Saturday, November 20, 2010

กลยุทธ์ "สลับม้า" ของซุนปิน

-
-

ในสมัยจ้านกว๋อ "ซุนปิน" ยอดนักการทหารผู้สืบเชื้อสายมาจากซุนวู หนีจากแคว้นเว่ยมาอยู่กับแคว้นฉี

เหตุที่ต้องหนีก็เพราะเจอเคราะห์กรรม กล่าวคือ ซุนปินเคยเป็นข้าฯ ผู้ภักดีของแคว้นเว่ยมาก่อน แต่ถูก "พังจวน" เพื่อนสมัยเรียนที่รับราชการด้วยกันใส่ร้ายว่า "ขายชาติ" จนถูกอ๋องแคว้นเว่ยสั่งจองจำในคุกอยู่หลายปี

นอกจากนั้น พังจวน เพื่อนทรยศ ยังทรมานเขาอย่างแสนสาหัส สั่งให้ทหารตัดลูกสะบ้าที่หัวเข่าสองข้างจนกลายเป็นคนขาเป๋ ทั้งยังโดนสักหน้า เขียนคำว่า "คบคิดกับอริราชศัตรู" ทั้งที่เขาไม่เคยคิดชั่วช้าเช่นนั้นเลย

หลังจากซุนปินหลบหนีออกมาจากแคว้นเว่ยได้ก็กลับมาอยู่กับแคว้นฉี ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอน ซุนปินสนิทสนมกับ "เถียนจี้" แม่ทัพแคว้นฉีมาก

เถียนจี้มีงานอดิเรกเช่นเดียวกับนายทหารระดับสูงทั่วไปก็คือ เลี้ยงม้าไว้แข่ง โดยเขามักเอาม้าในคอกของตัวเองไปแข่งกับม้าของพวกลูกท่านหลานเธออยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากม้าของพวกลูกหลานอำมาตย์เป็นม้าชั้นดีกว่า เถียนจี้จึงแพ้พนันอยู่เป็นนิจ

มีอยู่วันหนึ่ง ซุนปินไปดูการแข่งม้าด้วย เขาใช้สายตาอันแหลมคมและมันสมองอันปราดเปรื่อง มองอยู่ไม่นานก็รู้ทันทีว่าม้าของแต่ละฝ่ายต่างมีอยู่ 3 ระดับ คือ ม้าชั้นดี (เกรดเอ) ม้าชั้นกลาง (เกรดบี) และม้าชั้นเลว (เกรดซี) ซึ่งโดยปกติ ทั้งสองฝ่ายก็จะเข็นม้าระดับเดียวกันมาวัดฝีเท้ากัน

ซุนปินเห็นดังนั้นก็บอกเถียนจี้ว่า "ท่านจงไปพนันไว้ให้มากกว่าเดิม คราวนี้รับรองว่าชนะแน่ๆ" เถียนจี้ก็ทำตาม

จากนั้น ซุนปินบอกให้เถียนจี้เอาม้าชั้นเลวไปแข่งกับม้าชั้นดีของฝ่ายอำมาตย์ แล้วเอาม้าชั้นดีไปแข่งกับม้าชั้นกลาง และสุดท้าย ค่อยเอาม้าชั้นกลางไปแข่งกับม้าชั้นเลวของฝ่ายโน้น


ยกแรก ม้าชั้นเลวของเถียนจี้ แพ้ม้าชั้นดีของฝ่ายอำมาตย์แบบไม่เห็นฝุ่น พวกลูกหลานอำมาตย์ดีใจกันใหญ่ คิดว่าเคี้ยวหมูอีกแน่ๆ แต่พอยกที่สอง ม้าชั้นดีของเถียนจี้ชนะม้าชั้นกลางของฝ่ายอำมาตย์ไปได้ พวกอำมาตย์ชักเครียด

พอยกสุดท้าย เถียนจี้ปล่อยม้าชั้นกลางออกมา ฝ่ายอำมาตย์ก็เหลือเฉพาะม้าชั้นเลว ม้าของเถียนจี้จึง "กินนิ่ม" ชนะไปอย่างไม่ยากเย็น รวมคะแนนแล้ว ม้าของค่ายเถียนจี้ชนะไป 2 ต่อ 1 ได้เงินเดิมพันทั้งหมดไปครอง

กิตติศัพท์จากการ "เลือกม้า" ของซุนปินในครั้งนี้ ลือลั่นไปเข้าหูอ๋องแคว้นฉี เขาจึงได้เข้ารับราชการอีกครั้ง ซุนปินใช้สติปัญญาทุ่มเทเพื่อแคว้นฉีอย่างสุดความสามารถ

ในที่สุดก็สามารถนำแคว้นฉีรบชนะแคว้นเว่ย นายเก่าของตัวเองถึง 2 หน ก่อนจะปลิดชีพ "พังจวน" คู่แค้นตลอดกาลได้สำเร็จ โดยพังจวนเพื่อนทรยศต้องเอาดาบแทงตัวตายกลางสนามรบอย่างน่าอนาจ

การ "สลับม้า" ของซุนปิน กลายเป็นกลยุทธ์ที่คนสมัยต่อๆ มาใช้กันอย่างแพร่หลาย


ตัวอย่างหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะมีคนเคยคิดทำ เช่น ในการแข่งขันเทนนิส "เดวิสคัพ" ซึ่งเปรียบเสมือน "ฟุตบอลโลก" ของเทนนิส ปกติจะมีการแข่งขันเดี่ยวมือ 1 เดี่ยวมือ 2 และประเภทคู่ แต่ชาติที่เป็นรอง อาจส่งนักเทนนิสมือ 2 ลงมาเล่นแทนมือ 1 โดยยอมแพ้ก่อนในแมทช์แรก เพื่อที่จะให้มือ 1 ของฝ่ายตัวเองชนะมือ 2 ของฝ่ายตรงข้ามในแมทช์ที่ 2

สุดท้ายแล้ว ผลในประเภทเดี่ยวจะเสมอกัน 1-1 เพื่อที่จะไปวัดดวงกันในประเภทชายคู่ ซึ่งไม่แน่ไม่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้ เช่นนี้ทีมรองก็มีลุ้นชนะ (การแข่งขันเทนนิสประเภททีมในระดับโลก ส่วนใหญ่มักมีแค่มือ 1-2 ไม่มีมือ 3 เหมือนกับการแข่งม้าของซุนปิน ฝ่ายที่ใช้กลยุทธ์นี้จึงลุ้นได้อย่างมากแค่ผลเสมอ ก่อนจะไปตัดสินกันในประเภทคู่)

แต่วิธีนี้ ผมเข้าใจว่าไม่น่าจะทำได้แล้ว เพราะนักเทนนิสแต่ละคนมี "อันดับโลก" อยู่ จึงน่าจะผิดกติกาหากจะใช้กลยุทธ์ "สลับม้า" ของซุนปิน

จากประสบการณ์ของผม ผมเคยเห็นการใช้กลยุทธ์นี้มาแล้วจริงๆ ในกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย โดยทีมเทนนิสชายของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ส่งนักเทนนิสมือ 2 ไปชนกับมือ 1 ของมหาวิทยาลัยคู่แข่ง ก่อนจะแพ้ไป จากนั้นก็ส่งมือ 1 ของฝ่ายตัวเองไปกดฝ่ายเขาบ้าง ที่สุดจึงไปตัดสินกันในประเภทคู่ น่าเสียดายที่ทีมที่ใช้กลยุทธ์นี้แพ้ไปอย่างฉิวเฉียด แต่อย่างน้อยก็มีลุ้นเฮือกใหญ่ๆ

นี่คือการรู้จักใช้กลยุทธ์อย่างชาญฉลาด สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เสมอไม่ว่ายุคสมัยไหน ขอเพียงมีสติปัญญา และรู้จักศึกษาประวัติศาสตร์การสงคราม

"ซุนปิน" ถือเป็นยอดนักการทหารระดับต้นๆ ในประวัติศาสตร์จีน คนทั่วโลกที่พอรู้ประวัติศาสตร์จีนอยู่บ้าง มักรู้จักแค่ "ขงเบ้ง" แห่งยุคสามก๊ก แต่แท้จริงแล้ว ขงเบ้งเองก็เอากลยุทธ์ของซุนปินหลายๆ อย่างไปประยุกต์ใช้ (ทว่าโดยความเห็นส่วนตัวของผม ยังไงเขาก็ทำได้ไม่ดีเท่าซุนปิน)

เรื่องน่าตลกนิดหนึ่งคือ หลายคนเห็นภาพวาดของ ซุนปิน แล้วมักเข้าใจว่าเป็น ขงเบ้ง เพราะทั้งสองคนนิยม "นั่งเสลี่ยง" อยู่เสมอในการออกบัญชาการรบ แต่เป็นการนั่งด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน

เหตุที่ซุนปินต้องนั่งเสลี่ยงก็เพราะขาทั้งสองข้างของเขาใช้การไม่ได้ ต่างจากขงเบ้ง ที่นั่งด้วยความถนัดส่วนตัว อาจเป็นเพราะเขาเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นที่ไม่ชอบขี่ม้า หรืออาจได้รับอิทธิพลของซุนปินจึงอยากนั่งบ้างอันนี้ก็ไม่มีใครทราบได้

ที่จริงแล้ว ซุนปิน ยังมีสุดยอดกลยุทธ์อีกมากมายที่น่าเรียนรู้ แต่วันนี้ขอยกมาเล่าแค่นี้ก่อนพอให้หายอยาก ประวัติศาสตร์การศึกสงครามจีนยังมีอะไรอีกมากมาย ว่างๆ จะมาเล่าให้ฟังใหม่ครับ
-
-
-

6 comments:

  1. เล่าอีกนะครับ ชอบฟังเรื่องสมัยจ้านกว๋อ

    ReplyDelete
  2. จารย์เชื่อมั้ยครับ

    กลยุทธ์นี้มีคนนำมาใช้ในการแข่งการ์ดยูกิ (Yu-Gi-Oh!) ด้วยครับ

    ขออธิบายหน่อยว่า การ์ดยูกิ (หรือไพ่ยูกิที่หายๆคนเรากัน) ในปัจจุบันนั้นแตกต่างจากในอดีตมาก มีการเล่นที่ซับซ้อนขึ้น มีความเป็นไปได้หลากหลายมากขึ้น การที่จะได้ชัยชนะมานั้น นอกจากการ์ดที่เก่งๆดีๆแล้วยังต้องมีสมาธิ การวางแผนที่รอบคอบ และจิตวิทยาอย่างมาก ไม่ต่างจากการเล่นหมากรุกเลย (ที่อเมริกานั้นมีคนที่เล่นการ์ดเป็นอาชีพเหมือนนักกีฬาด้วย เพราะรางวัลที่มากมายมหาศาลนั่นเอง)

    มันเป็นการแข่งชิงแชมป์ประเทศแบบทีม3คน ซึ่งจัดแข่งไปเมื่อ2สัปดาห์ที่แล้ว

    แบ่งลำดับเป็น หัวหน้าทีม(1) ผู้แข่งขันA(2) ผู้แข่งขันB(3)

    ซึ่งปกติทีมทั่วไปก็จะจัดตามลำดับฝีมือ แต่มีทีมที่ใช้วิธีสลับตำแหน่งฝีมือเหมือนวิธีการสลับม้าของซุนปิน แล้วทำให้ทีมตัวเองขึ้นมาติดอันดับTop 8 จาก 32 ทีมได้สำเร็จครับ

    แต่ท้ายที่สุดแชมป์ก็ไม่ใช้ใครอื่น เป็นคนจากมหาลัยเรานี่เองครับ อยู่คณะ BBA ปี 3 ได้สิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันประเภท Tag Team ระดับ Asian ในเดือนธันวานี้ครับ

    ReplyDelete
  3. อ่านจากคุณอาททำให้จำได้เลาๆ ว่าซุนปินกับพังจวนแท้จริงแล้วมีอาจารย์คนเดียวกัน และคนที่แนะนำให้พังจวนได้งาน(จนมาทรยศใส่ร้ายซุนปินในเวลาต่อมา)ก็คือซุนปินนี่เอง

    ไม่แน่ใจว่าจำมาถูกหรือเปล่านะครับ

    ReplyDelete
  4. @ ANtonio

    ซุนปิน กะ พังจวน เป็นลูกศิษย์หวางสี่ สำนัก "หุบเขาปีศาจ" น่ะ (ชื่อยังกะนิยาย แต่นี่เรื่องจริงนะ)

    แต่ถ้าผมจำไม่ผิด พังจวนเป็นคนชวนซุนปินมาทำงานด้วยกัน เพราะรู้ว่าซุนปินเก่งกว่า ถ้าไปอยู่ฝ่ายศัตรูจะกลายเป็นหนามยอกอกเขาไปตลอด

    จริงไม่จริงเราก็ไม่รู้อ่ะเนอะ ^^

    ReplyDelete
  5. หมีหัวโตJanuary 29, 2011 at 8:20 PM

    ตอนเด็กๆเคยดูหนังจีนชุดเรื่อง คัมภีร์มรณะ เป็นเรื่องราวระหว่า ซุนปิน กับผังจวน ถึงตอนนี้ถึงบางอ้อ ว่าซุนปินมีตัวตนอยู่จริงๆ :-)

    ReplyDelete
  6. เล่า ชวน ขำMarch 15, 2012 at 10:57 AM

    ผังจวนเมื่อมารับราชการที่รัฐเว่ย จึงชวนซุนปินซึ่งเป็นศิษย์สำนักเดียวกันคือสำนักหุบเขาปีศาจของกุยกู่เซียนเซิมารับราชการด้วย แต่เว่ยอ๋องสนทนาด้วยแล้วชื่นชมในปัญญาของซุนปินเป็นอันมาก จึงชวนซุนปินมาพูดคุยอยู่เสมอ ทำให้ผังจวนไม่พอใจ จึงหาข้ออ้างเพื่อลงโทษซุนปินด้วยอาญาเถื่อนคือ ตัดข้อเท้าออกทั้งสองข้าง แล้วเอาไปขังไว้ในเล้าหมู ให้อยู่กินอย่างหมูตัวหนึ่ง เขาจึงนึกขึ้นได้ว่าอาจารย์ได้ให้ถุงไว้ใบนึงเพื่อเปิดในยามคับขัน ซึ่งในถุงนั้นบอกให้ซุนปินแสร้งทำบ้า จนกระทั่งผังจวนหมดระแวง พอดีในตอนนั้นฉีเวยอ๋องต้องการคนที่สืบเชื้อสายของซุนอู่มารับราชการด้วย จึงส่งทูตไปยังเมืองหลวงของรัฐเว่ย (ตอนนี้จำไม่ได้ละ แต่ซุนปินแกล้งทำตายแล้วถูกนำศพออกมาจากเมือง) ซุนปินจึงได้ไปรับราชการอยู่กับฉีเวยอ๋อง สุดท้ายเขาก้แก้แค้นผังจวนได้สำเร็จ (ตายใต้ท่อนไม่จริงๆ)รายละเอียดผมไม่ขอเล่านะครับ ส่วนกลยุทธสลับม้า หนังสือบางเล่ม ก้บอกว่า กลยุทธแข่งม้า และอีกกลยุทธที่มีชื่อของซุนปินก้คือ ล้อมเว่ย ช่วยจ้าว ภาษาจีนออกเสียงว่าเหวยเ่ว่ย จิ้วจ้าว ประมาณนี้แหละครับ(ไม่ใช่ประการใดก้ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยนะครับ)

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ