึกอบรมกัน แต่ละคนมักมีวิธีคล้ายคลึง คือให้พูดซ้ำๆ ว่า "ฉันทำได้" "ข้าทำได้" พร้อมกับตบมือ เบ่งพลัง กำหมัด ตะโกนแหกปาก

ตอนแรกผมก็คิด..เออ ดีเหมือนกันนะ ดูมันส์ดี แต่ทำไปๆ ผมชักเริ่มตั้งคำถามว่า วิธีเยี่ยงนี้จะทำให้เราประสบความสำเร็จถึงจุดไหนกัน?

สำหรับผม ผมเชื่อใน "โลกแห่งความจริง" หากอยากประสบความสำเร็จ เราต้อง "ลงมือทำ" การกระตุ้นให้ตัวเองฮึกเหิม การสร้างวิมานในอากาศ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่สุดท้ายแล้ว เราต้องหยุดใช้จินตนาการ ต้อง "ทำ ทำ และ ทำ" เท่านั้น จึงจะได้ในสิ่งที่ต้องการ

ทีนี้ถามว่า ทำไมคนอย่าง Anthony Robbins นักปลุกใจชื่อดัง ถึงร่ำรวยมหาศาลจากอาชีพปลุกยักษ์ให้ตื่น ตรงนี้ผมเคยถามจาก "อาจารย์เสน่ห์ ศรีสุวรรณ" นักพูดชื่อดังของเมืองไทย เมื่อหลายปีก่อนตอนที่ได้พบท่าน

อาจารย์เสน่ห์เล่าให้ฟังว่า ในบ้านเรา มีคนพยายามนำเรื่องราวของการปลุกใจมานำเสนอหลายคนแล้ว แต่ยังไม่ค่อยมีใครประสบความสำเร็จเท่าไรนัก แม้แต่ตัว Anthony Robbins เอง ก็เคยหยุดจัดสัมมนาลักษณะนี้ไปนานพอสมควร ด้วย "เหตุผลบางประการ" ท่านไม่ได้อธิบายอะไรมากไปกว่านี้ แต่ทิ้งไว้ให้ผมคิดต่อเอง!!

ผมเชื่อว่าในชีวิตของทุกคน ล้วนมีอยู่แค่ 2 สิ่ง คือ "ปัจจัยที่ควบคุมได้" และ "ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้" คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต คือคนที่ทำตัวแปรที่ควบคุมได้ให้ดีและสมบูรณ์ที่สุด โดยไม่ไปเสียเวลากับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

ถ้าถามผมว่า เรื่องราวการ "ปลุกยักษ์ตื่น" นี้ มีจริงหรือไม่ ผมเชื่อว่าทำได้จริง เรื่องของ "Positive Thinking" นั้น ดีแน่ แต่ผมก็เชื่ออีกว่า การหมกมุ่นอยู่กับเรื่องพวกนี้มากเกิน น่าจะไม่ก่อให้เกิดผลดีกับใคร (ยกเว้นคนที่หยิบมันมาหากิน จนโกยเงินเข้ากระเป๋าได้ อันนั้นอีกเรื่องหนึ่ง)

"ความฝัน" และ "จินตนาการ" ทำให้เรามีพลัง แต่หากอยากประสบความสำเร็จ เราต้องอยู่กับ "ความจริง" เท่านั้น ต้องสู้ความจริง ต้องลงมือทำ ไม่ย่อท้อ

โดยสรุป ผมไม่ได้บอกว่าอะไรดีหรือไม่ดี แต่ถ้าใครจะบอกว่า "อย่าเชิดชูสามก๊ก" ผมคงไม่เห็นด้วย

หลักวิชาอื่นๆ รู้ไว้ก็ดี ทำให้เรามี "โลกแห่งความฝัน" ที่สวยงาม แต่ "สามก๊ก" จะทำให้เรา "รู้เท่าทัน" ครบเครื่องด้วยเล่ห์เหลี่ยมกลโกงต่างๆ ไม่ให้ใครมาเอารัดเอาเปรียบ และพร้อมที่จะอยู่ใน "โลกแห่งความเป็นจริง" อย่าง "ผู้ชนะ" ครับ

ปล.หากใครอ่านแล้วงง ไม่รู้ว่าผมพูดถึงอะไร ลองหาหนังเรื่อง Yes!Man มาดูนะครับ จิม แครี่ย์ เป็นพระเอก แล้วท่านจะเข้าใจทุกอย่าง

13 comments:

  1. มาก่อนคนแรกเลย อ่านสามก๊กยังไม่จบสักรอบเลย :)

    ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยเนี่ย แต่ขอถามอะไรหน่อย

    เมื่อวันที่เกิดเหตุหายนะ ได้คุยกับพ่อ (อายุ 78 แล้ว) เขาเปรียบเทียบการกระทำของนายกว่าเหมือนกับโจโฉตอนที่หนีไปหาเพื่อน แล้วก็ไปฆ่าเมียเพื่อนตายเพราะระแวงว่าเพื่อนจะคิดร้ายกับตัวเอง แล้วก็พลอยฆ่าเพื่อนตัวเองไปด้วยน่ะค่ะ

    อยากรู้ว่าตอนที่ว่านั้น เรื่องราวเป็นไง คือพ่อนี่ไม่ได้เรียนหนังสือนะ มาอยู่เมืองไทยแล้วก็หัดอ่านเขียนภาษาไทยเอง แบบไม่ได้เรียนในโรงเรียนน่ะค่ะ หนังสือจีนก็ไม่ได้รู้มาก ไม่เคยรู้ว่าไปอ่านสามก๊กมาจากไหน เลยสงสัยน่ะค่ะ

    ReplyDelete
  2. งานเข้าแล้ว อย่าเชื่อซุนวู อย่าเชิดชูสามก๊ก

    ธรรมดาครับมีงาน ปรกติ จะมีฝ่ายตรงข้ามตลอดเวลาถ้าเราทำอะไรก็ตาม
    จะมีคนอยู่สามคนที่เจอทุกวันคือ คนชอบเรา คนเฉยกับเรา และคนไม่ชอบเรา
    มันเป็นความเห็นส่วนตัวของ เขานะครับ เขาเชื่อเช่นนั้นก็ว่ากันไป
    จะแสดงควาเห็นด้วยเหตุของความอิจฉา หรือว่า สร้างกระแสให้ตัวเอง ไม่นานคงรู้ครับ ของดีจริงนั้นเวลาพิสูจน์ ซูนวู กับ สามก๊ก ถ้าไม่ดีจริงคง ไม่อยู่จนทุกวันนี้ แต่จะมาติดตรงที่ว่า ของใดมีคุณอนันต์ ก็มีโทษมหันต์ คนวิจารณ์ก็คงมองด้านที่เป็นโทษมั้งครับ ถ้าจะเห็นด้านมืดของ สามก๊ก กับ ซุนวู ก็คือ คนชั่วเอาไปใช้เท่านั้นเอง ศาสนาเลยฝึกให้เป็นคนดีเท่านั้นพอ ถ้าคนดีอ่านก็มีคุณอนันต์กลายเป็นคนดีที่เก่ง รู้ทันคนมากขึ้น ตรงข้ามคนชั่วอ่าน
    ขนาดสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้ายังมีมารตามไปรังแก วันนี้มีเกิดมีคนมองต่างมุม แฟนพันธุ์แท้อาจฉุนบ้าง แต่เอาน่าครับ ถือว่ามีประเด็นให้ทำงาน นานมากแล้วที่ไม่มีคนมองต่างมุมแบบนี้ จะยิ่งทำให้ เรา ตรวจสอบว่ามันจริงอย่างเขาว่าหรือไม่ด้วยครับ

    ReplyDelete
  3. @mama aiko: นั่นคือตอนที่ "โจโฉ" เข้าใจผิด ฆ่า "ลิแปะเฉีย" เพื่อนของพ่อตัวเองที่ให้ที่พักพิง ขณะกำลังหนีการตามล่าของตั๋งโต๊ะอยู่น่ะครับ (ตรงนี้ผมเล่าไว้ให้หนังสือเล่มใหม่ ถ้าสนใจไปยืนอ่านที่ร้านก่อนก็ได้ครับ ติดใจแล้วค่อยซื้อ)

    พยามนึกอยู่ว่าคุณพ่อมองว่าเหมือนกับการกระทำของคุณอภิสิทธิ์ช่วงไหน ยังไงก็ตาม ไม่แปลกใจที่คุณพ่อรู้เรื่องสามก๊กนะครับ อากงผม เสียไปนานแล้ว แกก็พอรู้เรื่องสามก๊ก เหมือนเป็นของทีติดตัวคนจีน(สมัยก่อน) แทบจะทุกคนน่ะครับ

    ReplyDelete
  4. @Ya: ผมมิได้หมายความว่าพี่คนเขียนเค้าอิจฉาหรือเป็นฝ่ายตรงข้ามอันใดนะครับ แล้วก็ไม่ได้โกรธด้วย เพียงแต่อาจจะเชื่อกันคนละแนวทางเท่านั้นเอง

    ที่ต้องเล่าไว้ตรงนี้ก็เพราะชื่อหนังสือเค้าอาจจะดุเดือด ผมเลยกลัวคนจะเข้าใจผิด ไม่อยากให้ใครเลิกอ่านสามก๊กเพราะคิดว่ามันเลวร้ายน่ะครับ

    ที่พี่บอกนั้นถูกแล้วครับ ผมพูดเสมอว่าแม้ดาบที่คมที่สุด หากอยู่ในมือของคนมีคุณธรรมก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย ยิ่งเป็นผลดีเสียด้วยซ้ำ จะได้เอาไว้จัดการกับคนไม่ดี เลยอยากให้อ่านสามก๊กกันเยอะๆครับ

    ขอบคุณครับ

    ReplyDelete
  5. คือคุณพ่อเปรียบเทียบเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.กับ 19 พ.ค. น่ะค่ะ

    บอกว่าครั้งแรกที่โจโฉฆ่าเมียเขาเพราะเข้าใจผิด คือไม่ตั้งใจ แต่ครั้งที่สองฆ่าเขา เพราะกลัวว่าเขาจะฆ่าตัวเองที่ไปฆ่าเมียน่ะ เป็นเจตนา ถือว่าเป็นคนใช้ไม่ได้ ไม่มีคุณธรรม ครั้งแรกที่ไม่ตั้งใจเราอาจให้อภัยเขาได้ แต่เขาไม่สำนึก กลับทำความผิดครั้งที่สองด้วยเจตนา คุณพ่อเลยบอกว่าไม่ไหวแล้วผู้นำแบบนี้

    ReplyDelete
  6. @aiko: ถ้าในแง่นั้นก็ถือว่าเข้าเค้าเลยครับ หืมมม คุณพ่ออายุ 78 คิดเก่งมากๆ ขอซูฮกงามๆครับ

    ReplyDelete
  7. เรียกว่าตกกระได พลอยเป็นโจร ได้มั้ยครับ สาเหตุก็น่าจะเป็นเพราะกลัว กังวลไปก่อน คิดเอง สรุปเอง ไม่พิจารณาให้รอบคอบ ถี่ถ้วน ขาดเมตตาธรรม มีนักวิเคราะห์ได้ว่าไว้ว่า มาร์คพลาดที่เลือกใช้ ทหาร สลายการชุมนุม ทั้งที่การเจรจานั้น ไม่เสี่ยงกับเลือดเนื้อและชีวิต เจรจาสัก 100 ครั้งก็ไมีมีใครว่า จะยึดราชประสงค์สักปี ธุรกิจก็ไปได้ ไม่เหมือนยึดสนามบิน เครื่องบินลงไม่ได้สักลำ รถยังอ้อมไปได้ เห็นผ่านมาสองเดือน ทุกคนก็ปรับตัวได้หมด
    มาร์คเหมือนกับ godfather ในวัยหนุ่ม ที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปเป็นเจ้าพ่อมาเฟีย แต่จุดจบ นั้นก็คงไม่รอด ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

    ReplyDelete
  8. 555 ตกลงว่าจะ "อยู่กับความจริง" หรือ "อยู่กับเรื่องจริง" กันครับ เอาเป็นว่าขอหลบประเด็นการเมืองมาตอบสิ่งที่ทำให้คันเท้า เอ๊ย คันปากก็แล้วกัน

    เรื่องหนังสือเล่มดังกล่าว ยอมรับว่ายังไม่ได้เปิดอ่านนะครับ แต่เข้าไปดูเนื้อหาคร่าวๆ ในเว็บซีเอ็ด ผมตั้งข้อสังเกตว่าเนื้อหาหลักไม่น่าจะเกี่ยวกับซุนวูหรือสามก๊ก แต่เจตนาตั้งชื่อให้ดุดันเรียกความสนใจ ซึ่งก็นานาจิตตัง ทว่าถ้าเป็นผมเขียนหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งคงจะไม่ตั้งชื่อหนังสือทำนองนี้

    ผมมองว่าผู้ซื้ออาจเข้าใจไปได้ว่าข้างในหนังสือจะพูดถึงหลักคำสอนของซุนวูและชี้ให้เห็นช่องว่าง หรือกล่าวถึงสามก๊กว่ามีความด่างพร้อยอยู่อย่างไร จึงได้บอกว่าอย่าเชื่อและอย่าชู แต่เมื่อหยิบมาดูพบเนื้อความดังที่ Art ว่า ผู้ซื้อก็จะกลายเป็นผู้ไม่ซื้อไป

    ในแง่ที่เจ้าพ่อชี้ชัดกล่าวถึง ผมเองก็ยอมรับว่าผมเชื่อว่า "ผลย่อมเกิดแต่เหตุ" ถ้าอยากได้ที่จอดรถสบายๆ วิธีของผมจะวิเคราะห์ฝูงชนว่าเขาจะชอบไปจอดชั้นไหน เช่น คนส่วนมากชอบจอดชั้นที่เดินเข้าห้างได้เลย ผมก็จะวนรถหาที่จอดตามชั้น 2 ครึ่ง หรือ 3 ครึ่ง ในโซนที่อยู่ไกลประตูทางเข้าห้าง อะไรทำนองนั้น เรียกว่าเป็นการเพิ่ม probability ที่จะได้จอด ซึ่งผมชอบมากกว่าการเพ่งกระแสจิต

    นอกจากนี้ ถ้ามันมีคนจะออก ไม่ว่าเราเพ่งหรือไม่เพ่ง ตาคนนั้นมันก็คงออกอยู่ดีแหละครับ

    ReplyDelete
  9. @Ya: "ตกกระไดพลอยเป็นโจร" เป็นคำพูดที่ดีครับ ผมเชื่อว่าคุณอภิสิทธิ์ทำผิดมหันต์ที่ใช้ทหารสลายการชุมนุม แต่แกคงทำเพราะมั่นใจว่าตัวเองได้รับการสนับสนุนที่ดีจากหลายทาง

    ผมเสียใจที่มีคนตายร่วม 100 ชีวิต และเสียดายอนาคตทางการเมืองของคุณอภิสิทธิ์ ที่ว่าที่จริงแล้วก็มาตามแนวทาง ปชต.ตลอด แต่เพราะโอกาสที่คนเขาหยิบยื่นให้จึงต้องรับไว้ อันนั้นก็พอเข้าใจได้อยู่

    ที่โทษใครไม่ได้คือเหตุการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งคุณอภิสิทธิ์สามารถลงจากตำแหน่งอย่างยิ่งใหญ่ได้ แต่เขาปฏิเสธที่จะทำ ทั้งๆที่เคยบอกให้ผู้อื่นทำเช่นนั้น จากนี้ไปแม้ รบ.นี้จะได้อยู่ในอำนาจต่อ แต่ผมมองว่าอนาคตทางการเมืองของคุณอภิสิทธิ์นั้นมืดมนเต็มที่

    ปชป.ไม่ว่าจะโดนยุบพรรคหรือไม่ก็ตาม จะต้องปั้นเด็กใหม่ขึ้นมาแทนคุณอภิสิทธิ์ ที่เป็นสินค้าชำรุดไปแล้ว ก็คงต้องดูกันต่อไป ส่วนคนอื่นๆ ที่เหลือก็เป็นเรื่องของเวรกรรม ของใครของมันครับ

    ReplyDelete
  10. @Antonio: ผมว่าคุณ Antonio เหมือนกับผมตรงที่เป็นพวก realistic ชอบอยู่กับโลกของความจริง

    หลังจากผมเอาเนื้อความในบทความนี้ ไปเล่าโดยสรุปให้กับเพื่อนสนิทคนหนึ่งฟัง กลับโดนต่อว่า-ว่าผมเป็นคนที่ "เข้าไม่ถึง" สิ่งที่เรียกว่า "พลังจิต" โดยเธอยืนยันว่าเรื่องแบบนี้มีอยู่จริง

    ผมก็บอกว่า ก็เชื่อว่าพลังจิตมีอยู่จริง แต่ต้องระวังจะไปคาบเกี่ยวกับเรื่องของ "อุปทาน"

    เรื่องบางอย่าง เราเชื่อไว้ก่อนว่าต้องเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ พอมันเกิดขึ้นจริงๆ เราก็เหมาคิดเอาว่าเป็นเพราะพลังจิต เป็นเพราะการสวดมนต์ ทั้งที่มันอาจจะไม่เกี่ยวกันเลยก็ได้ หรือหากมันไม่เกิดขึ้น เราก็หาข้อแก้ตัวให้กับมันได้อีก แล้วก็เชื่อต่อไป

    แต่ถ้าใครบอกว่าเป็นเพราะเรา "เข้าไม่ถึง" ก็อาจเป็นได้เหมือนกัน แต่ในเมื่อยังพิสูจน์ไม่ได้ จะให้เชื่อเสียก็จะขัดกับหลักการดำเนินชีวิตของผมน่ะครับ

    ReplyDelete
  11. เค้าคงอิงหลักมาจาก

    " The Secrets " ค่ะ
    น้องมัมเคยซื้อมาอ่าน
    แนวๆเนี้ยแหละ ...

    มันไม่เชิงกับการสวดมนต์ภาวนาค่ะ
    มันเหมือนเป็นการให้กำลังใจตัวเองล่ะมั้งคะ ...


    มัมก็อ่านไม่จบเหมือนกัน แฮ่ ~
    แต่ตอนนั้นที่ซื้อเพราะ คนซื้อเยอะมากกกก
    ฮิตมากมายยยยยย
    เลยลองหยิบติดมือมาซักเล่ม
    อ่านไปอ่านมาชักง่วงนอน เพราะไม่เข้าใจ ฮ่าๆๆๆๆ

    ReplyDelete
  12. @MUM: หลักพวกนี้เอามาเขียนหนังสือกันเยอะจ้ะ จริงๆ ต้นคิดคือฝรั่งโน่น

    คนไทยมีจุดอ่อนที่ชอบเชื่อในเรื่องพิสูจน์ไม่ได้ ไม่ได้บอกว่าไม่จริงนะ อาจจะจริงก็ได้ แต่เราพร้อมจะเชื่อก่อนที่จะพิสูจน์ เพียงเพราะเค้าเชื่อตามๆกันมา หรือเพียงคนนั้นพูด คนนี้พูด แปลว่าต้องจริง

    จารย์ว่าเราไม่ค่อยแยกความจริงกับความเชื่อออกจากกันน่ะจ้ะ

    ReplyDelete
  13. การแสดงความเห็นโดยไม่มี ทรรศนะส่วนตัว นั้น เรียกว่าอยู่กับความจริงครับ พระโสดาบัน แสดงความเห็นอิงข้อเท็จจริง 100% รู้อะไรดีชั่ว ขาวดำ แต่ยังมีกิเลส 75% เท่านั้น ในการแสดงความเห็นทางโลกเขา ฟันธง ชี้ชัดไปแล้วไม่ติดข้อสงสัยว่า ใครดีใครชั่ว ขนาดกิเลสหมดไปแค่ 25% กว่าจะแสดงทรรศนะคติ ไม่อิงความเห็นส่วนตัวได้ 100% แล้วคนอืีนละที่มีกิเลส เกิน 100 บางหนนักกว่าคือ ไม่รู้ตัวว่าตัวเอง ชั่ว เรียกว่า ชั่วบริสุทธิ์ อ่านขาดกว่ากันแต่ไม่พูดเพราะจะผิดนโยบายพระคือ ต้องเข้าเงื่อนไข ประโยชน์ สงบ เกื้อกูล เข้าข้อเดียวไม่พูดคิดทำ

    ศรัทธากับความเชื่อคืออันเดียวกันแต่ต่างดีกรี ข้อดีคือ จุดเริ่มต้นจะทำอะไรแล้วไปได้เร็ว ไม่ติดสงสัย สอนง่าย บางทีควายก็มีข้อดีมาก

    ก็เห็นว่าตามที่เห็น แต่ความเืชื่อนั้น เริ่มจากศรัทธา อย่างไร้เหตุผล ชอบเป็นต้น แต่ความเชื่อก็ต้องอยู่บนเหตุผลที่ดีเช่น เชื่อว่าทำดีได้ดีเรียก ดำริชอบ ซึ่งเป็น มรรค8 ข้อแรก ถ้าคุณดำริไม่ชอบ เช่น เห็นคนคิดตรงข้ามคุณเป็นผู้ก่อการร้าย เรียกว่า กล่าวหาผู้อื่นแบบตัดสินเขาไปเองด้วยใจไม่เป็นธรรม (กม ระบุชัด แล้วทั้งที่ผู้ก่อการร้ายมีองค์ประกอบครบถ้วน ไม่ใช่เกิดขึ้นลอยๆ หรือว่ากล่าวหาไว้ก่อน พอเขาโกรธ ก็ว่า นั่นไง เป็นวิธีการที่ไม่ดี ไม่สร้างสรรค์ สกปรก คนดีไม่ทำกัน คนดีนั้น มีสองประเภท ดีนอกดีใน ดีนอกเน่าใน ดีจริงไม่มีโทษ ถ้าคนดียังทำสิ่งชั่วแสดงว่า เขาไม่ดีจริง ทองไม่แท้เจอไฟก็ไม่ทน
    หลังๆแตกประเด็นไปเยอะ ขอแสดงความเห็นแบบไม่ครบทุกประเด็นนะครับ

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ