Saturday, July 24, 2010

SMEs ชี้ชัด (1): ความผิดพลาดเกี่ยวกับ "หุ้นส่วน"


เมื่อวันก่อนอ่านหนังสือ "เริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว" ของคุณนรินทร์ โอฬารกิจอนันต์ นักเขียนคนโปรดจบไป สนุกดีครับ ใครสนใจหาซื้อได้ที่ B2S ทุกสาขา ของเค้าดีจริงๆ

พออ่านจบ ผมจึงนึกได้ว่า ที่จริงแล้ว ผมเองก็มีความฝันอย่างหนึ่งคือ อยากเขียนเกี่ยวกับการทำธุรกิจ เพราะอยากแชร์ประสบการณ์ที่ได้เห็นครอบครัว ตลอดจนญาติพี่น้องก่อร่างสร้างธุรกิจจนเติบโต เห็นญาติๆ เพื่อนสนิทมิตรสหายทำผิดพลาดมาก็เยอะ

อีกทั้งด้วยความที่อ่านหนังสือมาค่อนข้างมาก องค์ความรู้หลายอย่าง ผมได้อ่านของฝรั่งมา แล้วคิดว่าน่าจะประยุกต์ใช้ได้ดีในเมืองไทย (ในขณะที่หลักการบางอันก็ใช้ในบ้านเราไม่ได้เลย) จึงอยากเอามาแบ่งปัน เผื่อจะเป็นประโยชน์ แทนที่จะสอนให้เด็กใน class ฟังแล้วก็ผ่านไป

คนอื่นเขาเล่าเรื่องความสำเร็จมาเยอะแล้ว แต่ผมขอ focus ไปที่ "ความผิดพลาด" จะดีกว่า เหตุผลก็คือ คุณได้เงินเพราะ "ทำถูก" ก็จริง แต่ถ้าคุณ "ทำไม่ผิด" ยังไงก็ไม่เจ๊ง

สำหรับคนที่กำลังจะเริ่มต้นธุรกิจ ความผิดพลาดใหญ่หลวงอย่างหนึ่งที่เห็นบ่อยมากๆ ก็คือ ความผิดพลาดในการ "หาคนมาเป็นหุ้นส่วน" และความผิดพลาดในการ "จัดสรรหุ้น" ให้กับผู้ที่เป็นหุ้นกัน

โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจ มักอยากเป็นเจ้าของธุรกิจนั้น 100% แต่บางที ชีวิตก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

เป็นต้นว่า คุณอาจไม่มี "เงินทุน" เพียงพอ และไม่อยากหยิบยืมจากพ่อแม่หรือญาติพี่น้อง ครั้นจะกู้แบงค์ก็คงไม่ได้รับอนุมัติง่ายๆ จึงต้องหาคนมาหุ้นด้วย เพื่อ "ร่วมลงทุน" นี่ถือเป็นเหตุผลที่พบบ่อยที่สุด ในบรรดาคนที่หุ้นกันทำธุรกิจ

วิธีนี้ แม้จะทำกันเยอะ แต่ก็ต้องระวังครับ พึงระลึกไว้เสมอว่า การหาหุ้นมาทำธุรกิจร่วมกันก็เหมือนกับการแต่งงาน คุณต้องอยู่กับหุ้นส่วนของคุณไปตลอด ร่วมกันเป็นเจ้าของกิจการ ร่วมเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ไม่ว่ากิจการจะกำไรหรือขาดทุน

สมมุติ คุณกับเพื่อนของคุณหุ้นกันทำธุรกิจ โดยลงทุนคนละ 50% แต่เพื่อนคุณไม่ได้ช่วยทำงานเลย ไม่ได้มีตำแหน่งบริหารใดๆ หากกิจการได้กำไรขึ้นมา เพื่อนของคุณก็ย่อมเป็นเจ้าของผลตอบแทนเท่าๆกันกับคุณ หากจะปันผลออกมาใช้ส่วนตัว คุณก็ต้องแบ่งให้เขาเท่าเทียมกัน

(ส่วนตัวคุณจะได้เงินเดือนในฐานะคนทำงานก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อันนี้เพื่อนของคุณไม่มีสิทธิ์ได้ แต่ต้องตกลงกันก่อนนะครับ)

บางคน ตอนแรกหาคนมาหุ้นด้วย ไม่อยากรับความเสี่ยงคนเดียว พอถึงเวลากิจการเกิดไปได้ดี จะเอาเงินต้นไปคืนหุ้นส่วน อยากได้กำไรคนเดียว เอ็งหมดประโยชน์แล้ว อย่างนี้ไม่ได้นะครับ เห็นมาเยอะมาก

ถ้าไม่อยากแบ่งประโยชน์กับใคร ก็ต้องรับความเสี่ยงไปคนเดียวแต่แรก ไม่ใช่ตอนแรกไปชวนเขามาหุ้น กลัวเจ๊ง แต่พอได้เงินกลับจะเอามันทั้งหมด ห้ามเด็ดขาด!!

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายๆเหตุผลในการหาคนมาเป็นหุ้นส่วน เช่น คุณขาดทักษะบางอย่างในการประกอบธุรกิจนั้นๆ เป็นต้นว่า คุณอยากเปิด "โรงเรียนสอนภาษาเกาหลี" เพราะเทรนด์ K-POP กำลังมาแรง (ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่แนะนำเลย) แต่คุณไม่มีความรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเกาหลีเลย นอกจาก "ซองเฮเคียว" และ "แดจังกึม"

ดังนั้น คุณจึงไปหาคนเกาหลีที่พอมีทักษะทางภาษามาเป็นหุ้นส่วนด้วย เพื่อให้ช่วยดูแลหลักสูตรให้ นี่ถือเป็นการหาหุ้นส่วนเพื่อช่วยกัน "เติมเต็มทักษะความรู้ที่จำเป็น" (To fulfill the required skills or knowledge) ในการประกอบธุรกิจนั้น

การหาหุ้นส่วนด้วยจุดประสงค์เพื่อเติมเต็มความถนัดที่คุณไม่มี ถือเป็นสิ่งจำเป็น และเป็นเหตุผลที่เข้าท่ากว่าเหตุผลอื่นๆ แต่คุณต้องเลือกให้ดีๆ ไว้โอกาสหน้าจะมาชวนคุยต่อว่าควรเลือกอย่างไรครับ

อีกเหตุผลหนึ่งที่พบบ่อยมาก โดยเฉพาะในบรรดาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไฟแรง ก็คือ "ความสัมพันธ์ส่วนตัว" (Personal Relationship) โดยอาจจะเป็นเพื่อนสนิทคบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียน ต่างคนต่างอยากเจอหน้ากันบ่อยๆ จึงตกลงใจทำธุรกิจร่วมกัน

การชวนใครมาเป็นหุ้นส่วนเพียงเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว ถือเป็นเหตุผลที่แย่ที่สุดเหตุผลหนึ่งเลยก็ว่าได้ หากคุณมีเพื่อนสมัยเรียน ที่เป็นเพื่อนกันมานมนาน กินเหล้าด้วยกันบ่อยๆ กลัวจะรักกันไม่พอ จึงมาหุ้นกันทำธุรกิจ

แต่พอทำไปๆ เริ่มเกิด "ความขัดแย้งในการทำงาน" หรือบางทีอาจทำงานเข้าขากันได้ แต่ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ เกิดขาดทุนขึ้นมา จึงเริ่มโทษกันไปโทษกันมาว่าใครเป็นต้นเหตุ

ที่สุดแล้ว ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น จึงนำไปสู่การ "เสียเพื่อน" เลิกคบกันถาวร มองหน้ากันไม่ติดอีกต่อไป เสียทั้งทรัพย์ เสียทั้งมิตร เสียเวลา บางคนที่เคยเจอบทเรียนนี้ถึงกับยอมรับว่า "รู้งี้กินเหล้าด้วยกันอย่างเดิมก็ดีแล้ว ไม่น่ามาทำธุรกิจด้วยกันเลย เสียทั้งเงิน เสียทั้งเพื่อน"

หรืออีกกรณี บางคนเป็นแฟนกันไม่นานก็ชวนกันทำธุรกิจ เปิดร้านอาหารด้วยกันบ้าง อะไรบ้าง ทีนี้ พอทะเลาะกันในเรื่องส่วนตัว ต้องเลิกรากันไป แต่ดันไปทำธุรกิจด้วยกันไว้ จึงเจ๊ง 2 เด้ง รักก็ล่ม ร้านก็ต้องเลิก โดยเฉพาะพวกดารา นิยมทำแบบนี้มาก อย่าไปทำตามเชียวนะครับ

ในมุมกลับ บางคู่ คบเป็นแฟนก็รักกันดีอยู่ แต่พอมาทำธุรกิจร่วมกันจึงเริ่มขัดแย้ง มีปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ ทำให้ความสัมพันธ์ส่วนตัวพังไปด้วย มีตัวอย่างให้เห็นกันเยอะแยะ

ในความเห็นผม ถ้ารักกันแล้วอยากทำธุรกิจ อดใจไว้หน่อย เอาไว้แต่งงานแต่งการเมื่อไร เป็นหม้อข้าวเดียวกันแล้วค่อยมาร่วมหัวจมท้ายกันดีกว่า

นี่เป็นเพียงความผิดพลาดบางประการ ของคนที่ตกลงใจที่จะ "หุ้นกัน" ทำธุรกิจ ไว้คราวหน้า ผมจะมาเล่าต่อถึงความผิดพลาดในการ "แบ่งหุ้น" จะเกิดอะไรขึ่น หากคุณแบ่งหุ้นให้เพื่อนมากไป-น้อยไป ไว้เล่าต่อคราวหน้าครับ


v
v
v

5 comments:

  1. ความเห็นผมคือมากหมอก็มากความ เว้นแต่จะมีเหตุผลที่ดีพอว่าเราชวนมัน(เพื่อนคนนี้)มาทำไม หรือจะใช้วิธีแบบนักคณิตศาสตร์/นักสถิติก็ได้

    1. list ชื่อว่าที่หุ้นส่วนมาให้หมด สมมติว่า 20 คน
    2. เขียนวงกลมขึ้นมาอันหนึ่ง ตั้งต้นจะมีชื่อเราคนเดียวก่อน จากนั้นเขียนว่าธุรกิจเรายังขาดอะไรบ้าง
    3. ค่อยๆ add ชื่อเพื่อนที่โดดเด่นที่สุดเข้ามาในวง คนที่จะเติมเต็มสิ่งที่ยังขาด
    4. แต่ละคนที่ add เข้ามาจะส่งผลอย่างไรกับคนที่ถูก add เข้ามาก่อนหน้า บางคนไม่ถูกกันก็ไม่ควรเอาเข้ามา บางคนเป็นพวกเรื่องมากหรือเห็นแก่ตัวก็ไม่ควรเอาเข้ามาเช่นกัน
    5. ถึงจุดหนึ่งที่ธุรกิจได้รับการเติมเต็มหมดแล้วก็หยุดได้ ไม่ต้องเสียดายว่ายังมีเพื่อนเหลืออยู่ตั้ง 15 คน

    ReplyDelete
  2. เคยเจอแบบที่คุณอาทว่านี่แหละ ญาติกันเอง ชวนเรารับความเสี่ยงตอนแรก เราก็โอเค แต่พอไปได้ดีแล้วเอาเงินมาคืนพร้อมดอกเบี้ย 555

    ReplyDelete
  3. @ Antonio: ขอบคุณมากเลยครับ สำหรับความคิดที่ดีๆ ที่อุตส่าห์เรียงร้อยมาเป็นข้อๆ

    ในความคิดผม ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปหุ้นกับใคร แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องเลือกเพื่อนที่เราไว้ใจได้ อาจจะไม่ต้องเป็นเพื่อนรักเพื่อนตายมาหลายสิบปี แต่ดูแล้วว่าเป็นคนคบได้ รู้ใจ ซื่อตรง และที่สำคัญ จะช่วยกันส่งเสริมธุรกิจเราให้ดีขึ้นไป ไม่ใช่เพียงแค่เป็นเพื่อนแล้วต้องดึงมาเป็นหุ้นครับ :)

    ReplyDelete
  4. @mama aiko: นั่นไง มันเกิดขึ้นบ่อยจริงๆครับ ;) แต่ดีนะ ยังได้ดอกเบี้ย

    ReplyDelete
  5. ถ้าทำคนเดียว เราอาจจะมองไม่รอบด้าน คิดเองไม่หมด ตรงนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่เขากำหนดให้ต้องมีหุ้นส่วน 3-7คน ในการจัดต้งบริษัทงัย ผมเคยลองทำคนเดียวมาแล้ว

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ