Friday, February 4, 2011

ล้อมเว่ยช่วยจ้าว (ต่อ): "ถอยทัพลดเตา"


เอ้า...คราวที่แล้วฟีดแบ็คดีพอสมควร งั้นขอว่าต่อกันเลยละกันนะครับ กับกลยุทธ์ที่ 2 ใน "36 กลยุทธ์จีน" อันมีชื่อว่า "ล้อมเว่ยช่วยจ้าว" คราวนี้สนุกกว่าเก่า เพราะมีการ "ถอยทัพลดเตา" ของซุนปิน มาให้ได้ทึ่งกันด้วย ไปสนุกกันต่อเลยครับ

ซุนปินใช้กลยุทธ์ "ล้อมเว่ยช่วยจ้าว" ทำพังจวนเสียรู้ไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่ความแค้นยังหาได้ยุติลงไม่

10 ปีต่อมา แคว้นเว่ยคิดหาเรื่องจะไปตี “แคว้นหาน” บ้าง แคว้นหานจึงเอาอย่างแคว้นจ้าวด้วยการส่งคนไปขอความช่วยเหลือจากแคว้นฉี และซุนปินก็เห็นชอบให้ฉีส่งทัพไปช่วยหาน แต่ปล่อยให้ทัพหานรบต้านทานเว่ยจนอ่อนเปลี้ยเสียก่อน จากนั้นก็ใช้ลูกไม้เดิมเหมือนเมื่อครั้งที่แล้ว คือนำทัพมุ่งหน้าไปล้อมเมืองเว่ยเอาไว้

ฝ่ายพังจวนซึ่งยกทัพไปตีเมืองหานมีชัยครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อได้ทราบข่าวว่าซุนปินนำทัพฉีไปล้อมต้าเหลียงอีกรอบก็โกรธมาก สาบานว่าต้องฆ่าซุนปินให้ได้ แต่ก็ต้องรีบยกทัพกลับด้วยความจำใจ จะเห็นได้ว่ากลยุทธ์เดิมของซุนปินสำเร็จซ้ำสอง แต่เปลี่ยนจาก “ล้อมเว่ยช่วยจ้าว” เป็น “ล้อมเว่ยช่วยหาน” เท่านั้น

ฝ่ายซุนปิน พอทราบว่าทัพเว่ยยกกลับมาแล้วก็แสร้งทำกลลวงโดยสั่งถอยทัพ แต่แท้จริงแล้วเป็นการถอยเพื่อหาโอกาสโจมตี

ซุนปินสั่งให้ทหารลดเตาไฟสำหรับหุงต้มอาหารลงทุกวัน โดยวันแรกให้ก่อเตาหุงต้มสำหรับเลี้ยงไพร่พล 10 หมื่น พอวันที่ 2 กลับให้ทหารก่อเตาหุงต้มสำหรับพอเลี้ยงคนแค่ 5 หมื่น พอวันที่สามก็เหลือเตาไว้แค่พอเลี้ยงไพร่พล 3 หมื่น ทำเช่นนี้ติดต่อกัน โดยทุกๆ ครั้งจะทิ้งหลักฐานเอาไว้


พังจวนไล่ตามมาเห็นเตาหุงข้าวมีจำนวนลดลงวันละครึ่งต่อครึ่งก็ยิ่งได้ใจ คิดว่าทหารฉีคงเสียขวัญหนีทัพไปเยอะแล้ว จึงแบ่งเอาทหารฝีมือดีที่สุด 2 หมื่นนายยกล่วงหน้าไป หวังตามจับซุนปินฆ่าให้ได้

ซุนปินเห็นอุบายตนได้ผล จึงล่อให้ทัพของพังจวนเข้ามาอยู่ระหว่างหุบเขา 2 ลูก ระหว่างเขา 2 ลูกนั้นมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซุนปินให้ทหารขูดเปลือกไม้แล้วเขียนเป็นคำว่า “พังจวนตายอยู่ใต้ต้นไม้นี้” จากนั้นก็สั่งมือเกาทัณฑ์ 1 หมื่นนายไปซุ่มบนยอดเขา สั่งว่าถ้าเห็นไฟสว่างวาบขึ้นเมื่อไรให้ระดมยิงกันลงมา

ทหารพังจวนมาถึงหุบเขาในเวลาพลบค่ำ เห็นต้นไม้ใหญ่มีอักษรเขียนอยู่จึงไปรายงาน พังจวนมาถึงใต้ต้นไม้ก็จุดคบเพลิงขึ้นเพื่ออ่าน เห็นข้อความเขียนไว้ดังนั้นจึงรู้ตัวว่าติดกับซุนปินเข้าให้แล้ว

ทันใดนั้น เกาทัณฑ์นับหมื่นก็พุ่งลงมาจากยอดเขา ระดมใส่ร่างพังจวนจนพรุน ก่อนตายพังจวนตะโกนออกมาว่า “กูเจ็บใจนักที่ไม่ได้ฆ่าไอ้คนสักหน้าขาเป๋ตั้งแต่ตอนนั้น” ว่าแล้วก็ควักดาบออกมาแทงตัวเองตายคาที่ จึงถือได้ว่าซุนปินชำระแค้นได้สำเร็จเสร็จสมบูรณ์

ต้องถือว่าเรื่องราวของคู่อาฆาต “ซุนปิน – พังจวน” นี้ สมดังคำโบราณที่ว่า “แค้นนี้ 10 ปีแก้ยังไม่สาย” ทุกประการ แต่ที่น่าจดจำและนำไปใช้ไม่น้อยไปกว่ากันก็คือกลยุทธ์ “ถอยทัพ-ลดเตา” ที่กลั่นจากมันสมองของซุนปินนั่นเอง

วิเคราะห์กลยุทธ์

กลยุทธ์นี้อยู่ในจำพวก “จริงคือลวง ลวงคือจริง” ประเภท “แข็งแสร้งทำว่าอ่อน”

ทัพฉีของซุนปินเป็น “ของจริง” อยู่ในสภาพพร้อมรบ แต่แกล้งลวงให้ข้าศึกเข้าใจว่าอ่อนแอ เพื่อที่จะหาโอกาสคว้าชัยในที่สุด

แม้ซุนปินจะช่วยแคว้นหานได้สำเร็จ แต่หากรอปะทะอยู่ที่เดิม ที่สุดแล้วทัพฉีเองจะต้องเป็นฝ่ายรับมือกับทัพหลวงของเว่ยซึ่งกำลังฮึกเหิมและโกรธแค้น ซึ่งไม่ว่าจะแพ้หรือชนะก็ต้องเจ็บตัว เสียไพร่พลไปไม่มากก็น้อย

ซุนปินจึงทำกล “ถอยทัพ-ลดเตา” เพื่อให้ศัตรูประมาท ได้ใจ จนหย่อนความระแวดระวัง พังจวนลงทุนนำทัพแค่ 2 หมื่นมาตามตีก็เพราะคิดว่าฝ่ายซุนปินไม่เหลืออะไรแล้ว สุดท้ายจึงต้องแตกพ่ายไป


การประยุกต์ใช้


ในชีวิตจริง พึงระลึกไว้เสมอว่า “จริงคือลวง ลวงคือจริง” หากท่านต้องสู้รบปรบมือกับใคร จงแสดงออกในทางตรงกันข้าม หลอกลวงให้ข้าศึกได้เข้าใจสภาพการณ์ของเราในทางที่ผิดพลาด

การที่ท่านเข้มแข็งแต่แสดงว่าอ่อนแอนั้น ไม่ได้มีผลเสียใดๆ ทั้งสิ้น มีแต่ได้กับได้ เช่น ในการแข่งขันกีฬาหรือเกมการละเล่นใดๆ หากมีการพนันขันต่อเข้ามาร่วมด้วย แม้ท่านจะมีฝีมือเหนือกว่าก็พึงแสดงว่าอ่อนเข้าไว้

จากนั้น จงล่อใจฝ่ายตรงข้ามด้วยการเสนอ “เงินเดิมพัน” สูงๆ (แต่อย่ามากจนเขาระแวง) เมื่อฝ่ายตรงข้ามเห็นเงินเดิมพันกองโตวางอยู่ก็จะยิ่งได้ใจ รีบโดดตะครุบ ดีไม่ดีอาจมี “แต้มต่อ” ให้เราเสียด้วยซ้ำ เหมือนที่พังจวนเข้าใจว่าซุนปินแตกทัพ จึงกล้านำทหารแค่ 2 หมื่นยกมาตามตี นี่เท่ากับให้แต้มต่อกันง่ายๆ

สุดท้าย ฝ่ายเราก็จะได้ “กินหมู” ฟรีๆ ส่วนฝ่ายตรงข้ามน่ะหรือ เสียทั้งหน้า เสียทั้งเงิน เอาคืนก็ไม่ได้ หากเขาจะขอแก้มือท่านก็จงอย่ายอมเป็นอันขาด รีบ “ตีหัวเข้าบ้าน” โดยพลัน

อย่าลืมนะครับ เจอ “หมู” ที่ไหน “ถอยทัพ-ลดเตา” เป็นกลยุทธ์ที่มองข้ามไม่ได้จริงๆ!!


ข้อควรระวัง
ผู้ใช้กลยุทธ์นี้ต้องทำให้แนบเนียน อย่าหลอกมากไปจนศัตรูไม่เชื่อ ลองคิดดูว่าถ้าซุนปินลดเตาทีเดียวฮวบฮาบ จากเตา 5 หมื่นคนเหลือแค่เตา 5 พันคน แทนที่พังจวนจะหลงเชื่อ กลับจะรู้ทันว่าเป็นกลอุบาย กลยุทธ์นี้ก็ย่อมไม่สำเร็จ ดังนั้น จะหลอกใคร ต้องหลอกให้สมจริง นี่คือหัวใจของกลยุทธ์ “ถอยทัพ-ลดเตา” ครับ
-
-

6 comments:

  1. ต้องเอากลยุทธ์นี้ไปใช้กะคนใกล้ตัวซะแล้ว อิอิ

    ReplyDelete
  2. นอกจากซุนปิ่น แล้ว ดูเหมือนยุคชุนชิว จ้านกว๋อ ยังมีปราชญ์ชื่อดังอีกสองสามคน อยากให้เล่าให้ฟังหน่อยครับ

    ReplyDelete
  3. @Chokedeejang : จะถอยทัพเพิ่มหม้อป่าวครับ อิอิอิ

    @Dekisugi: มีหลายคนอ่ะครับ เสี่ยโจ๊กหมายถึงใครครับ จะได้เล่าถูก :) (คงไม่ใช่ซุนวู เพราะใครๆ ก็รู้จัก)

    ReplyDelete
  4. ถ้าผมอยากอ่านหนังสือยุคของบุคคลอย่างซุนปิน พังจวน
    รบกวนมีหนังสือแนะนำไหมครับ

    ReplyDelete
  5. อ่าน "36 กลยุทธ์" ฉบับเต็มก่อนเลยครับ :)

    ReplyDelete
  6. ขอบคุณครับพี่

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ