Tuesday, November 30, 2010

เหตุการณ์ "สองมาตรฐาน" ในสามก๊ก

-
-

วันนี้ขอเล่าถึงเหตุการณ์ "สองมาตรฐาน" ใน "วรรณกรรมสามก๊ก" กันบ้าง ว่ามีเรื่องราวใดที่น่าตั้งข้อสังเกต น่าเอามาพูดมาคุยกัน

หลายคนอาจเคยเป็นเหมือนผม บางครั้งเราอ่านๆ สามก๊กไป เจอบางคนโดนสั่งตัดหัว ก็รู้สึกว่าทำไมโทษหนัก บางคนทำผิดเหมือนกันกลับไม่ต้องรับโทษ หรือกระทำการอย่างเดียวกัน ทำไมบางคนต้องตาย บางคนกลับไม่โดนโทษอะไร

ต่างคนก็ต่างมุมมองกันไป แต่ในที่นี้ ผมขอยกมาเหตุการณ์หนึ่งที่ติดใจเป็นพิเศษนะครับ ......

ขณะที่ "ขงเบ้ง" นำทัพจ๊กบุกวุยครั้งแรกนั้น ทัพหลวงของจ๊กมีชัยชนะต่อเนื่อง จนแม้โจยอย ฮ่องเต้หนุ่มยังทรงหวาดหวั่นสั่นเทาไปทั้งพระวรกาย จึงต้องเรียก "สุมาอี้" กลับมารับศึกครั้งนี้

ทัพจ๊กบุกไปถึงปากทางเข้าเมืองฮันต๋ง เป็นกันชนระหว่างวุยกับจ๊ก ใครได้ไปจะมีอำนาจเหนือแผ่นดินจีนครึ่งค่อน

ตรงปากทางเข้าเมืองนั้นมี "เขาเกเต๋ง" ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ คนที่จะนำทัพไปยึดพื้นที่แห่งนี่ต้องเก่งจริงๆ พลาดไม่ได้ ถ้าพลาดกองทัพจะพ่ายทันที เป็นจุดที่เรียกว่า "ชี้เป็นชี้ตาย" จูกัดเหลียงจึงคิดหนัก จะส่งใครไป

พลันปรากฏกายของ "ม้าเจ๊ก" คนสนิทของขงเบ้ง ลุกขึ้นอาสานำทัพออกศึก ทั้งที่ไม่เคยทำการใหญ่มาก่อน หมอนี่ปัญญาเหนือคน วาจาเฉียบคม แต่ไม่เคยได้พิสูจน์ฝีมือ ทำงานด้วยปากมาตลอด คนเขายังไม่ไว้ใจ ขงเบ้งก็ลังเล ยังไม่เชื่อมือ

ทว่าเจ้าตัวยิ่งรบเร้า ร้อนวิชา อยากลองของ สุดท้าย "มังกรเร้นกาย" ทนคำเว้าวอนไม่ไหว ยอมส่งม้าเจ๊กออกไปรับศึก โดยก่อนไปต้องเขียนทัณฑ์บนไว้ หากแพ้กลับมาต้องโดนประหารทั้งครอบครัว


ม้าเจ๊กฉลาดแต่ในตำรา ดื้อรั้น ไม่ฟังคำสั่งกุนซือฮกหลง ทัพจ๊กจึงแตกพ่าย เสียทีให้แก่สุมาอี้ การใหญ่พังทั้งที่ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม แม้ขงเบ้งเองก็เกือบเอาตัวไม่รอด ที่สุดขุนพลแซ่ม้าจึงต้องมัดตัวเองกลับมาสยบแทบเท้าขงเบ้ง

ม้าเจ๊กเอาหัวโขกพื้น ร้องไห้ขอชีวิต ขงเบ้งประกาศ เจ้าทำทัณฑ์บนไว้ จะเว้นโทษนั้นหาได้ไม่ "วินัยทัพต้องเข้มงวด ถ้ากองทัพไม่มีมาตรฐาน ต่อไปจักบริหารไม่ได้"

ที่สุดแล้ว จูกัดเหลียงจำสั่งประหารม้าเจ๊กทั้งน้ำตา แต่เว้นโทษตายให้ลูกเมีย นี่คือมาตรฐานอันเคร่งครัดของขงเบ้ง

ทว่าย้อนไปก่อนหน้านั้น ในศึกเซ็กเพ็ก หลังโจโฉแตกทัพเรือ ขงเบ้งไม่ยอมให้กวนอูไปดักจับโจโฉ เพราะรู้ดี สองคนนี้เคยมีบุญคุณกันมาก่อน แถมกวนอูรู้คุณคนยิ่งกว่าอื่นใด ขืนให้ไปมีหวังใจอ่อนปล่อยโจโฉแน่นอน

กวนอูหงุดหงิด ทำไมกุนซือไม่ยอมให้ไป แต่พอได้ฟังเหตุผลก็หัวเราะลั่น บอกท่านขงเบ้ง ข้าเป็นมืออาชีพ บุญคุณทดแทนกันไปหมดแล้ว ไม่มีวันปล่อยโจรโจโฉไปแน่ ขงเบ้งจึงให้ทำทัณฑ์บนไว้ แล้วยอมให้ไป

แท้จริงแล้ว เป็นเจตนาของขงเบ้ง เขาอ่านใจออก รู้ดีว่าอย่างไรเสียกวนอูต้องปล่อยโจโฉแน่นอน จึง "ลงทุนด้วยราคาแสนแพง" ด้วยการให้ขุนพลหน้าแดง "เขียนทัณฑ์บน" ไว้ ถ้าเอาหัวของโจโฉมาไม่ได้ ต้องเอาหัวตัวเองมาแลก

พอไปถึงที่ โจโฉซมซานมาตามเส้นทางฮัวหยง เจอกวนอูดักอยู่ เห็นหมดทางสู้จึงร้องขอชีวิต กวนอูเห็นดังนั้นหัวใจอันแข็งแกร่งก็พังทลายลง ยอมปล่อยโจโฉไป ก่อนจะคอตกกลับมารับโทษตามวินัยทัพ

ขงเบ้งเห็นดังนั้นก็แสร้งทำโกรธ สั่งประหารกวนอูทันที ไม่ทันสิ้นเสียง เตียวหุย จูล่ง ทรุดตัวลง ร้องขอชีวิต ขงเบ้งยังยืนยัน "กวนอูทำทัณฑ์บนไว้ วินัยทัพต้องมี ฝ่าฝืนต้องฆ่า"

สุดท้าย เล่าปี่จำยอม คุกเข่าลงขอขงเบ้งด้วยตัวเอง บอก "เรา เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย สาบานจะเป็นจะตายพร้อมกัน วันนี้น้องรองพลาดไปแล้ว ขอให้งดเว้นโทษด้วยเถิด"

ขงเบ้งได้ยินก็ดังนั้นจึงแสร้งจำใจ ยกเว้นโทษให้กวนอู พร้อมกำชับ ทีหลังอย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาอยู่เหนือเรื่องงาน สุดท้ายกวนอูไม่โดนแม้โทษโบยสักครั้ง พ้นผิดไปโดยปริยาย


จริงอยู่ ในหน้าศึกสงคราม ไม่มีการเอากฏบัตรกฏหมายในภาวะปกติมาบังคับใช้ แต่วินัยทัพในมือของคนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดอย่างขงเบ้งนั้น กลับถูกเอามาบังคับใช้แบบ "สองมาตรฐาน"

เป็นขุนนางธรรมดาทำทัณฑ์บนไว้ เมื่อพลาดก็ต้องตาย นั่นไม่แปลก แต่พอเป็นน้องของนายใหญ่ กลับไม่ต้องรับโทษอะไรแม้แต่น้อย ทั้งที่มี "โทษตาย" เป็นเดิมพันเหมือนกัน

เหตุการณ์ครั้งนี้ อาจมีส่วนเพิ่มความกังขาขึ้นในใจนายทหารอื่นๆ หนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นคือ "เล่าฮอง" ลูกบุญธรรมของเล่าปี่ ที่ก็ตั้งใจทำศึกอย่างเต็มที่

ต่อมา เพราะความหมั่นไส้กวนอู เล่าฮองจึงได้ปฏิเสธที่จะยกทหารไปช่วยกู้ชีวิตนายพลหนวดยาว เมื่อถึงคราวที่กวนอูโดนทัพง่อก๊กล้อมจับไว้ได้ ทั้งที่เขารักษาเมืองอยู่ใกล้ๆ นั้น

สุดท้าย กวนอูจึงโดนมาตรฐานของ "ซุนกวน" ถูกกุดหัวพร้อม "กวนเป๋ง" ลูกชาย ต้องกลายเป็นเปรตไปร้องขอหัวคืนอย่างน่าเวทนา

การได้รับ "มาตรฐานพิเศษ" จากขงเบ้ง ส่งผลเสียต่อกวนอูในระยะยาวอย่างคาดไม่ถึง ที่สุดแม้ไม่ต้องเสียหัวให้เพชฌฆาตฝ่ายตัว ก็ต้องสิ้นชีพด้วยคมดาบของฝ่ายศัตรู แม้พวกเดียวกัน รู้ทั้งรู้เขาก็ไม่ช่วย เขาหมั่นไส้ เพราะไอ้นี่มัน "อภิสิทธิ์" เยอะ

กรณี ขงเบ้งเข้มงวดกับม้าเจ๊ก แต่ผ่อนปรนให้กวนอูนี้ ผมยกมาเล่าให้ฟัง เพื่อชี้ให้เห็นว่า การใช้ "สองมาตรฐาน" นั้น ที่สุดแล้ว นอกจากจะส่งผลเสียไปทั้งระบบ คนที่จะได้รับผลเสียที่สุดก็คือผู้ได้รับสิทธิพิเศษนั้นเอง

ดังกวนอูที่ได้ศัตรูมาอีกเป็นพะเรอเกวียนจากปาหี่ของขงเบ้งในครั้งนั้น หลายปีต่อมา เขาจึงต้องปิดตำนาน "ยอดคนผู้สัตย์ซื่อ" แบบอนาถา น่าเสียดาย
-
-

11 comments:

  1. ผมไม่เห็นด้วยทั้งหมดครับ
    คำว่า "สองมาตรฐาน" ต้องมาจากคนที่ทำผิดด้วยเรื่องเดียวกัน
    ยิ่งพร้อมกันทั้งเวลาและสถานที่ยิ่งดี เหมาะสมที่จะเปรียบเทียบกันได้
    แต่เหตุการณ์ของกวนอู กับ ม้าเจ๊ก นั้นคนละเรื่อง คนละเหตุ คนละผล คนละเวลา สถานที่ ความตั้งใจของขงเบ้งต่อกวนอูกับม้าเจ๊กก็ไฝ่เหมือนกัน มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาเปรียบเทียบกันได้เลย
    ผมว่าไม่มีใครใช้ "อภิสิทธิ์" ในเรื่อง "สองมาตรฐาน" นี้หรอกครับ มีแต่เรา ๆ ท่าน ๆ ทีใช้ "อภิสิทธิ์" ในการวิพากษ์วิจารณ์คนโน้นคนนี้ เสียหาย โดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยต่างหาก

    ReplyDelete
  2. เอาทีละประเด็นนะครับ

    ประเด็นแรก คุณบอกว่า "มีแต่เรา ๆ ท่าน ๆ ที่ใช้ "อภิสิทธิ์" ในการวิพากษ์วิจารณ์คนโน้นคนนี้ เสียหาย โดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยต่างหาก"

    อันนี้คุณเข้าใจผิดแล้วครับ การวิพากษ์วิจารณ์บุคคลสาธารณะนั้น เป็น "สิทธิ" อันชอบธรรม ไม่ใช่ "อภิสิทธิ์" นะครับ โดยคุณและผมก็มีสิทธินั้นเหมือนๆ กัน

    พวกที่ใครวิจารณ์ไม่ได้นั่นต่างหาก จึงเรียกว่ามี "อภิสิทธิ์"

    แต่ถ้าการวิจารณ์นั้นไปละเมิดหรือหมิ่นประมาทให้ใครเสียหายเข้า เขาก็มีสิทธิฟ้องร้องคุณได้ คุณก็ต้องรับผิดชอบตามกฏหมาย ดังนั้น ที่คุณว่า "ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย" นั้น ก็ไม่จริงอีกเช่นกัน

    ReplyDelete
  3. ประเด็นที่สอง ที่คุณว่า " "สองมาตรฐาน" ต้องมาจากคนที่ทำผิดด้วยเรื่องเดียวกัน ยิ่งพร้อมกันทั้งเวลาและสถานที่ยิ่งดี เหมาะสมที่จะเปรียบเทียบกันได้"

    อันนั้นเป็น "มาตรฐาน" ในการเปรียบเทียบของคุณครับ แต่ไม่ใช่ "มาตรฐาน" ของผม

    ที่คุณว่าเราควรเปรียบเทียบใน "เรื่อง" เดียวกันนั้น ก็ถูกต้อง แต่ถ้าจะบอกว่า ต้องเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใน "เวลา" และ "สถานที่" เดียวกัน คุณเข้าใจผิดแล้วครับ

    ผมขอยกข้อความจากเว็บไซต์นิติราษฎร์ http://www.enlightened-jurists.com/page/167 เป็นการพิจารณาความของผู้พิพากษาสมัยโบราณมาไว้ให้อ่านกันตรงนี้นะครับ

    มีคนไทยทะเลาะกับคนจีน คนไทยเลยเอาของไปขว้างบ้านคนจีน คนจีนไปฟ้องศาล ศาลท่านพิพากษาว่า..

    "ไทยปาเรือนเจ๊ก ไม่ถูกลูกเด็ก

    ท่านว่าไม่เป็นไร ให้ยกฟ้อง"

    คนจีนเห็นศาลพิพากษาดังนั้น ก็เข้าใจว่าทำแบบนี้ไม่ผิด เลยเอาของไปขว้างบ้านคนไทยคืนบ้าง แต่พอคนไทยไปฟ้อง ศาลท่านกลับพิพากษาว่า...

    "เจ๊กปาเรือนไทย แม้ไม่ถูกใคร

    แต่ผีเรือนตกใจ ให้ไหมสามตำลึง"

    เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นคนละเวลา คนละสถานที่ บ้านก็อยู่คนละที่กัน ตอนขว้างก็ขว้างกันคนละเวลา แต่มันก็ต้องเปรียบเทียบกันได้

    หรือคุณจะบอกว่าต้องให้เจ๊กกับไทยอยู่บ้านเดียวกัน ขว้างพร้อมๆ กัน จึงจะเปรียบเทียบกันได้ครับ?

    ที่ผมยกกรณี ม้าเจ๊ก-กวนอู นั้น ผมเปรียบเทียบในแง่ของ "ทัณฑ์บน" ว่าทั้งคู่ยอมให้ขงเบ้งคาดโทษตายไว้เหมือนกัน

    แต่พอพลาดกลับมา คนหนึ่งกลับยกเว้น อีกคนหนึ่งต้องตาย เช่นนี้จะบอกว่าคนละเรื่องกันก็คงไม่ใช่มังครับ (แต่อาจจะมีตัวอย่างที่ชัดเจนกว่านี้ก็ได้ อันนั้นก็ว่ากันไป)

    โดยสรุป อะไรที่ไม่ไปล่วงละเมิดคนอื่นก็วิจารณ์ได้ทั้งนั้นแหล่ะครับ แต่วิจารณ์แล้วก็ต้องรับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเอง

    ผมเขียนบล็อกก็ใช้ชื่อจริงนามสกุลจริง เห็นหน้าค่าตา เปิดเผยทุกอย่าง ยังไงก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้วครับ :)

    ReplyDelete
  4. กรณีของกวนอูนั้น เป็นแผนของขงเบ้งทั้งหมด เนื่องจากขงเบ้งดูดาวแล้วเห็นว่าโจโฉยังไม่ถึงคราวตาย จึงแสร้งใช้กวนอูไปจับ หวังให้ทดแทนหนี้บุญคุณเดิม ซึ่งกวนอูมั่นใจมากว่าจะจับโจโฉได้หากโจโฉหนีไปทางที่ตนเฝ้าอยู่ จึงขอทำทัณฑ์บนกับขงเบ้งไว้ ซึ่งขงเบ้งไม่ได้ต้องการทัณฑ์บนจากกวนอูตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ที่รับทัณฑ์บนจากกวนอูเพราะตนก็ต้องทำทัณฑ์บนเช่นกัน เนื่องจากกวนอูท้าว่าถ้าโจโฉไม่ได้หนีไปทางที่ตนเฝ้าอยู่จะว่าอย่างไร แต่ว่า กรณีของม้าเจ๊กนั้น เป็นเรื่องของการสงคราม ซึ่งแม่ทัพนายกองในสนามรบ หากรบแพ้ก็จะต้องมีโทษ ซึ่งขงเบ้งไม่ต้องการใช้ม้าเจ๊กแต่แรกอยู่แล้ว แต่ม้าเจ๊กอาสาพร้อมทำทัณฑ์บนไว้ จึงต้องประหารตามกฎ ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์นั้น ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ครับ

    ReplyDelete
  5. ที่คุณเล่ามานั้นไม่มีอะไรผิดเลยครับ ถูกต้องทุกอย่าง

    แต่ผมได้บอกไปแล้วว่า ผมเปรียบเทียบในประเด็นของ "ทัณฑ์บน" ที่ทั้งกวนอูและม้าเจ๊กทำไว้เหมือนๆ กัน ซึ่งถ้าไม่มีประเด็นของทัณฑ์บน ผมคงไม่ยกกรณีนี้มา

    ผมยืนยันว่ามันสามารถ "เปรียบเทียบ" กันได้แน่นอนครับ แต่ไม่ได้แปลว่าคุณต้องเห็นด้วยกับผม คุณจะคิดเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ก็เป็นสิ่งที่แสดงความคิดเห็นกันได้

    จริงๆ ประเด็นเรื่องความไม่ยุติธรรมของขงเบ้ง มีหลายคนคุยกับผมว่าน่าจะเป็นเรื่องการที่เขาปฏิบัติต่อ "อุยเอี๋ยน" จะชัดเจนกว่า ซึ่งผมเห็นด้วยว่ากรณีอุยเอี๋ยนนั้นชัดกว่ามาก แต่มันไม่ได้มีเรื่องของตัวบทกฏหมาย ผมจึงเลือกที่จะยกกรณีกวนอูมาเทียบกับม้าเจ๊ก

    ที่คุณเขียนมาก็เป็นเรื่องที่คนเคยอ่านสามก๊กทุกคนคงทราบดีครับ แต่ก็ถือว่ามีประโยชน์ เพราะผมเองก็เขียนซ้ำๆ หลายครั้งแล้ว อะไรเป็นเรื่องเดิมๆ ก็ไม่อยากเขียนซ้ำอีก

    ใครไม่รู้อ่านที่คุณเขียนจะได้รู้ ก็ต้องขอบคุณในจุดนี้

    จะ "วิพากษ์" หรือ "วิจารณ์" บทความของผมนั้นได้เสมอ ไม่ได้ถือเป็น "อภิสิทธิ์" อันใดครับ

    ReplyDelete
  6. น่าสนุกครับ เถียงกันด้วยปัญญาซึ่งผมก็เห็นด้วยกับทั้งคุณที่ไม่ระบุชื่อและคุณอาทเจ้าของบล็อก

    ในความเห็นของผมเอง "สองมาตรฐาน" ในสามก๊กมีจริง ความจริงผมอยากจะเรียกว่ามัน "ไม่มีมาตรฐาน" เลยด้วยซ้ำไป เพราะกฏมีแต่บางทีก็ไม่ใช้ด้วยนายทัพ override เสียหมด อันนี้เห็นด้วยกับคุณอาท

    แต่สิ่งนี้มันผิดหมดหรือ ผมว่าไม่แน่ ในกรณีของกวนอูและม้าเจ๊กก็เป็นต่างกรรมต่างวาระ การ override ของนายทัพบางทีก็ดี บางทีก็ไม่ดี เทียบกันยากครับ

    ReplyDelete
  7. ชอบการวิเคราะห์ของคุณอาร์ทมากๆ กวนอูเป็นหนึ่งในตัวละครสามก๊กที่ผมชอบมากที่สุดครับ แต่เหมือนกวนอูมี 2 ภาค

    ภาคแรก ตั้งแต่มาเจอเล่าปี จนกระทั่งชนะศึกเซ๊กเพ๊ก ...อันนี้ชอบมาก เทพจุติดีๆนี่เอง

    ภาคสอง หลังจากศึกเซกเพ๊กและการรอดทัณฑ์บน ...สามก๊กเริ่มสื่อให้เห็นถึงความทระนงเกินเหตุ เช่น ไม่เห็นด้วยที่เล่าปี่ตั้งขุนพลเฒ่าฮองตงเป็นหนึ่งในห้าทหารเสือเสฉวน แต่ยอมกลับยอมรับม้าเฉียว เพียงเพราะเป็นเชื้อขุนนางใหญ่ม้าเท้ง ณ.เสเหลียง ถึงกับจะทิ้งเมืองขับม้าไปท้ารบตัวต่อตัว อันนี้ อีกชอต...ตอนที่ไปปรามาสซุนกวนว่า เป็นชาติสุุนัข(ถ้าจำไม่ผิดนะครับ) ตอนที่ซุนกวนขอผูกมิตรจะเสนอลูกมาแต่งงานกับลูกกวนอู

    ถึงกระนั้น ผมก็ยังชอบกวนอูอยู่ดีครับ :)

    ReplyDelete
  8. อยากให้คุณอาร์ทอธิบายเหตุผลของสามก๊ก ตอนที่จูล่งไปสาบานเป็นพี่น้องกับตัวละครตัวนึงในเรื่อง แล้วซักพักเค้าเสนอพี่สะใภ้ม่าย ให้แต่งงานกับจูล่งเพราะเห็นว่าจูล่งยังโสด ทำไมในเรื่องถึงต้องให้จูล่งโกรธขนาดจะฆ่าคนที่คุยกันถูกคอ ขนาดเพิ่งร่วมสาบานเป็นพี่น้องกันด้วย ... ไม่เข้าใจจริงๆครับ

    ReplyDelete
  9. การได้รับ "มาตรฐานพิเศษ" จากขงเบ้ง ส่งผลเสียต่อกวนอูในระยะยาวอย่างคาดไม่ถึง ที่สุดแม้ไม่ต้องเสียหัวให้เพชฌฆาตฝ่ายตัว ก็ต้องสิ้นชีพด้วยคมดาบของฝ่ายศัตรู แม้พวกเดียวกัน รู้ทั้งรู้เขาก็ไม่ช่วย เขาหมั่นไส้ เพราะไอ้นี่มัน "อภิสิทธิ์" เยอะ ---> เข้าใจเขียนครับ อย่างฮาครับ นับถือๆๆๆ

    ReplyDelete
  10. อันนี้ความเห็นส่วนตัวผมนะ

    ผมมองว่า ที่ขงเบ้ง ไม่ประหารกวนอูนั้น เป็นการจำใจมากกว่า!!
    เพราะขงเบ้งเองไม่อยากปล่อย โจโฉไปอยู่แล้ว ถ้าในเรื่อง กวนอูฆ่าโจโฉจริงในตอนนั้น วุยก๊กจะสั่นคลอนเลยทีเดียว อาจนำมาซึ่งความหายนะของวุยเลยก็ได้

    อาจจะเป็นแค่จ๊ก กับ ง่อ เท่านั้นที่ชิงแผ่นดิน ซึ่งมีหรือคนอย่างขงเบ้งจะคิดไม่ออกเลยทำทัณบนกวนอูไว้แบบนี้ เพราะ ขงเบ้งเองก็คิดว่า ถ้ากวนอูฆ่าโจโฉได้ก็จะเป็นผลดีต่อฝ่ายตน

    แต่พอกวนอูไม่ฆ่้าโจโฉแบบนั้น แล้วคนที่ขอร้องชีวิตกวนอูไว้ เป็นเล่าปี่ เตียวหุย จูล่ง
    นายตัวเองอย่างเล่าปี่ ขอชีวิตกวนอูไว้ อีกอย่างกวนอูเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเล่าปี่ ขงเบ้งจะไปดึงดันประหารได้หรือ?(เป็นผมก็คงไม่ทำ) ถ้าวันนั้นขงเบ้งประหารกวนอูจริงก็จะผิดใจกับ เล่าปี่ เีตียวหุย จูล่ง และอีกหลายผู้คนในจ๊กก๊ก ขงเบ้งเองก็จะทำการอะไรไม่ได้แน่นอน

    ขงเบ้งเป็นคนฉลาด เลยไหนๆก็ไหนๆแล้ว ฆ่าโจโฉ ก็ไม่ได้แล้ว นายตัวเองก็ขอชีวิตไว้ ก็ถือซะว่ากวนอู ได้หมดหนี้บุญคุณกับโจโฉ ไปก็แล้วกัน อีกอย่าง การยังมี กำลังสำคัญอย่างกวนอูไว้ อย่างน้อยก็มี ขุนพลเก่งให้เลือกใช้ อีกอย่าง กวนอูเป็นขุนพล ระดับชื่อก้องแผ่นดิน ออกรบกับ ง่อ หรือวุย อีกฝ่ายก็ครั่นคร้าม เพราะงั้น เก็บไว้ดีกว่าฆ่าทิ้งเปล่าๆแน่นอน

    แต่เหตุการณ์ของม้าเจ๊ก นั้นต่างกัน อย่างตอนม้าเจ๊ก นั้น เล่าปี่ไม่อยู่แล้ว ตายไปแล้ว
    ว่ากันตามตรง ตอนนั้น ขงเบ้งเป็นผู้กุมอำนาจทั้งหมด และสิ่งที่ขงเบ้งพูดคือประกาศิต(เพราะไม่มีใครใหญ่กว่าขงเบ้งอีกแล้วในจ๊กก๊ก ตอนนั้นในเรื่องการออกคำสั่ง)
    เพราะงั้นเหตุกาีรณ์ สถานการณ์ มันต่างกัน ตอนนั้นขงเบ้งลั่นวาจาไว้แล้ว แล้วการศีกเสียหายขนาดนั้น ขงเบ้งเอง เลยไม่มีทางเลือก ต้องประหารม้าเจ๊ก

    อย่างเคสของกวนอูนั้น มีนายอย่างเล่าปี่ขอไว้ การเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเล่าปี่ ทำให้ฐานะแตกต่างกับม้าเจ๊กลิบลับ อีกอย่างการเก็บกวนอูไว้ใช้ดูจะเป็นประโยชน์ในภายหลังจริงๆ ซึ่งเราก็เห็นว่าการที่กวนอูยังอยู่หลังจากนั้น กวนอูยึดเมืองและช่วยจ๊กก๊กได้มากแค่ไหน

    แต่อย่างเคสของม้าเจ๊กนั้นต่างกัน ม้าเจ๊กไม่ได้เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับใคร อีกอย่าง ตอนนั้น ขงเบ้งกุมอำนาจในทัพจ๊กก๊กเบ็ดเสร็จ อะไรที่ว่าไว้ก็ต้องเ็ป็นไปตามนั้น ไม่งั้น ทหารจ๊กก็จะไม่เชื่อถือขงเบ้ง กำลังใจในทัพก็จะถดถอย ยิ่งม้าเจ๊กไปแพ้ศึกที่เรียกว่า ชี้เป็นชี้ตาย แบบนั้น ทำให้ ขงเบ้งยิ่งหมดทางเลือก ต้องประหารสถานเดียว
    เพราะว่ากันตามตรง ขงเบ้งเป็นคนฉลาดแ่ค่ไหนใครก็รู้ ถ้าเค้ามีทางที่จะช่วยคนที่ตัวเองชอบพอไว้ได้ หรือจะมีคุณกับตนได้ เค้าย่อมต้องช่วยให้ได้แน่นอน
    แต่กับเคสม้าเจ๊กนั้น การแพ้ศึกนั้น เป็นเรื่องที่ขงเบ้งเอง แม้ขงเบ้งฉลาดขนาดไหน เค้าก็ไม่อาจแก้ตัวให้ม้าเจ๊กได้ เพราะขงเบ้ง ไม่มีข้อแก้ตัวให้กับ ทหารจ๊ก ที่ตายไปเยอะขนาดนั้นเพราะเพียงแค่การตัดสินใจผิดๆของม้าเจ๊กได้ จนต้องจำใจประหารม้าเจ๊ก


    ผมว่าเหตุการณ์ของม้าเจ๊กนั้นมันบังคับและกดดันมากกว่า เพราะแพ้ศึกมา ทหารตายเยอะ แล้วก็เป็นเพราะการตัดสินใจผิดของม้าเจ๊กเองด้วย(โทษใครไม่ได้จริงๆแถมม้าเจ๊กเสนอตัวเองออกรบด้วย ไม่ใช่ ขงเบ้งบังคับให้ไป)

    อย่างเหตุการณ์ของกวนอูนั้น ฝ่ายของเล่าปี่เอง ถือว่าชนะศึกนั้นไปแล้ว อีกทั้ง การที่เล่าปี่ ขอชีวิตไว้ กวนอูเป็นพี่น้องเล่าปี่ ก็ส่วนหนึ่ง อีกทั้งกวนอู ให้มีชีวิตอยู่ก็ดีกว่าตาย ยังใช้งานได้อีกเยอะ สถานการณ์ มันมีปัจจัยต่างกันเยอะ ราวฟ้ากับเหว

    ผมเห็นใจขงเบ้ง ตอนประหารม้าเจ๊ก เพราะไม่มีทางเลือกกับเคสของม้าเจ๊กจริงๆ

    ReplyDelete
  11. สมัยนี้น่าจะมี "ทัณฑ์บน" บ้างนะครับ เช่น ถ้ามีบ่อน มียาบ้าระบาด ไล่แม่ทัพออกทันที เป็นต้น แม่ทัพไทยจะได้ "กลัว" บ้าง

    การเลือกปฏิบัติระยะยาวแล้ว "ไม่ดี" เพราะจะทำให้คนอื่น "อ้าง" กฏก็เสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ไปเอง

    ขงเบ้งเป็นยอดคน หยั่งรู้ ใจคน และ ฟ้าดิน

    ผู้กองเบิร์ด

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ