Monday, February 14, 2011

"คนแบบพวกเอ็ง"


วันนี้ผมไปถอนเงินที่ห้างโลตัสมาครับ ธนาคารที่ไปถอนเงินนี้เป็นสาขาย่อย เป็นธนาคารชั้นนำของประเทศ พูดชื่อไปไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอน โลโก้ก็คล้ายๆ กับห้างโลตัสนั่นแหล่ะ

ระหว่างที่ผมกำลังทำรายการอยู่หน้าเคาน์เตอร์นั้น ก็เหลือบไปเห็นเคาน์เตอร์ข้างๆ มีลูกค้า ดูจากเครื่องแบบที่เธอใส่ คาดว่าน่าจะเป็น "พนักงานทำความสะอาด" ของบริษัทที่รับเหมาจัดการดูแลความสะอาดอยู่ในห้างโลตัส มาติดต่อเจ้าหน้าที่ โดยแจ้งว่า เธอกดรหัสบัตรเอทีเอ็มผิด จึงถูกยึดบัตรไป

พนักงานหญิงที่เคาน์เตอร์ข้างๆ ถามเธอว่า ทราบรหัสบัตรเอทีเอ็มหรือไม่ เธอก็ตอบว่าทราบ พนักงานจึงแจ้งว่า ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชน (คาดว่าน่าจะเพื่อขอทำบัตรใหม่) แต่ตอนนี้ที่ธนาคารเครื่องถ่ายเอกสารเสีย เธอจึงต้องเอาบัตรประชาชนไปถ่ายเอกสารมาเอง

ทั้งสองคุยกันอยู่เพียงไม่กี่ประโยค ซึ่งตัวผมที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าพวกเขาสื่อสารกันยากเย็นเท่าไรนัก เป็นการพูดคุยธรรมด๊า ธรรมดา แต่ที่สะกิดใจ ...ที่จริงต้องเรียกว่า "กระแทกใจ" ผมขึ้นมาทันทีก็คือ...

ไม่กี่วินาทีหลังจากพี่ลูกค้ารากหญ้าคนนั้นลุกไป พนักงานสาว อายุราว 20 กว่าๆ ของ "ธนาคารสีน้ำเงิน" คนที่ว่า ก็บ่นขึ้นมาว่า "เบื่อจะคุยกับคนแบบพวกนี้จริงๆ"

ผมฟังแล้วก็ไม่เข้าใจอย่างแรง อยากจะลุกขึ้นไปถามพนักงานสาวคนนั้นเหมือนกันว่า "แล้วคุณเป็นคนพวกไหนครับ?"

พี่พนักงานทำความสะอาดคนนั้น ดูจากท่าทีของเธอก็สุภาพดี ไม่ได้มีอะไรที่ดูน่ารังเกียจเลย แต่อย่างว่า พี่เขาเป็นคนทำความสะอาด ย่อมจะถามอะไรซื่อๆ เข้าใจอะไรได้ยากกว่าเราๆ และคงพูดจาภาษาเทคนิคได้ไม่เหมือนคนชั้นกลางอย่างผมหรืออีกหลายๆ คน

ทว่านั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เขาสมควรจะถูกดูถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากคนที่ทำงานบริการอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ซึ่งยิ่งต้องสุภาพกว่าคนทั่วไปหลายเท่า!!

พนักงานสาวคนนั้นบ่นขึ้นมา ทั้งๆ ที่ผม (ซึ่งก็เป็นลูกค้า) ยังนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ เธอคงไม่คิดว่าผมจะได้ยินหรือสนใจฟัง เพียงแต่ต้องการบ่นให้พนักงานรุ่นพี่ได้ยินเท่านั้น และว่าที่จริง ไอ้เรื่องเครื่องถ่ายเอกสารเสียนี่ มันก็เป็นความผิดของคุณ (มึง) แท้ๆ

ไม่รู้ทำไม คำพูดดูถูกคนแบบนี้ "เตะหู" ผมได้เร็วเหลือเกิน นี่เสียดายว่าผมกำลังรีบมากๆ อยู่ มิเช่นนั้นผมคงจะขอคุยกับเธอสักสี่ซาห้านาที เพื่อหาคำตอบให้ได้ว่า คนแบบพี่ "พนักงานทำความสะอาด" คนนั้น กับคนแบบ "พนักงานแบงค์" อย่างเธอ มันเหมือนหรือแตกต่างกันตรงไหนอย่างไร

หลังจากทำรายการที่ธนาคารนี้เสร็จ ผมก็ลุกไปทำธุระที่อีกธนาคารหนึ่งซึ่งอยู่ติดกัน สีเขียวๆ สาบานได้ว่าผมไม่ได้มีเอี่ยวอะไรกับธนาคารสีเขียวแห่งนี้เลย ไม่มีแม้ญาติพี่น้องสักคนทำงานอยู่ที่นั่น แต่ทันทีที่ผมเดินเข้าไปก็มีเจ้าหน้าที่สาว ที่เข้าใจว่าเป็นพนักงาน part-time เข้ามาต้อนรับ ด้วยวจีไพเราะ เหมือนเช่นเคย

ความรู้สึกที่ผมไปทำธุรกรรมที่แบงค์สีเขียว แตกต่างจากความรู้สึกเย็นชาที่ผมมักรู้สึกเวลาไปเข้าธนาคารสีน้ำเงินอย่างมาก และมักเป็นเช่นนี้ทุกๆ ครั้ง แต่เอาเถอะ แบงค์สีเขียวนี่ก็มีเรื่องไม่ดี เดี๋ยวจะหาว่าผมชอบแบงค์หนึ่งมาเขียนเชียร์อีกแบงค์หนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ประเด็นเลย

ประเด็นที่ผมคิดก็คือ ผมรู้สึกว่าคนบางคนนี่ แค่เห็นคนเขาผิวแห้งกร้าน สำเนียงมาจากที่ราบสูง แค่เขา "ไม่เหมือน" เรา ก็ดูถูกเขาเสียแล้ว ไปเหยียดหยามเขาว่า เป็น "คนแบบนั้น" "คนแบบนี้" มองว่าเขา "ต่ำ" กว่าเรา จริงๆ คงคิดว่าเขา "โง่" นั่นแหล่ะ

ผมมั่นใจว่า แม้คนมากมายจะบ่นว่าพนักงานของแบงค์นี้พูดจาไม่ดี เอาใจแต่ลูกค้ารายใหญ่ จนเป็นที่โจษจันไปแทบจะทั่วประเทศ แต่คงไม่มีผู้บริหารที่ไหนให้นโยบาย หรือปลูกฝังทัศนคติชั่วๆ ให้ดูถูกดูแคลนลูกค้าอย่างแน่นอน ไม่ว่าเขาคนนั้นจะมีเงินในบัญชีเท่าไรก็ตาม

เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ อาจอยู่ในความคิดของพนักงานของทุกธนาคาร เพียงแต่พวกเขาถูกฝึกมาดีกว่า ถูกสอนมาให้รู้จักระงับอาการ เก็บอารมณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหน้าลูกค้า แต่ธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งนี้อาจเน้นเรื่องนี้น้อยเกินไปสักหน่อย หรืออาจเป็นพนักงานคนนั้นคนเดียวก็ได้

มาบ่นให้ฟังตรงนี้ อย่าเพิ่งเบื่อกันนะครับ ผมเชื่อว่าทุกท่านคงเคยพบเจอเหตุการณ์แบบนี้ในชีวิตประจำวัน บางท่านอาจชินชา ไม่รู้สึกอะไร แต่บังเอิญผมรับไม่ค่อยได้กับพวกชอบดูถูกคน ไม่ได้ดูถูกที่ความดีความชั่ว แต่ดูถูกเพราะคิดไปเองว่า เรา "เหนือ" กว่าเขา

วันหลังถ้าใครเจอคนแบบที่ผมเล่านี้ บอกเขาไปเลยก็ดีครับ ว่าที่บ้านเมืองมันวุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่ "คนแบบพวกเขา" หรอก แต่เป็นเพราะ "คนแบบพวกเอ็ง" นี่แหล่ะ!!

8 comments:

  1. ไม่ชอบสีน้ำเงินเหมือนกันค่ะ ชอบสีม่วงกับสีเขียวมากกว่า หลังๆ นี้สีเหลืองก็ดีนะ

    ReplyDelete
  2. Service mind เป็นหลักแนวคิดสวยหรูที่ธนาคาร(ใดๆ)ต่างก็พยายามปลูกฝังให้กับพนักงาน ในมุมของผมพนักงานรุ่นพี่ควรสอนให้รุ่นน้องทราบว่าอะไรควรหรือไม่ควร ในเมื่อรุ่นน้องไม่รู้ รุ่นพี่ก็ควรสอน ถ้าไม่รู้กันทั้งพี่ทั้งน้องก็บรรลัยกันไป

    คิดอีกแง่หนึ่งบางครั้งเขาอาจจะเคยเจออะไรไม่ดีๆ มาก่อน เลยติดภาพว่า "คนจน" เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ...ทั้งที่จริงเงินเดือนพนักงานแบงก์สีดังกล่าวก็ไม่ได้สูงกว่าคนจนซักเท่าไหร่หรอกครับ (ฮา)

    ReplyDelete
  3. ผมอ่านแล้วยังปรี๊ดแทนเลยครับ ผมคนนึงที่เกลียดการดูถูกคนมากๆ ผมว่าไอ้พวกที่ชอบดูถูกคนอื่น มันคงมีปมโดนดูถูกมาก่อนแน่นอนครับ

    ReplyDelete
  4. @mama aiko: โดยส่วนตัว รู้สึกว่า ที่บริการดีสุด คือ สีเขียว แต่ สีเหลือง ผมก็ชอบครับ (หมายถึงธนาคารนะ อิอิอิ)

    ReplyDelete
  5. @Antonio: ถ้าเงินเดือนพนักงานแบงค์นั้นไม่ต่างจากคนจน ใครที่ไม่ต้องเป็นคนจนอีกต่อไปก็ถือว่าโชคดีแล้วครับ 555+

    ReplyDelete
  6. @ธานคับ: ผมก็เคยคิดยังงั้นครับ ต้องเป็น "ปม" แน่ๆ หรือปลูกฝังกันมา :)

    ReplyDelete
  7. ขออนุญาตนำไปแปะใน fb เพื่อช่วยสะท้อนให้สังคมได้ตระหนักกันมากขึ้น
    ผมก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่ชนชั้นรากหญ้า
    และเคยโดนดูถูกจากธนาคารชื่อเหมือนห้างจนต้องเลิกใช้บริการ
    ขอบอก "ห่วยขั้นเทพ" จริงๆ "คนแบบพวกเอ็ง"เนี่ย
    นี่แหละ ความเสมอภาค

    ReplyDelete
  8. @Summao อนุญาตครับ :D

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ