Wednesday, October 27, 2010

"หมอประเวศ" กับปฐมเหตุ "สามก๊ก"


จากที่ได้เกริ่นไปในคราวที่แล้ว ว่าจะขอเขียนถึงเหตุที่มาของการแตกแผ่นดินออกเป็นสาม กลายเป็นยุค "สามก๊ก" อันลือลั่น ในประวัติศาสตร์ชาติจีน

เรื่องของเรื่องก็สืบเนื่องมาจากที่ ศ.นพ.ประเวศ วะสี กล่าวถึงการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งท่านเป็นตัวหลักในคณะกรรมการปฏิรูปฯ ตามที่ได้รับแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรี

ผมจำไม่ได้แล้วว่ากรรมการชุดของท่านมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าอะไร ยุคนี้สมัยนี้คณะกรรมการมีเยอะเหลือเกิน แต่นั่นคงไม่ใช่ประเด็น เอาเป็นว่า จะเล่าเรื่องสืบเนื่องจากคำพูดของคุณหมอก็แล้วกัน

ก่อนอื่นขอยกที่ท่านพูดมาไว้ตรงนี้อีกสักครั้ง ข้อความตอนนี้มาจากเว็บเมเนเจอร์ วันที่ 1 ต.ค. หมอประเวศท่านว่า ..

“เรื่องการแบ่งสี แบ่งข้างจนกลายเป็นความรุนแรง มาจากนักการเมืองทั้งสิ้น ประชาชนกันเองไม่เกี่ยว เขาอยู่ในชุมชนเดียวกัน ถ้าทะเลาะกันแตกหักเขาจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร แต่ความคิดของนักการเมืองที่ขัดแย้งกันแล้วลากพาประชาชนเข้าสู่สงคราม ยกตัวอย่างสามก๊ก โจโฉ เล่าปี่ ซุนกวน พาประชาชนไปตายกันเป็นแสนๆ คน ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่ได้ทะเลาะกันเองเลย แต่นักการเมืองแย่งเมืองกัน จึงมีคนล้มตาย ถ้าคนในชุมชนได้ร่วมกันทำงานมีอำนาจมากขึ้นไม่อยู่ใต้อำนาจนักการเมือง สังคมก็จะไม่มีการแบ่งสี หรือแตกแยกกัน เพราะประชาชนเข้มแข็งขึ้นไม่ต้องกลัวนักการเมือง ประชาชนจะต้อนนักการเมืองให้ทำนโยบายตามความต้องการของประชาชน” นพ.ประเวศ กล่าว

ย้ำอีกครั้ง ..."ยกตัวอย่างสามก๊ก โจโฉ เล่าปี่ ซุนกวน พาประชาชนไปตายกันเป็นแสนๆ คน ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่ได้ทะเลาะกันเองเลย แต่นักการเมืองแย่งเมืองกัน จึงมีคนล้มตาย"

ประโยคนี้แหล่ะครับ ทำให้ผมสะดุ้งตั้งแต่ครั้งแรกทีได้ยิน

แนวคิดเช่นนี้ เหมือนจะบอกว่า ชาวบ้านในสมัยโน้นเขาอยู่กันปรกติสุขดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว รักกันปานจะกลืนกิน แต่อยู่ๆ ก็โดนโจโฉ เล่าปี่ ซุนกวน บังคับ หรือไม่ก็ปลุกระดม หรือไม่ก็โน้มน้าวด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ก่อสงครามชิงบ้านชิงเมืองกัน จนคนตายมากมาย

แค่นี้ก็ผิดแล้วครับ แม้แต่น้องๆ ที่เคยอ่านสามก๊กหลายคนก็รู้ว่า กว่าแผ่นดินจีนยุคปลายราชวงศ์ฮั่นจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แล้วค่อยๆ ควบรวมกลายเป็นสามนั้น มันมีที่มาที่ไปยาวนาน ดำเนินมาหลายสิบปี


ต้องไม่ลืมว่ายุคราชวงศ์ฮั่นตอนปลาย ผู้ปกครองบริหารประเทศแบบเหลวแหลกฟอนเฟะ ฮ่องเต้โฉดเขลา ไม่สนใจกิจการบ้านเมือง ข้าราชการกินสินบาทคาดสินบนตั้งแต่ระดับสูงสุดลงมา ข้อความตอนนี้พูดซ้ำกันเป็นพันๆ ครั้ง ใครพูดถึงสามก๊กก็ต้องเริ่มจากตรงนี้ ให้เห็นว่าแผ่นดินนี้มันลุกเป็นไฟแล้ว นั่นคือ "ปฐมเหตุ"

ทีนี้ พวก "ขบถโพกผ้าเหลือง" มันมาจากไหนเล่าครับ? มันก็ไอ้ชาวบ้านธรรมดานั่นแหล่ะ ชาวบ้านที่ทนไม่ไหวต่อการถูกกดขี่บีฑา ทำนาบนหลังคน จนต้องลุกขึ้นมาต่อสู้

พอขบวนการปฏิวัติประชาชนโพกผ้าเหลืองยึดตีเมือง ครองพื้นที่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ เกือบค่อนประเทศ รัฐบาลราชวงศ์ฮั่นจึงต้องออกประกาศให้ขุนศึกหัวเมืองต่างๆ ร่วมด้วยช่วยกันปราบ "ขบถ" (รัฐเขาใช้คำว่าปราบ "โจร")

เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย เข้าสู่ยุทธจักรก็ตอนนี้แหล่ะครับ

สงครามที่ปะทุไปทั่วประเทศ จบลงด้วยการที่ฝ่ายรัฐมีชัยต่อฝ่ายขบถ ขบวนการปฏิวัติประชาชน "ถูกฆ่าตายไปนับแสนคน"

เห็นหรือยังครับว่าเหตุใดผมฟังหมอประเวศแล้วจึงขัดหู ก็เพราะก่อนหน้าที่ชื่อของ โจโฉ เล่าปี่ ซุนกวน จะดังกระฉ่อนไปทั่วแผ่นดินนั้น ได้เกิดการสู้รบระหว่างฝ่ายรัฐกับฝ่ายประชาชนผู้ต่อต้านรัฐขึ้นมาตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งจบลงด้วยการที่คนจีนต้องสูญหายล้มตายเป็นใบไม้ร่วง

ณ เวลานั้น ไอ้สามคนนั่นยังไม่มีใครรู้จักเลยนะครับ มันก็ตายเป็นเบือกันมาแล้ว!!

ที่คนตายเป็นเบือก็เพราะมันสู้กัน ประชาชนจับจอบจับเสียมขึ้นมาสู้ก็เพราะไม่มีจะกิน ถูกกดขี่ ไม่สู้ก็อดตาย ลุกขึ้นมาสู้เสียดีกว่ายังมีโอกาสจะรอด

ถ้านอนอยู่บ้านดีๆ อิ่มหนำสำราญ ใครมันจะอยากออกไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกันเล่าครับ?

ผู้นำม็อบนั่นก็ไม่ใช่นักการเมืองระดับชาติที่ไหนหรอกครับ จางเจี่ยว จางเป่า จางเหลียง ก็ชาวบ้านเหมือนคุณเหมือนผมนี่แหล่ะ แต่เป็นนักบุญ ช่วยเหลือคนจนคนยาก ช่วยรักษาโรค เงินทองก็ไม่คิด เป็นพ่อพระของผู้ยากไร้ จะจริงใจแค่ไหนไม่รู้ แต่ว่าคนเขาก็ศรัทธา จะว่าสามพี่น้อง "ปลุกระดม" ก็ไม่ผิด แต่อยู่ๆ ไม่เคยทำความดีอะไรมาจะปลุกใครขึ้นได้อย่างไร?

เห็นไหมครับว่า หลายครั้งหลายหนนั้น ไม่ต้องมี "นักการเมือง" เป็นตัวช่วยเลย บรรดาชาวบ้านด้วยกันเอง ถ้ามันเดือดร้อนได้ที่ ขอเพียงมีแกนนำที่เข้มแข็ง จอบ เสียม ตะหลิว อยู่ใกล้ๆ มือ มันพร้อมจะสู้ทั้งนั้น

(แต่ถ้าบอกว่า สามพี่น้องแซ่จางเป็น "นักการเมือง" ผมว่าเราทุกคนก็เป็นนักการเมืองในระดับหนึ่งนะครับ)


ทีนี้ ถามว่าจะโทษเล่าปี่ โจโฉ ซุนกวน ได้ไหม ต้องมองภาพให้ออกนะครับว่า บ้านเมืองในยุคหลังจากสงครามฝ่ายรัฐและฝ่ายขบถสิ้นสุดลง ตอนนั้นพระเจ้าเหี้ยนเต้ขึ้นครองราชย์แทนเลนเต้ แต่มันไม่ใช่บ้านเมืองที่ปรกติสุขเหมือนเดิม พูดง่ายๆ ก็คือ มันแตกออกไปเรียบร้อยแล้ว

ทีนี้ ดังประโยคแรกในสามก๊กว่าไว้ "อาณาจักรเป็นหนึ่งแล้วก็แตก แตกแล้วก็รวมเป็นหนึ่ง" ณ เวลานั้น แผ่นดินจีนกำลังอยู่ในกระบวนการของการ "รวมกลับเป็นหนึ่ง" ซึ่งก็แน่นอน ตัวละครหลักๆ ก็ต้องเป็นพวกขุนศึกทั้งหลาย

ใครอ่อนแอก็ล้มตาย หมดอำนาจไป กลายเป็นลูกไล่ ยอมสวามิภักดิ์ มีใครบ้างล่ะครับ ชื่อก็คุ้นๆ กันทั้งนั้น อ้วนสุด อ้วนเสี้ยว เตียวสิ้ว เตียวฬ่อ เล่าเปียว เล่าเจี้ยง กองซุนจ้าน ม้าเท้ง ฯลฯ เป็นสิบๆ คน นับไปเถอะ

กลืนกันไป กลืนกันมา ใช้เวลาหลายสิบปี จำนวนคนตายก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายผู้ยิ่งใหญ่ก็เหลือแค่สาม โจโฉ เล่าปี่ ซุนกวน

จะเห็นได้ว่าทุกอย่างมันมีที่มาที่ไปครับ เมื่อแตกออกมันก็ต้องมีกระบวนการ ต้องใช้ระยะเวลาในการกลับรวมเข้า ไม่ใช่บ้านเมืองปกติสุขอยู่ดีๆ แล้ว เล่าปี่ โจโฉ ขึ้นเวทีปลุกระดม คนมันเลยออกมาฆ่ากันเสียเมื่อไร

บ้านเมืองมาถึงจุดที่ฆ่ากันได้ มันต้องมีเหตุมีผล อย่างยุคสามก๊กนี่มันฟอนเฟะมานานแล้ว พอหมักบ่มถึงจุดหนึ่งจึงปะทุขึ้น พอไปสรุปว่า "ประชาชนเขาไม่ได้ทะเลาะกัน" ผมจึงไม่เห็นด้วยเต็มๆ

เขาทะเลาะกันมานานแล้วครับ ทะเลาะกันเพราะไม่มีอะไรจะกิน คนที่เห็นด้วยกับขบถผ้าเหลืองก็มี ที่ไม่เห็นด้วยก็มี

ที่สำคัญ "ความบรรลัย" นั้น เกิดขึ้นก่อนที่จะมีเล่าปี่ โจโฉ ซุนกวน เสียด้วยซ้ำ

ในความคิดของผม แม้ว่าทั้ง เล่าปี่ โจโฉ ซุนกวน จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในแผ่นดิน แต่ทั้งสามมีความเป็น "ผลพวง" ของความฟอนเฟะในประเทศ มากกว่าที่จะเป็น "สาเหตุ" เสียอีก!!

โจโฉ เล่าปี่ ซุนกวน และขุนศึกคนอื่นๆ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งใน "กระบวนการ" ทางการเมือง จะไปโทษทั้งสามเสียทุกอย่างนั้น ไม่ใช่แน่ๆ


โดยสรุป ถ้าอ่านจากคำพูด หมอประเวศแกยังมีความเชื่อในทำนองเดียวกับความเชื่อมหานิยมที่ว่า "นักการเมือง" เป็นต้นเหตุแห่งความฉิบหายทุกอย่างในบ้านเมืองนี้ ซึ่งผมคนหนึ่งล่ะที่ขออนุญาตไม่เห็นด้วย

"นักการเมือง" นั้น ส่วนใหญ่ก็ชั่วจริง คงไม่มีใครเถียง แต่ถ้าดูจากยุคสามก๊ก พวก "ผู้ปกครอง" ที่อยู่เหนือนักการเมืองนี่แหล่ะ ตัวแสบสุด พวกขันที ทหาร ขุนน้ำขุนนาง อำมาตย์ ศาล พวกนี้แหล่ะที่แย่งผลประโยชน์กันจนเละเทะ

นักการเมืองขุนศึกอย่าง โจโฉ เล่าปี่ ซุนกวน ได้ออกมามีบทบาทในแผ่นดินก็เพราะความเลวของคนกลุ่มพวกนี้มิใช่หรือครับ?

การจะปฏิรูปบ้านเมืองได้นั้น ต้องมองที่มาของปัญหาให้ถึงแก่น หากมองตื้นเขินเพียงแต่ว่า "คนไม่กี่คน" ลุกขึ้นมาพาไปไปล้มตาย เช่นนี้ผมว่าปฏิรูปไม่สำเร็จแน่ๆ

จะให้แก้แต่นักการเมือง ไอ้พวกที่เหลือนี่มันประเสริฐทุกอย่าง คิดแบบนี้ก็ฝันไปเถิดครับว่าจะปฏิรูปอะไรสำเร็จ

หมอประเวศท่านเป็นปูชนียบุคคลของสังคมไทยอย่างแท้จริง ที่สำคัญ ท่านมีเมตตากรุณาต่อผู้ยากไร้มาโดยตลอด ดีกว่าผู้ดีตีนแดงจำนวนมากที่เห็นคนจนเป็นเศษขยะ หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน ราษฎรอาวุโสผู้นี้ได้พิสูจน์แล้วว่า "อริยบุคคล" นั้น เขาเป็นกันอย่างไร

แต่การจะทำงานที่ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาอย่างการปฏิรูป ต้องมองปัญหาให้ถ่องแท้ และที่สำคัญ ต้องมองโลกตามความเป็นจริง ไม่ใช่มองแบบอุดมคติ

คนแบบหมอประเวศท่านอยู่ในที่สูง ถ้าเราไปลากท่านลงมาจากหิ้ง เราก็ต้องวิจารณ์ท่านได้ มิใช่ไม่เคารพ แต่ต้องพูดได้

บังเอิญท่านพาดพิงมาถึงสามก๊ก ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมพอรู้ ด้วยปัญญาอันน้อยนิดที่ผมมี จึงขออนุญาตชี้แจงบ้าง ก็เท่านั้นเองครับ

21 comments:

  1. ในความคิดผม ผมมองว่าคุณหมอประเวศ มีแนวคิที่ค่อนไปทางสังคมนิยมมากกว่าประชาธิปไตยนะหรือออกจะชอบอำนาจนิยมมากกว่า
    แมน

    ReplyDelete
  2. หมอประเวศคงไม่เคืองหรอกเพราะ คุณอาร์ทวิจารณ์หมอประเวศเบากว่าคำ ผกา ตั้งเยอะ แต่ไม่รู้ว่าแกจะได้รู้หรือเปล่านะว่ามีเด็กรุ่นลูกอีกคนมาวิจารณ์แกอยู่แถวนี้ 555

    ReplyDelete
  3. @mama aiko:

    อุ๊ย รุ่นลูกได้ไง?!! ผมนี่รุ่นหลานปู่หมอประเวศเลยนะครับ hahahah

    ReplyDelete
  4. อยากย้อนอดีตไปดูยุคสามก๊ก ว่าการเมืองจะร้อนแรงขนาดไหน

    ReplyDelete
  5. ผมเห็นด้วยกับคุณหมอประเวส

    ReplyDelete
  6. ยุคนี้ดูเหมือนนักการเมืองจะเป็นแพะสำหรับทุกเรื่องจนน่าสงสัยว่ามันอธิบายได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ

    ผมว่าปัญหานักการเมืองมันก็มาจากลักษณะของสังคมไทยที่ชอบช่วยเหลือเกื้อกูลพวกเดียวกัน พวกเดียวกันลักไก่ได้ทุกเรื่อง ไม่มีอะไรเลยที่โปร่งใส ทุกวันนี้สภาพเช่นนี้มันพบเห็นได้ในทุกภาคส่วนของสังคมไทย ไม่ใช่เฉพาะภาคการเมือง

    ReplyDelete
  7. ผมขอเห็นต่างจากคุณชัชวนันท์นะ โดยส่วนตัวผมเห็นด้วยกับคุณหมอประเวศ
    แน่นอนว่าที่หมอประเวศพูดมีส่วนถูก ที่คุณชัชวนันท์พูดก็มีส่วนถูก
    แน่นอนประชาชนยุคปลายราชวงศ์ฮั่น อาจลุกฮือมาก่อน ที่นักการมืองทั้งเล่าปี่ ซุนกวน โจโฉ จะเป็นใหญ่ แต่ว่ามื่อประชาชนลุกฮือในแบบใช้อาวุธมาทำร้ายทำลายบ้านมืองตนเอง ผู้คุมกำลังต่างๆตอนนั้น ต้องถือว่าเป็นตัวแทนอำนาจอำนาจรัฐ ออกมาปราบปรามย่อมชอบธรรม เพื่อให้บ้านเมืองสงบ
    แต่หลังบ้านเมืองสงบแล้ว นักการเมืองเหล่านั้นยังไม่ยอมวางมือ ไม่คืนอำนาจให้พระเจ้าเหี้ยนเต้ เอาแต่ผลประโยชน์พวกพ้อง ผมว่านี่แหละปฐมเหตุสามก๊ก
    ถ้านักการเมืองรู้จักพอ เพราะหลังปราบกบฎโจรโพกผ้าเหลือง ส่วนมากมีความดีความชอบกันทั้งนั้น แต่ความไม่รู้จักพอของนักการเมือง ต้องการความเป็นใหญ่ นำมาสู่ความหายนะของชีวิตผู้คนมากมาย ทั้งที่ถ้านักการเมืองเหล่านั้น ยอมถอย และคืนพระราชอำนาจแด่พระเจ้าเหี้ยนเต้ เหตุการณ์ก็จะจบ และราชวงศ์ฮั่นจะยังไม่ล่มสลาย
    ในทุกที่ ถ้าจะปฏิรูปบ้านเมืองยังไงก็ต้องปฏิรูปนักการเมืองก่อน

    ReplyDelete
  8. ความสนุกของการเขียนบล็อกประการหนึ่งคือมีคนที่ทั้งเห็นตรงกับเราและเห็นต่างจากเรามาให้ความเห็น

    เท่าที่อ่านข้างบนก็มีความเห็นหลากหลาย เดี๋ยวผมจะมาเม้นท์ต่อนะครับ จะได้แลกเปลี่ยนกัน

    ReplyDelete
  9. ผมเองก็เห็นด้วยกับคุณหมอประเวศนะครับ ขันที ขุนนาง หรือแม้แต่ฮ่องเต้ในสมัยนั้นต่างก็เป็นนักการเมืองทั้งนั้น ซึ่งสุดท้าย เหตุทั้งหมดมันก็เริ่มจากนักการเมืองขาดจรรยาบรรณอีกนั่นแหละ

    ReplyDelete
  10. สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม
    คนหนึ่งตาแหลมคม เห็นดวงดาวอยู่พราวพราย

    ถ้าทุกคนเห็นเหมือนกันหมด โลกคงจะสงบเกินไป ^_^

    ReplyDelete
  11. ความเห็นน่าสนใจมากครับ
    แวะมาเป็นแฟนคลับอาจารย์อาท ^^

    ReplyDelete
  12. ความเห็นน่าสนใจหลายท่านครับ

    @ Nutkung ขอบคุณที่มาให้ความเห็นนะครับ เท่าที่อ่านดู ผมมองว่าคุณ Nutkung มีความเชื่อแบบเดียวกับความเชื่อมหานิยมที่ว่า "บ้านเมืองนี้วุ่นวายเพราะนักการเมืองเป็นต้นเหตุ" ซึ่งก็จริงในส่วนหนึ่ง

    แต่ความเชื่อของผมคือ "มิได้มีแต่นักการเมืองเท่านั้นที่เลว"

    สำหรับที่คุณ Nutkung เขียน ผมขอถกทีละประเด็นนะครับ

    1. "เมื่อประชาชนลุกฮือในแบบใช้อาวุธมาทำร้ายทำลายบ้านมืองตนเอง ผู้คุมกำลังต่างๆตอนนั้น ต้องถือว่าเป็นตัวแทนอำนาจอำนาจรัฐ ออกมาปราบปรามย่อมชอบธรรม เพื่อให้บ้านเมืองสงบ"

    ความเห็นของผม - ขุนศึกที่ได้รับราชโองการจากฮ่องเต้ให้ปราบขบถมี "ความชอบธรรม" ตามอำนาจหน้าที่ (ที่ได้จากผู้ปกครอง) แต่ "คุณธรรม" เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ

    ประชาชนเขาลุกขึ้นสู้เพราะเขาไม่มีจะกิน การฆ่าเขาทิ้งจึงบอกไม่ได้ว่าเป็นความดี เป็นคุณธรรม แต่แน่นอน มีความชอบธรรม เพราะคุณเป็นทหาร คุณมีสิทธิ์ฆ่า

    .. ทหารอเมริกันที่ฆ่าคนอิรักก็ชอบธรรมกันทุกคนแหล่ะครับ

    2. "แต่หลังบ้านเมืองสงบแล้ว นักการเมืองเหล่านั้นยังไม่ยอมวางมือ ไม่คืนอำนาจให้พระเจ้าเหี้ยนเต้ เอาแต่ผลประโยชน์พวกพ้อง ผมว่านี่แหละปฐมเหตุสามก๊ก"

    ความเห็นของผม - ผมเชื่อพระพุทธเจ้าว่า "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" การที่ รัฐบาลราชวงศ์ฮั่นดูแลตัวเองไม่ได้ แล้วเรียกขุนศึกทั่วประเทศ ซึ่งก็ล้วนกระหายในอำนาจ เข้ามาปราบขบถ พอเสร็จกิจแล้ว จะคาดหวังให้พวกนั้นเก็บกระเป๋ากลับบ้านไปเฉยๆ โดยให้ความชอบ "ตามสมควร" มันก็ฟังดูเป็นความฝันไปสักนิดน่ะครับ

    ขุนศึกพวกนั้นมันก็เห็นนะครับว่าราชวงศ์ฮั่นอ่อนแอสุดๆ แล้ว มันเหนื่อยขนาดนั้น คงไม่เอาแค่เศษเงินกลับบ้านไปหรอก

    ต้องย้อนถามฮ่องเต้ด้วยว่าบ้านเมืองมาถึงจุดนี้ได้ยังไง? ทำยังไงถึงได้ฟอนเฟะขนาดนี้? ในที่สุดก็พึ่งตัวเองไม่ได้ ต้องไปเอาพวกกระหายเลือดเข้ามาปกป้องตัว กลายเป็นชักศึกเข้าบ้าน

    ถ้ามองว่าราชสำนักทำอะไรก็ไม่ผิด แต่พวกขุนศึก (ในกรณีนี้เราเทียบเคียงกับนักการเมือง) ผิดได้ ด้วยตรรกะเช่นนี้ คนที่ผิดก็ย่อมเป็นพวกขุนศึก (หรือนักการเมือง) เท่านั้น

    แต่ถ้าความเชื่อพื้นฐานของเราคือ คนทุกคนเท่าเทียมกัน ทำดีทำเลวได้เหมือนๆกัน เราย่อมต้องโทษทุกฝ่าย ไม่ใช่โทษแต่นักการเมือง

    ย้ำอีกครั้งนะครับ ผมไม่เคยบอกว่าเลยว่า "นักการเมืองไม่เลว" แต่ผมมั่นใจว่า "ไม่ได้มีเฉพาะนักการเมืองเท่านั้นที่เลว" ทุกคนมีดีมีเลว จึงต้องวิพากษ์กันให้ทั่วถึง ต้องแก้กันทั้งหมด

    ในยุคสามก๊ก ราชสำนักเหลวแหลกสุดๆ เน่ากันตั้งแต่ฮ่องเต้, พวกขันที, พระประยูรญาติ, อำมาตย์น้อยใหญ่, ศาล, ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ฯลฯ

    ผมจึงคิดเหมือนคุณ Dekisugi (สุมาอี้) ว่าเราไม่สามารถโยนความผิดให้นักการเมืองในทุกๆ เรื่องได้

    กลับมาที่เมืองไทย ดังนั้น หากจะปฏิรูปประเทศไทย จึงต้องมองตรงนี้ให้ออก ถ้ามองอยู่มิติเดียวว่านักการเมืองเท่านั้นที่เลว หรือต้องแก้ที่นักการเมือง แต่ระบบอืนๆ มันประเสริฐ เช่นนี้ย่อมแก้ไม่สำเร็จครับ

    ขอบคุณคุณ Nutkung มากนะครับที่มาให้ความคิดเห็นดีๆ วันหลังเชิญอีกนะครับ

    ReplyDelete
  13. @mama aiko ดาวบนฟ้าสวยมั้ยครับ? :D

    @Padipark ขอบคุณครับอาจารย์ป๊อป ผมนี่แหล่ะแฟนพันธุ์แท้คุณเลย ไป National Gallery ดูภาพ แวน โก๊ะ มายังไม่ได้ขอความรู้ เดี๋ยวต้องคุยกันหน่อยล่ะ หุหุ

    @หมวดเบิร์ด เตรียมงานถึงไหนแล้วครับ?

    ReplyDelete
  14. เราก็ว่าเราเห็นดาวนะ แต่คนอื่นอาจจะว่าเราหลงเห็นตมเป็นดาวก็ได้นะ 555

    เมื่อก่อนรำคาญละครทีวีน้ำเน่า มัวแต่ไปโทษคนทำว่าดูถูกสติปัญญาคนดู แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าคนดูชอบดูจริงๆ ประเภทพระเอกข่มขืนนางเอกก็ไม่ผิด ตอนนี้ฝ่ายพระเอกของบ้านเมืองเราก็เหมือนกัน พอเป็นพระเอกแล้วทำแย่แค่ไหนก็ไม่ผิดเหมือนกัน น้ำเน่าไหมล่ะ

    ReplyDelete
  15. @mama aiko เปรียบเทียบได้ตรงจริงๆ ครับ :D

    ReplyDelete
  16. เข้าใจที่คุณอาทเขียนและก็เห็นด้วยครับ

    แต่เมื่อมองกลับไปที่ถ้อยคำของคุณหมอประเวศ ผมก็พอเข้าใจว่าท่านพูดถึงตรงไหน "ยกตัวอย่างสามก๊ก โจโฉ เล่าปี่ ซุนกวน พาประชาชนไปตายกันเป็นแสนๆ คน...นักการเมืองแย่งเมืองกัน จึงมีคนล้มตาย" ท่านน่าจะกล่าวถึงสงคราม มีโจโฉ เล่าปี่ ซุนกวน เป็นอาทิ รบแย่งชิงบ้านเมืองกัน ผู้คนเลยล้มตาย จบเพียงเท่านั้น

    ถ้าว่าให้เป็นธรรม คุณหมอประเวศก็ไม่ได้บอกว่าก่อนหน้าสมัยสามก๊กนั้นประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข เพียงแต่บอกว่าพอรบกันผู้คนก็ล้มตาย หากเป็นไปตามแง่มุมนี้คุณหมอก็ไม่ได้พูดผิดอะไร เพียงแต่อาจจะไม่เคลียร์เท่าไหร่ ได้คุณอาทมาช่วยขยายความให้พวกเราทุกคนเข้าใจก็ถือว่าดีแล้วล่ะ แล้วจะติดตามผลงานต่อไปครับ

    ReplyDelete
  17. ทำไม ไม่มีคนออกเงินให้หมอประเวศตั้งพรรคการเมืองคนดีหนอ งง ดีอย่างนี้เอาเป็นต้นแบบไว้ แสดงว่าคนดีเนียะ ไม่ชอบเสียสละ มันสกปรก เตื่อนสติคนอื่นดีกว่า ไม่ต้องถูกกระทำมากนัก

    @marma aiko ในทรรศนะของผม คนข่มขืนก็หื่นพอดี คนถูกข่มขืนก็หลงพระเอกจนลืมความถูกต้อง เหมาะสม สมยอมกันทั้งคู่ ต้องขอบคุณคนที่ตั้งชื่อว่าละครน้ำเน่า เพราะคนถูกด่าไม่เถียงสักคำ และไม่โกรธเนื่องจาก
    ตัวคนถูกด่าเองก็ยังรับว่าน้ำเน่าจริงแต่ยิ้มรับอย่างมีความสุข
    (ระดับการตำหนิมันแรงแต่พอดี ตรงประเด็น เห็นภาพ แต่ไม่หยาบ แถมฟังดูสุภาพอีก 5555)

    ReplyDelete
  18. สวัสดีครับพี่อาท
    ตอนนี้งานแต่งสำเร็จไป๙๙%แล้วครับ เหลือแต่ส่งการ์ดเชิญให้ถึงมือพี่อาทกับพี่สุมาอี้ นี่แหละครับ อิอิ

    ๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
    บทความนี้ร้อนแรงทีเดียวครับ
    ปัญหาการเมืองไทยในทัศนของผม เห็นประการหนึ่งว่า ประเทศไทยยึดถือระบบพวกพ้องเป็นสำคัญ มิได้ยึดถือกฏ ทั้งระบบราชการกับการเมืองไทย(ตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหา) มักจะแฝงไปด้วยระบบคัดสรรโดยผู้มีอำนาจ กล่าวคือ ใครยอมข้าอยู่ ใครขวางข้าตาย ใครยอมทำตามผู้มีอำนาจก็อยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ ไม่ว่าจะฝ่าฝืนกฏระเบียบขนาดไหนก็ตาม และใครขัดใจผู้มีอำนาจ ก็พ้นจากตำแหน่งแม้จะทำถูกกฏ(ตงฉิน)ขนาดไหนก็ตาม ตัวผมเองเป็นคนเส้นใหญ่ระดับหนึ่ง ก็เคยฝ่าฝืนกฏสารพัด นับไม่ถ้วน ทั้งแบบพองานและน่าเกลียด อยู่อย่างอภิสิทธิ์ชน ก็ไม่เห็นมีใครทำอะไรได้ ผมทำผิดระเบียบเก่า ก็แค่ออกระเบียบใหม่มายกเลิกระเบียบเก่าเพื่อให้การกระทำในปัจจุบันชอบด้วยกฏ (โปรดอย่าเลียนแบบ) เป็นต้น และยังมีตัวอย่างของระบบเล่นพวกอีกมากมาย บรรยายสามวันไม่จบ ถ้าระบบพวกพ้องยังมีอยู่หนาแน่นเช่นนี้ การไปตามแก้ปัญหาที่ตัวบุคคลที่เป็นนักการเมืองกับข้าราชการ ไม่แน่ใจว่าจะตรงจุดหรือเปล่า
    จาก เบิร์ด รอง สว.

    ReplyDelete
  19. ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งนะครับที่มาให้ความเห็น

    ตั้งแต่เขียนบล็อกมา มีคราวนี้แหล่ะที่ผู้ติดตามบล็อก ไม่ว่าจะหน้าใหม่หน้าเก่าเข้ามาเม้นท์กันแทบจะถ้วนหน้า สงสัยประเด็นจะร้อนจริงนะ เหอๆๆ

    @ Antonio เห็นด้วยครับ หมอประเวศท่านพูดถึงเฉพาะช่วงของ โจโฉ เล่าปี่ ซุนกวน มิได้บอกว่าก่อนหน้านั้นบ้านเมืองสงบ แต่ท่านก็ได้ให้ "ข้อสรุป" ไว้ด้วย ว่าเป็นเพราะ "นักการเมืองแย่งกันจึงมีคนล้มตาย" ซึ่งตรงนี้แหล่ะที่ผมไม่เห็นด้วย

    ในความคิดผม การศึกษาประวัติศาสตร์ก็เหมือนการดูหนังสักเรื่อง จะให้เข้าใจถ่องแท้ย่อมต้องดูตั้งแต่ต้นจนจบ ในกรณีนี้ คุณหมอท่านจะดูหนังทั้งเรื่องหรือเปล่าเราไม่ทราบ แต่ท่านยกมาเฉพาะตอนกลางเรื่องที่ตัวเอกของเรื่องกำลังทำสงคราม แล้วสรุปว่านักการเมืองพาคนไปตาย ซึ่งย่อมเป็นการมองที่ไม่รอบด้านน่ะครับ

    @ หมวดเบิร์ด : โอววว ผมได้รับเชิญไปร่วมงานแต่งของผู้หมวดตงฉินด้วยหรือ เป็นเกียรติมากครับ ว่าแต่..เตรียมงานเสร็จเร็วจัง :)

    ReplyDelete
  20. ประเด็นไม่ร้อนเท่าไหร่ค่ะ ท่าทางจะอึดอัดมากกว่า ไม่ค่อยจะมีที่ระบาย อยากรู้เขียนโฉบอีกสิคุณอาท 5555

    ReplyDelete
  21. ไม่ว่ามันจะยุคสมัยไหน ที่ชาวบ้านชาวเมืองลุกฮือขึ้นมาก็เป็นเพราะ "นักการเมือง" ทำตัวเน่าเฟะ หาความน่าเชื่อถือไม่ได้ เข้ามาไม่ทำดี กลับทำให้แย่ลง บ้านเมืองเจริญลงทุกๆวัน

    สภาพแบบนี้มันไม่ค่อยกระทบคนที่มีอันจะกินเท่าไหร่หรอก แต่กับพวกชาวบ้าน หรือชนชั้นรากหญ้า ผมคิดว่าเค้าโดนกันจังๆล่ะครับ ไม่แปลกที่จะต้องลุกฮือขึ้นมา

    เพียงแต่ในบ้านเรานั้น มีคนใช้ชาวบ้านที่ลุกฮือเพราะทนความเดือดร้อนไม่ไหวมาเป็นเครื่องมือ ก็เท่านั้นเอง

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ