Wednesday, December 22, 2010

10 เรื่องของ "มาร์ค" ที่คุณอาจไม่เคยรู้

-
-

หลังจากผมเล่าเรื่องของ "มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก" ผู้ก่อตั้ง Facebook ไปในคราวที่แล้ว แม้จะเป็นเรื่องราวในทางลบมากกว่าบวก แต่จริงๆ แล้ว เขาผู้นี้ยังมีด้านที่น่าสนใจที่หลายๆ คนอาจไม่เคยรู้ ซึ่งทำให้เขาประสบความสำเร็จ สร้างสุดยอดเครือข่ายสังคมเชื่อมคนทั่วโลกขึ้นมาได้

ข้อมูลนี้ มาจากนิตยสาร TIME ฉบับล่าสุด ซึ่งได้ยกให้ ซัคเคอร์เบิร์ก เป็น "Person of the Year" ประจำปี 2010 ไปเรียบร้อยแล้ว ผมคัดมา 10 อย่างที่คิดว่าน่าสนใจให้ได้ทราบกันครับ (แปลไม่ไหว ยาวเกิน)

เรื่องของ "มาร์ค" ที่คุณอาจไม่เคยรู้

1. พ่อของมาร์คเป็นหมอฟัน มีฉายาว่า "Painless Dr.Z" หรือ "หมอซีไม่เจ็บ" ซึ่งหมายถึงเป็นหมอฟันที่ทำฟันโดยคนไข้ไม่เจ็บปวด สโลแกนของพ่อมาร์คคือ "We cater the cowards." หรือแปลเป็นไทยได้ประมาณว่า "ถ้ากลัวเจ็บ เราจัดให้"

2. พ่อของมาร์คบอกว่า มาร์คเป็นคนที่ "มุ่งมั่นและเข้มงวดกับตัวเอง" ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เขามีวันนี้

3. มาร์คเป็นคนตัวไม่ใหญ่ สูงประมาณ 173 ซม.เท่านั้น

4. ตอนอายุ 12 มาร์คเริ่มฉายแววด้วยการสร้างเว็บไซต์เครือข่ายสำหรับใช้กันในครอบครัว ตั้งชื่อว่า "Zucknet"

5. สมัยเรียนมัธยม มาร์คมีความสนใจพิเศษอยู่ 2 อย่าง คือ เรียนภาษาโบราณ และฟันดาบ

6. มาร์คเป็นคนเขียนโปรแกรม Synapse เป็นโปรแกรมแนะนำเพลงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง จึงมีทั้ง AOL และ Microsoft แย่งกันขอซื้อ โดยให้ราคาถึง 1 ล้านเหรียญ

ในวันนั้นเขายังเป็นแค่เด็กมัธยมคนหนึ่ง ไม่ได้มีเงินทองมากมาย ซึ่งถ้าขาย Synapse เขาจะรวยทันที แต่จะต้องดร็อปเรียนมาเพื่อทำงานนี้เต็มเวลา เขาจึงปฏิเสธ เพราะต้องการเข้าเรียนที่ "ฮาร์วาร์ด" มหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกา

7. มาร์คมีแฟนเป็นสาวจีน และกำลังเรียนภาษาจีนอยู่

8. ชุดประจำของมาร์คคือ เสื้อยืด กางเกงยีนส์ และใส่เสื้อคลุมที่มีฮู้ด

9. มาร์คเป็นคนมีบุคลิกแปลกๆ คนเข้าถึงได้ยาก แต่เขาไม่ใช่คนเย็นชา เวลาคุยกับใครเขาจะจ้องตาคนๆ นั้นอยู่ตลอดเวลา และพูดเร็วมาก เหมือนข้อมูลที่พรั่งพรูออกมาจากคอมพิวเตอร์

ถ้าคุยกับใครถึงจุดหนึ่งแล้วไม่มีเรื่องที่เป็นประโยชน์กับเขาอีกต่อไป เขาก็จะหยุดคุย บางทีก็หันหลังเดินจากไปทันที ไม่มีการรักษามารยาทใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ เขาไม่ได้มีเจตนาจะหยาบคาย เป็นเพียงเพราะเครื่องจักรในหัวสมองเขากำลังบอกว่า "การคุยกับคุณไม่ใช่ประโยชน์สูงสุดของผม ณ เวลานี้" เท่านั้น (พวกมนุษย์คอมนี่เนิร์ดเหมือนกันทุกคน เหอๆ)

10. มาร์คได้รับปากกับ "บิลล์ เกตส์" และ "วอร์เรน บัฟเฟตต์" สองมหาเศรษฐีอันดับ 1-2 ของโลกเรียบร้อยแล้ว ว่าเขาจะบริจาคทรัพย์สินที่มีอย่างน้อยครึ่งหนึ่งก่อนตายให้กับการกุศล

สุดท้าย ผมขอฝากคำพูดของ ซัคเคอร์เบิร์ก ที่ชี้ชัดถึงปัจจัยทีทำให้เขาประสบความสำเร็จ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่หนัง The Social Network ได้พลาดที่จะนำเสนอไป น่าสนใจมากๆ ดังนี้ครับ...

เมื่อหนัง The Social Network เข้าฉาย มาร์คปิดโรงหนังเพื่อพาพนักงานทั้งบริษัทไปดู มาร์คบอกว่า "ผมขำมากที่หนังพยายามเน้นสุดๆ ให้รายละเอียดมากมายตรงกับความเป็นจริง" (แม้ว่าจะมีสิ่งปลีกย่อยที่พลาดไปก็ตาม)

มาร์คยกตัวอย่างว่า เสื้อยืดที่ตัวละครที่เล่นเป็นตัวเขาใส่ในหนังนั้น เป็นเสื้อยืดที่เขาใส่จริงแทบทุกตัว แต่เครื่องดื่มที่มาร์คในหนังดื่มนั้น เขาไม่เคยดื่มเลย

สิ่งสำคัญที่สุดที่มาร์คบอกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้พลาดไปก็คือ หนังไม่ได้พูดเลยว่า การจะประสบความสำเร็จอย่างตัวเขาได้นั้น "คุณต้องอยากที่จะทำอะไรสักอย่าง เช่น ออกเดตกับใครสักคน หรือเป็นส่วนหนึ่งของ Final Club (สโมสร Exclusive ของเด็กฮาร์วาร์ด) เพื่อที่จะมีแรงผลักดันให้ทำของแบบนี้ (หมายถึง Facebook) ออกมาได้"

โดยสรุปแล้ว มาร์คกำลังบอกว่า การที่เขาสรรค์สร้าง Facebook ขึ้นมาได้จนประสบความสำเร็จอยู่ทุกวันนี้ เป็นเพราะเขามี "แรงผลักดัน" (Motivation) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและน่าจะเป็นประโยชน์มากถ้าหนังได้ถ่ายทอดบทเรียนตรงนี้ไปสู่ผู้ชม

จะ "รักมาร์ค" หรือ "เกลียดมาร์ค" ก็ดูมาร์คเป็นตัวอย่างได้ครับ
-
-

No comments:

Post a Comment

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ