Monday, August 16, 2010

หยุด!! ตอดเล็กตอดน้อย


เมื่อเช้าวันหยุดยาวที่ผ่านมา ผมไม่ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับใครเขา ตื่นเช้ามาก็รับประทานแฮม ไส้กรอก ไข่ดาว ที่หม่าม๊าเตรียมไว้ให้ เปิดซอสมะเขือเทศขวดใหม่ เทยังไงก็ไม่ออก ต้องคว่ำขวดแล้วเขย่า พวกเลยไหลพรวดออกมาทีเดียวเยอะแยะ

พาลให้หงุดหงิด เพราะซอสไหลออกมาเยอะกว่าที่ต้องการ อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมหนอ บริษัทผลิตซอสถึงชอบ "ตอดเล็กตอดน้อย" แกล้งออกแบบขวดมาให้ปากขวดมันกว้างๆ ซอสจะได้ไหลออกมาทีละเยอะๆ จะได้หมดขวดเร็วๆ ซื้อใหม่เร็วขึ้น เป็นการใช้เทคนิคในการเพิ่มปริมาณการบริโภคจากฐานลูกค้าที่มีอยู่เดิม

เรื่องนี้ผมไม่ได้คิดไปเองนะครับ เคยอ่านจากหนังสือ เขาบอกไว้เลยว่า เหตุที่ฝาขวดซอสมะเขือเทศมันต้องกว้าง เพราะบริษัทที่ผลิตเขามีเจตนาเช่นนั้นจริงๆ แต่รับรอง ถ้าโทรศัพท์ไปถาม เขาไม่มีทางยอมรับหรอก เขาก็ต้องอ้างเหตุผลอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งที่จริงๆ จะออกแบบปากขวดให้เล็กหน่อย หรือเป็นจุกให้บีบออกมาได้ทีละน้อยก็ไม่จะยากเลย

ดูที่ภาพข้างบนสุดนะครับ นั่นคือปากขวดของซอสมะเขือเทศที่ผมบริโภคเมื่อวันก่อน ความกว้างของเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 2 ซม. เทพรวดเดียวไหลออกมาเยอะแยะ เซ็งเป็ดจริงๆ ซอสแดงเยิ้มไปหมด

ภาพต่อมา ข้างล่างโน่นเลย เห็นไหมครับ นี่คือขวดของ "มัสตาร์ด" เครื่องปรุงรสฉุนๆ ขึ้นจมูก อันนี้เป็นยี่ห้อของฝรั่งเขา จะเห็นได้ว่าเขาทำขวดเป็นหัวจุก ค่อยๆ บีบออกมาได้ ไม่ไหลเลอะเทอะให้น่ารำคาญใจ ไม่เสียทรัพยากรโดยไม่จำเป็น ดังนั้น บริษัทที่ผลิต Ketchup กรุณาอย่าอ้างว่าคุณทำอย่างนี้ไม่ได้ ก็ทำไมจะไม่ได้ล่ะ (วะ!!)

ถ้าจะทำเป็นขวดแก้วจริง คุณก็สามารถลดขนาดของปากขวดให้เล็กลงได้ พูดก็พูดเถอะ สมัยเด็กๆ ผมกินซอสมะเขือเทศ ปากขวดมันไม่เห็นใหญ่มหึมาขนาดนี้ มันก็ขนาดเท่ากับปากขวดน้ำธรรมดา จะไหลแรงหน่อยก็ยังไม่สิ้นเปลืองเหลือทิ้งมาก

คุณที่อ่านอาจจะรู้สึกว่าผมมาบ่นอะไรจุกจิก แต่ขอหน่อยเถอะครับ เขียนเรื่องใหญ่ๆ มาเยอะแล้ว วันนี้ขอบ่นเรื่องใกล้ตัวบ้าง เพราะผมไม่ชอบการเอาเปรียบผู้บริโภคในลักษณะของการ "ตอดเล็กตอดน้อย"

การทำฝาขวดใหญ่ๆ เพื่อให้คนเขาเทออกมาเยอะๆ แม้จะได้ผล ในแง่ที่ทำให้ซอสหมดเร็วขึ้น แต่มันทำให้ผู้บริโภคที่มีความภักดีต่อสินค้าของคุณ ต้อง "Feel Bad" ต้องรู้สึกว่า "I have made a mistake" ฉันได้ทำผิดพลาดไป ซึ่งเป็นความรู้สึกที่น่าหงุดหงิดมากๆ


คุณขึ้นราคาของ 3%-5% คนเขายังซื้อได้ มาตอดเล็กตอดน้อยแบบนี้ มันน่ารำคาญครับ ที่พูดนี่ไม่ได้ว่าบริษัทไหนโดยเฉพาะ เพราะมันเป็นอย่างนี้แทบทุกยี่ห้อ ทุกบริษัท


ทุกท่านรู้จักคุณ "ตัน ภาสกรนที" ใช่ไหมครับ ถามว่าเขาดังเพราะอะไร นอกจากความสู้ไม่ถอย ความสร้างสรรค์ไม่แพ้ใครแล้ว ที่เหนือกว่าคนอื่นคือคุณตัน "ใจถึง-กล้าให้"

นโยบายของคุณตันในการทำร้านอาหารญี่ปุ่นโออิชิคือ อย่า "เขียม" กับผู้บริโภค การกินบุฟเฟต์ที่โออิชิ แพงกว่าร้านอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ อย่างฟูจิ เซน ฯลฯ แน่นอน แต่คุณจ่ายแพงแล้วคุณได้กินของดีจริงๆ ไม่มีกั๊ก คนจึงไปต่อคิวกันยาวเหยียดตั้งแต่เปิดใหม่ๆ ทั้งที่มื้อนึงอย่างต่ำๆ ก็ต้องควัก 500 บาท

หรือรางวัล "ไปแต่ตัว ทัวร์ยกแก๊ง" นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดเลย คุณตันเข้าใจความรู้สึกของผู้บริโภคว่า แต่ไหนแต่ไรมา พวกแจ็คพ็อตเที่ยวฟรีต่างๆ มักจะฟรีแต่ชื่อ ฟรีแค่ตั๋วเครื่องบิน แต่ต้องจ่ายค่าอื่นๆ อีกเพียบ ภาษีสนามบินบ้าง ค่าวีซ่าบ้าง

บางคนได้รางวัล "เที่ยวฟรี" แต่ยังไม่ทันก้าวเท้าขึ้นเครื่องบินก็ต้องเสียเงินเป็นหมื่นๆ จึงมีคนที่ถึงกับสละสิทธิ์ไม่ไปก็มี เพราะเขาอาจจะไม่ได้อยากไปที่ๆ เป็นรางวัลให้ ต้องมาเสียเงินเป็นหมื่นๆ เพื่ออะไร?

ดังนั้น รางวัล "ไปแต่ตัว ทัวร์ยกแก๊ง" จึง "จ่ายให้หมด" ทุกอย่าง แถมให้พาแก๊งค์ไปได้อีก ก็เพราะคุณตันเข้าใจผู้บริโภคอีกว่า ใครมันจะอยากไปเที่ยวคนเดียว เขาย่อมต้องอยากให้เพื่อนฝูง ให้แฟน ให้ครอบครัวไปด้วย จึงจ่ายให้ทั้งแก๊งไปเลย

"โดน" ไหมครับ?



นี่ยังไม่พูดถึง "30 ฝา 30 ล้าน" ที่ใครเปิดเจอก็ได้ตังค์ไปเลยล้านนึง ไม่ต้องเขียนฉลากส่งชิงโชคให้เวิ่นเว้อ วุ่นวาย เพราะคุณตันรู้ใจคนไทยว่าใจร้อน ขี้เกียจรอ ซื้อแล้วได้ลุ้นทันทีดีกว่า มันได้ใจ

นี่แหล่ะครับ คือตัวอย่างของนักธุรกิจที่ออกแคมเปญจน์แต่ละอันได้ราวกับ "เข้าไปใจนั่งในใจของผู้บริโภค" ยังไงยังงั้น คิดอะไรโดนใจคนไปหมด และมันก็คือเหตุที่ทำให้เราทุกคนรู้จักคุณตันในวันนี้

เราคงเห็นพวกธุรกิจที่ "ใจไม่ถึง" จนชิน พวกโลว์คอสต์แอร์ไลน์นี่เห็นชัดๆ ออกโปรโมชั่นแต่ละตัวมา ฟังทีก็หูผึ่ง บอกค่าโดยสายลดแหลก 10 บาท บ้าง 100 บาท บ้าง แต่รวมค่าโน่นค่านี่แล้ว เกือบ 2,000 แล้วมันจะโฆษณาหาอะไรไม่ทราบ เอาแต่ฮือฮาอย่างเดียว เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ต่างอะไรกันนัก พวกนี้ควรดูคุณตันเป็นตัวอย่าง (เดี๋ยวนี้โดนด่ามากๆ เห็นว่าดีขึ้นแล้ว)

ผมว่าถ้าคุณตันไปบริหารสายการบิน รับรองมีอะไรมันส์กว่าที่พวกโลว์คอสต์เมืองไทยทำกันอยู่แน่นอน ไม่มีโปรโมชั่น "ใจป๊อด" ให้น่าหงุดหงิดด้วย

บ่นมาเสียยาว ขอสรุปเลยว่า ทำธุรกิจต้องใจถึง จึงจะยิ่งใหญ่ อย่า "ตอดเล็ก-ตอดน้อย" หาเศษหาเลยกับผู้บริโภค ได้นิดๆ หน่อยๆ ก็เอา ไม่คุ้มกันหรอก ของคุณดียังไงคนเขาก็ซื้อ ไปทำคนเขาเสียท่า เสียรู้ เขาก็เกลียดคุณ หลักง่ายๆ แค่นี้เองครับ!!
v
v
v
v
v
v

8 comments:

  1. อ่านแล้วก็รู้ว่าคุณหนุ่มๆ ไม่ค่อยได้ชอปปิ้งของในครัวเท่าไหร่ 555
    วันหลังบอกหม่าม้านะคะว่าให้ซื้อซอสมะเขือเทศของ Rosa เพราะเขาทำแบบขวดพลาสติกบีบได้มานานแล้ว

    แล้วนมตรามะลิก็ทำนมข้นหวานแบบกล่อง UHT แล้วด้วย เปิดง่าย เทง่ายกว่ากระป๋อง แต่เอาเข้าจริงก็ติดปัญหาที่ว่ามันเก็บไม่ค่อยได้นาน เพราะเทบ่อยๆ ส่วนที่เราตัดออกเพื่อเทมันจะเปื่อย เพราะเป็นกระดาษ

    ของจิตรลดาทำนมข้นหวานเป็นหลอดเหมือนยาสีฟัน บีบง่ายดี แต่ดูแล้วเหมือนครีมล้างหน้า เวลากินอาจจะรู้สึกแปลกๆ อาจจะเป็นเพราะเราติดภาพนมกระป๋องไปแล้ว

    ปล. ว่าจะแซวเรื่องหาหมวกแดงไปใส่ทำกิจกรรมวันอาทิตย์หรือเปล่า ก็หายไปแล้ว เป็น someone ก็ต้องระวังตัวหน่อยใช่มั้ยคะ ^_^

    ReplyDelete
  2. โอ้วววว เจอแม่บ้านตัวจริงมาชี้แนะซะแร้ว 5555+ เดี๋ยวจะรีบไปซื้อโรซ่านะครับ ^o^

    ส่วนนมข้นนี่ไม่ได้กินบ่อยเลยไม่ได้สังเกตครับ แต่เท่าที่ฟัง แปลว่ามี packaging หลายอย่างที่ไม่ทำให้สิ้นเปลืองอยู่เยอะ เชยจัง แหะๆๆ

    เรื่องหมวกแดงนี่ ที่เอาออกไม่ได้กลัวอะไรเลยจริงๆครับ พอดีตอนเขียนเมาอยู่นิดๆ เขียนเสร็จแล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวเกินไป ไร้สาระมาก กลัวหลุด theme บล็อกน่ะ แหะๆๆ

    เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้กลัว fyi วันอาทิตย์ผมไปสวนรถไฟมาครับ :)

    ReplyDelete
  3. สินค้าและบริการ แสดงขนาดของบริษัท (ขนาด รวมถึง กำไร สินทรัยพ์ และบุคลากร รวมถึงชื่อเสียง) บริษัทจะโต ไม่โตอยู่กับ ระบบความคิด ทรรศนะคติ และ ขนาดของใจ สินค้าไทยจึงขายได้แต่คนไทย แต่ไปนอกไม่ได้ และสินค้านอกก็ตีตลาดไทย เพราะ สินค้าไทยใจไม่ถึง คิดแบบ เอาไว้ก่อน ผลระยะยาว กับผลทางอ้อม เลยไม่มี effect จึงเป็นแบบ ที่คุณชี้ชัดมาบ่นๆให้ฟังอะคราบ

    ReplyDelete
  4. ตามอ่านทุกอันนะคะคุณอาท แต่ไม่ค่อยได้เม้นต์ ;)

    ชอบอันนี้ เรื่องใกล้ตัว อ่านแล้วก็เผลอพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย สำนวนลื่นไหลดีจิงๆ อ่านจบไม่ใช่รู้เรื่องอย่างเดียว แต่รับรู้ถึงความรู้สึกด้วย 555

    นึกภาพตอนเขียนนี่เห็นความคิดหลั่งไหล ความรู้สึกพร่างพรูออกมาเป็นตัวอักษรเลยป่ะเนี่ย วันนี้ช่างมาเต็มจิงๆ(เป็นไง สำนวนลิเกพอใช้มะ 555)

    จะติดตามอ่านเรื่อยๆนะคะ ^^

    ReplyDelete
  5. @ Ya @ Ying ขอบคุณครับ :)

    ReplyDelete
  6. @ Ying: ใช่แล้วครับ เวลาผมบ่นนี่ ไม่รู้ยังไง ความคิดมันไหลพรั่งพรู เขียนไม่ถึงห้านาที ตอนเขียนมีสาระยังนานกว่านี้อีก :D

    อ้อ..ได้ข้อมูลใหม่มาครับ จากลูกศิษย์คนนึงที่เข้ามาอ่าน เค้าบอกว่า โรซ่าแบบขวดพลาสติกหัวจุก ไม่ไหลทะลักก็จริง แต่เมื่อเทียบราคากับปริมาณแล้วยังแพงกว่าขวดแก้วเสียอีก ดังนั้น ถ้าสรุปตามที่ลูกศิษย์คนนี้ (ชื่อเจ้าเอิร์ธ)บอก แปลว่ายอมหงุดหงิดกับขวดแก้วเสียจะยังประหยัดกว่า

    มีเรื่องให้ค้นหาไม่รู้จบ เด๋วพรุ่งนี้ต้องลองไปสำรวจที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้านซะแล้ว อืมๆๆ

    ReplyDelete
  7. อาทิตย์ไหนไปอีก อย่าลืมบอกด้วยนะคะ เผื่อจะไปแจม เสื้อสีแดงมีหลายตัว ไม่ค่อยมีโอกาสใส่ :)

    ReplyDelete
  8. อิอิ ด้ายเลยครับ :P

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ