Monday, June 28, 2010

วิธีสอบสวนผู้ต้องหาแบบ "โจโฉ"


ไม่ได้เขียนเรื่องสามก๊กมานานพอสมควรแล้วครับ วันนี้ขอขยับไม้ขยับมือสักหน่อย เดี๋ยวใครจะนึกว่าผมเลิกเขียนสามก๊กลงบล็อกแล้ว

วันนี้ขอเล่าเรื่อง "วิธีสอบสวนผู้ต้องหา" เป็นเรื่องของการ "หาตัวคนผิด" ในแบบฉบับของ "โจโฉ" เรามาดูกันว่า ยอดคนผู้ไม่ยอมให้โลกทรยศ มีวิธีการอย่างไรในการหาว่าใครเป็นคนผิดคิดไม่ซื่อ

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อครั้งโจโฉตั้งตนเป็นวุยอ๋องใหม่ๆ เขากุมอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน จอมคนผู้นี้ทับเส้นพระเจ้าเหี้ยนเต้อยู่ไม่วางวาย สร้างความไม่พอใจให้กับขุนนางจำนวนมาก หลายคนมองว่าโจโฉไม่จงรักภักดี ทำการอาจเอื้อม ข่มเหงกษัตริย์

บังเอิญขณะนั้น ทัพของเล่าปี่ได้รุกเข้ามาจ่อคอหอยอยู่ที่ใกล้เขาเตงกุนสัน บริเวณปากทางเข้าเมืองฮันต๋ง เมืองยุทธศาสตร์สำคัญ พระปิตุลาอ้างว่าต้องการปราบโจโฉที่เป็นศัตรูราชสมบัติ โจโฉจึงต้องนำทหารออกไปตั้งรับด้วยตนเอง

ผลแพ้ชนะของศึกครั้งนั้น ไม่ใช่ประเด็นที่เราจะคุยกันในวันนี้ ที่อยากเล่าให้ฟังก็คือว่า เมื่อโจโฉออกไปรับศึกนอกเมือง พวกที่อยู่ในเมือง ซึ่งไม่พอใจที่โจโฉแผ่อำนาจกลบบารมีพระเจ้าเหี้ยนเต้ ได้วางแผนจะก่อการ "รัฐประหาร" ขึ้นมา

หลังจากโจโฉยกทัพออกไปจากเมืองแล้ว ข้าราชการในวังหลวงกลุ่มหนึ่ง นำโดย "เกงจี" และพลพรรค คือ "อุยหลง" "กิมหัน" และสองพี่น้อง "เกียดเมา-เกียดบก" ลูกชายของหมอหลวงเกียดเป๋ง ที่เคยพยายามวางยาพิษฆ่าโจโฉมาแล้วแต่ไม่สำเร็จ ได้วางแผนคบคิดกัน จะทำการปฏิวัติแบบพิเรนทร์ ด้วยการ "จุดไฟเผาบ้านเมือง"

กลุ่มผู้ก่อการได้ไปรับประทานอาหารกันที่บ้านของ "เกงจี" หัวหน้าคณะปฏิวัติ พร้อมปรึกษากันว่าจะทำการถวายพระเจ้าเหี้ยนเต้ โดยจะเริ่มก่อการในวันเทศกาล "จุดโคมไฟ" ซึ่งปกติแล้ว ในวันที่ว่านี้ ชาวบ้านจะออกมาจุดโคมไฟประดับประดาสว่างไสวสวยงามทั่วเมือง

ครั้นวันเทศกาลมาถึง พอได้เวลาสองยามตรง "เกงจี" หัวหน้าคณะปฏิวัติก็ให้สัญญาณ อุยหอง และ กิมหัน จึงคุมลูกน้องไป ก่อนจะจุดไฟเผาเมืองขึ้นพร้อมๆ กัน พวกที่เหลือเมื่อเห็นเพลิงลุกขึ้น ก็จุดไฟเผาต่อๆ กันไป

ชาวบ้านชาวเมืองกำลังสนุกก็ไม่รู้เรื่อง เห็นไฟสว่างๆ ก็นึกว่าเป็นการจุดโคมฉลองตามประเพณี ที่ไหนได้ ไฟไหม้วอดวายแทบทั้งเมือง โดยเฉพาะพระราชวังหลวงบางส่วน และปราสาทนกยูงทองแดงของโจโฉก็พลอยโดยเพลิงเผาผลาญไปด้วยส่วนหนึ่ง

บังเอิญโชคไม่เข้าข้างผู้ก่อการกลุ่มนี้ "แฮหัวตุ้น" นายพลตาเดียวลูกน้องโจโฉ ซึ่งนำทัพออกไปคุมเชิงอยู่นอกเมืองไม่ไกลนัก พอทราบเหตุก็ส่งทหารกลับเข้าเมืองมาดับไฟได้ทันท่วงที พร้อมกับฆ่าหัวหน้าแกงค์กบฏ 5 คน ตายเสียสิ้น

ทีนี้ โจโฉกลับเข้าเมืองมา จึงได้เวลาชำระสะสางบัญชีแค้น หาตัวคนผิด พวกตัวการใหญ่นั้นสิ้นชีพไปหมดแล้ว แต่โจโฉยังค้างคาใจ ขุนนางในวังมีเป็นร้อย รวมลูกน้องด้วยก็นับเป็นพันๆ คน เหตุไฉนไฟจึงลุกเผาได้ทั้งเมือง พระราชวังก็เกือบวอดวายพินาศ ทำไมไม่มีใครมาช่วยดับไฟเลย


วิธีที่โจโฉใช้แยกตัวคนร้ายออกจากผู้กระทำผิดก็คือ ให้เอา "ธงขาว" ปักไว้ด้านหนึ่ง "ธงแดง" ปักเอาไว้อีกด้านหนึ่ง ห่างกันประมาณ 10 ก้าว แล้วประกาศว่า "ในคืนเกิดเหตุ ขุนนางคนไหนมาช่วยดับไฟ ให้มาอยู่ใต้ธงสีแดง ใครไม่ได้มาช่วยดับไฟ ให้ไปอยู่ใต้ธงสีขาว"

พอโจโฉพูดจบ ขุนนางส่วนใหญ่ ประมาณ 70-80% ก็กรูกันเข้าไปอยู่ใต้ธงแดง ส่วนที่เหลือ 10-20% เดินไปอยู่ใต้ธงขาว

ครั้นเห็นดังนั้น โจโฉกลับสั่งให้ทหารเอาตัวพวกขุนนางใต้ธงแดงไปประหารทันที ส่วนพวกที่อยู่ใต้ธงขาวเพียงน้อยนิดให้ปล่อยตัวไป ถือว่าพ้นมลทิน คนทั้งหลายพากันงงเป็นไก่ตาแตก เพราะมหาอุปราชเพิ่งจะสั่งว่าคนที่ช่วยดับไฟให้ไปอยู่ใต้ธงแดง ไฉนจึงสั่งฆ่าเสียเล่า

ที่แท้แล้ว เป็นเพราะโจโฉรู้ทัน ความจริงก็คือ พวกขุนนางที่เอาใจเชียร์กบฏ แอบไปช่วยเผาเมือง พอได้ยินโจโฉเสนอช่องให้พ้นผิดได้ง่ายๆ จึงรีบกรูกันเข้าไปอยู่ฝั่งธงแดงแทบจะไม่ทัน เพราะเห็นว่าเป็นช่องทางที่จะพ้นผิด

ส่วนพวกขุนนางที่ไม่ได้ช่วยดับไฟ ซึ่งว่าที่จริงก็เป็นไปตามธรรมชาติของมนุษย์ น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ขืนไปช่วยแก้สถานการณ์จะโดนพวกนั้นฆ่าตายเสียเปล่าๆ จึงหลบอยู่ห่างๆ เอาตัวรอด ครั้นพอโจโฉถาม ก็ยอมรับแต่โดยดี เดินไปอยู่ใต้ธงขาว เพราะบริสุทธิ์ใจ ฉันไม่ได้ช่วยดับไฟก็จริง แต่ฉันก็ไม่ได้คิดร้าย

สุดท้ายแล้ว ด้วยความชาญฉลาด โจโฉจึงได้ตัวคนผิดสมใจ พวกคนคิดคดทรยศจึงถูกฆ่าทิ้งเสียเป็นอันมาก!!

จะเห็นได้ชัดว่า คนที่กระทำผิดนั้น หากเราไล่บี้จะฆ่าเขาให้ตาย ตั้งหน้าตั้งตาหวังล้างผลาญให้สิ้น ที่สุดแล้ว จักต้องมือเปล่า จับใครไม่ได้เลย เพราะพวกเขาไม่มีทางจะยอมรับ

วิธีหาตัวคนกระทำผิดที่แสนชาญฉลาดแบบโจโฉก็คือ วาง "เหยื่อล่อ" ให้คนผิดหลงมาตะครุบ คนเราเมื่อทำความผิดแล้วย่อมกังวล กลัวโดนจับได้ เห็นทางออกเพียงนิดเดียวก็ต้องรีบคว้าไว้ทันที โจโฉรู้จุดอ่อนตรงนี้ จึงจับผู้ร้ายได้ครบถ้วนหมดสิ้น

บางที การควานหาตัวผู้ต้องหา ก็เหมือนการจับหนูในบ้านนั่นแล ยิ่งไปขุดคุ้ย มันยิ่งหนีหาย ขยะกระจายเหม็นไปทั่วบ้านยังจับหนูตัวร้ายไม่ได้เลย สู้วางยาเบื่อล่อไว้แล้วไปนอนเสีย ประเดี๋ยวหนูก็มาติดกับง่ายๆ ไม่ต้องเหนื่อยแรงครับ

2 comments:

  1. ก็เก่งน๊ะคัฟ

    แต่สู้ขงเบ้งไม่ได้หรอก ^^ ฮิฮิ

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ