Monday, January 24, 2011

36 กลยุทธ์จีน: กลยุทธ์ที่ 2 "ล้อมเว่ยช่วยจ้าว"


ผมเคยหยิบเรื่อง "36 กลยุทธ์จีน" มาขีดๆ เขียนๆ ในแบบฉบับของตัวเองไว้นานแล้ว ก็มีหลายคนบอกมาว่าอยากให้เขียนอีก ผมจึงเขียนต่อ ในรูปแบบที่สั้น กระชับ เข้าใจง่าย ย่อยให้เรียบร้อย พร้อมกับแต่งกาพย์กลอนบรรยายประกอบไว้ด้วย

วันนี้ ขอเล่าถึง กลยุทธ์ที่ 2 "ล้อมเว่ยช่วยจ้าว" อันโด่งดัง ลองอ่านกันดูนะครับ อ้อ..ใครจะเอาไปโพสต์ต่อที่ไหนรบกวนให้เครดิตผมด้วยนะครับ เหอๆๆ


"เมื่อเขาแข็ง เรารอก่อน อย่าวอนหา
พึงจับตา หาที่อ่อน ลดทอนได้
เจอจุดอ่อน อย่ารอรี ตีทันใด
เลี่ยงแข็งไว้ เข้าตีอ่อน จึงนอนมา
เมื่อเขารวม จงหลอกล่อ รอให้เล็ก
รังแกเด็ก หลีกผู้ใหญ่ มีชัยง่าย
เมื่อเขาคึก ฮึมเหิม เสริมแรงใจ
อย่าเข้าไป รอให้แผ่ว แล้วค่อยลุย
เขาสงบ เราอย่ายุ่ง มุ่งคอยป่วน
ยุให้รวน แล้วสวนตี มีแต่ได้
แกล้งล้อมเว่ย เพื่อช่วยจ้าว คว้าเอาชัย
จงจำไว้ กลยุทธ์นี้ ดีจริงจริง”


การแก้แค้นของซุนปิน

เรื่องเล่าของกลยุทธ์นี้ ถือเป็นตำนานคลาสสิคในประวัติศาสตร์การศึกสงครามจีน เป็นเรื่องราวของ “ซุนปิน” ยอดกุนซือสมองเพชร ผู้กลืนเลือดเก็บความแค้นสุมอกเอาไว้ ก่อนทำศึกคว้าชัยเหนือ “พังจวน” ศัตรูคู่อาฆาตได้เป็นผลสำเร็จ

“ซุนปิน” เป็นยอดนักการทหารคนหนึ่ง ว่ากันว่ากันสืบเชื้อสายมาจาก “ซุนวู” ยอดนักการทหารผู้แต่งพิชัยสงคราม 13 บทอันลือลั่น เขาลืมตามาดูโลกในยุคจ้านกว๋อ หลังจากซุนวูเสียชีวิตไปร่วมร้อยปี

ซุนปินเป็นเพื่อนนักเรียนกับ “พังจวน” แต่ปัญญาของเขาเหนือกว่าพังจวนมาก พอเรียนจบ พังจวนไปรับราชการกับแคว้นเว่ย เขาจึงเอ่ยปากแนะนำอ๋องแคว้นเว่ย ให้ดึงซุนปินมารับราชการด้วย เพราะกลัวว่าหากซุนปินไปเป็นกุนซือของแคว้นอื่น จะเป็นภัยกับตนในภายหลัง

ในที่สุด ทั้งสองคนจึงได้ร่วมงานกัน แต่ซุนปินสติปัญญาดีกว่าจึงเจริญก้าวหน้าในสายงานอย่างรวดเร็ว เป็นที่โปรดปรานของท่านอ๋อง พังจวนเห็นดังนั้นก็ยิ่งอิจฉาริษยา คิดหาทางใส่ร้ายเล่นงานอยู่ตลอด

สุดท้าย พังจวนจึงคิดอุบายชั่ว เขียนจดหมายปลอม หลอกอ๋องว่าซุนปินคิดจะแปรพักตร์กลับไปรับราชการกับแคว้นฉีซึ่งเป็นแผ่นดินเกิด และด้วยสติปัญญาของซุนปิน สักวันเขาจักเป็นภัยต่อแคว้นเว่ยอย่างแน่แท้ อ๋องแคว้นเว่ยหลงเชื่อจึงสั่งคุมขังซุนปินทันที

ยังไม่พอ พังจวนกลัวซุนปินจะหลบหนี จึงสั่งให้ทหารตัดลูกสะบ้าที่หัวเข่าทั้งสองข้าง ซุนปินต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส กลายเป็นคนขาเป๋ แถมยังโดนสักหน้าประจานเป็นคำว่า “แอบสมคบคิดกับศัตรูของชาติ”

ทีแรกเขาก็คิดไม่ถึงว่าพังจวนจะกระทำการชั่วร้ายเช่นนี้ จนมาทราบในภายหลัง ปราชญ์ผู้สืบเชื้อสายจากซุนวูจึงสาบานกับตัวเองว่าสักวันจักต้องล้างแค้นให้ได้ แต่จะหลบหนีจากที่คุมขังนี้ได้อย่างไร ในเมื่อพังจวนส่งทหารมาคุมเข้มงวด มีเวรยามหนาแน่น ?

โบราณว่าไว้ “การศึกไม่หน่ายเล่ห์” ซุนปินจึงคิดอุบายแสร้งทำเป็นเสียสติ ทำตัวเหมือนคนบ้า หัวเราะบ้าง ร้องไห้บ้าง บางทีก็เห่าหอนเหมือนสุนัข เมื่อพังจวนลองแวะเข้ามาดู ซุนปินก็แกล้งทำบ้าหนักขึ้น พังจวนเอาอาหารและสุรามาให้ ซุนปินก็เขวี้ยงทิ้งหมด ครั้นลองให้ทหารเอาอุจจาระเข้ามา เขากลับคว้าเข้าปากทันที

พังจวนเห็นดังนั้นก็เบาใจ เข้าใจว่าซุนปินบ้าไปแล้วจริงๆ คงไม่เป็นภัยต่อตนในภายหน้า จึงผ่อนคลายการดูแลลง บางทีก็ปล่อยให้ซุนปินออกไปเดินเล่นสูดอากาศนอกคุกได้ เพราะไม่คิดว่ามีพิษสงอะไรแล้ว

เวลาผ่านไปหนึ่งปี อยู่มาวันหนึ่ง แคว้นฉีส่งทูตมายังแคว้นเว่ย ซุนปินได้ข่าวจึงแอบหลบหนีออกไปในคืนที่หมอกลงจัดเพื่อไปพบทูต ขอให้ช่วยพาตนกลับแคว้นฉี ทูตแคว้นฉีเคยได้ยินชื่อเสียงของซุนปินว่าเป็นศิษย์สำนัก “หุบเขาปีศาจ” อันโด่งดัง (เป็นชื่อสำนักที่ซุนปินและพังจวนเคยศึกษา) จึงช่วยพาซุนปินหลบหนีกลับแคว้นฉี

พอมาถึงแคว้นฉีได้ไม่นาน อ๋องแคว้นฉี ได้ทราบกิตติศัพท์ของซุนปินจึงเรียกไปรับราชการ ตั้งให้เป็นที่ปรึกษาฝ่ายการทหาร

ต่อมา อ๋องแคว้นเว่ยคิดจะไปตีแคว้นจ้าวซึ่งเป็นแคว้นเล็กๆ แคว้นจ้าวเห็นเหลือกำลังจะรับมือ จึงส่งทูตมาขอความช่วยเหลือจากแคว้นฉี พร้อมสัญญาว่าถ้ารักษาเอกราชไว้ได้จะยกเมืองให้แคว้นฉีเมืองหนึ่ง อ๋องแคว้นฉีเห็นซุนปินรู้ไส้รู้พุงแคว้นเว่ยเป็นอย่างดี จึงตั้งซุนปินเป็นแม่ทัพช่วยแคว้นจ้าวสู่กับแคว้นเว่ย แต่ซุนปินถ่อมตัวจึงไม่ยอมรับ ท่านอ๋องจึงตั้ง “เถียนจี้” เป็นแม่ทัพแทน ส่วนตัวซุนปินเป็นที่ปรึกษาเดินทางไปด้วยกัน

ขณะนั้น แคว้นเว่ยล้อมเมืองหลวงของแคว้นจ้าวอยู่ โดยมี พังจวน คู่แค้นตัวฉกาจของซุนปินเป็นแม่ทัพ ซุนปินแนะนำแม่ทัพเถียนจี้ ไม่ให้เข้าตีกองทัพเว่ยทันที เพราะทัพเว่ยเพิ่งมาถึง ยังฮึกเหิมเข้มแข็งอยู่

ซุนปินชี้ชัดว่า “อันการศึกนั้น พึงเลี่ยงแข็ง ตีอ่อน” จึงแนะนำเถียนจี้ว่า แทนที่จะเข้าตีทัพหลวงของเว่ยโดยตรง จงเลี่ยงเสียด้วยการยกทัพไปล้อมเมืองต้าเหลียง เมืองหลวงของแคว้นเว่ย เมื่อทัพเว่ยเห็นดังนั้นก็ย่อมห่วงหน้าพะวังหลัง ที่สุดจักต้องถอนทัพกลับมารักษาเมืองอย่างแน่นอน ทำเช่นนี้ แคว้นจ้าวก็จักปลอดภัยโดยที่เราไม่ต้องเหนื่อยเลย เถียนจี้เห็นชอบด้วยจึงทำตาม

ที่สุดแล้ว การณ์เป็นไปดั่งคำของซุนปินทุกประการ พังจวนเห็นทัพฉีไปล้อมเมืองเว่ยก็ห่วงหน้าพะวงหลัง กลัวว่าตีของใหม่ไม่ได้แล้วยังเสียของเก่า เดี๋ยวจะไม่มีแผ่นดินอยู่กัน จึงรีบสั่งถอนทัพจากแคว้นจ้าวด้วยความรุกลี้รุกรน เป็นอันว่าแคว้นจ้าวปลอดภัย

ฝ่ายซุนปินรู้ว่าทัพเว่ยต้องยกกลับมาแน่ จึงซุ่มทหารคอยลอบตีอยู่กลางทาง ที่สุดแล้ว ทัพเว่ยที่กำลังรีบร้อน พอเจอทัพฉีจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวก็แตกพ่ายไปไม่เป็นกระบวน

นี่คือกลยุทธ์ “ล้อมเว่ยช่วยจ้าว” อันลือลั่น ซึ่งกลั่นมาจากมันสมองของซุนปินนี่เอง

1 comment:

  1. ดีครับ จะได้ทบทวนกลยุทธ์และวิเคราะห์ได้กระจ่างขึ้นครับ
    คนติดตามสามก๊ก 2554

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ