Saturday, July 23, 2011

นิรโทษกรรม "โจโฉ" (จบ)


คราวที่แล้วติดค้างไว้ ถึงคำพูดที่แท้จริงของ "โจโฉ" หลังสังหาร "ลิแปะเฉีย" เพื่อนพ่อที่ให้ที่พักพิงยามแพ้พ่ายภัยพาล จากการตามล่าตามล้างของมาร "ตั๋งโต๊ะ" คราวนี้มาว่ากันต่อนะครับ

ในสามก๊กจีน ระบุคำพูดของโจโฉไว้ดังนี้ครับ "寧教我負天下人,休教天下人負我" [ning jiao wo fu tian xia ren, xiu jiao tian xia ren fu wo / นิ่งเจี้ยวหว่อฟู่เทียนเซี่ยเหญิน ซิวเจี้ยวเทียนเซี่ยเหญินฟู่หว่อ]

แต่ที่จริง คำพูดแท้ๆ ของโจโฉ จาก "จดหมายเหตุสามก๊ก" ของเฉินโซ่ว มีเพียงว่า "寧我負人,毋人負我" / "นิ่งหว่อฟู่เหญิน เจี้ยวเหญินฟู่หว่อ" / แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ประมาณว่า "I'd rather let others down than let others let me down." หรือที่หนัง The Lost Bladesman แปลออกมาได้ว่า "I'd rather do wrong than be wronged"

ถ้าดูดีๆ จะเห็นว่า หลอกว้านจง ผู้แต่งวรรณกรรมสามก๊ก "เติม" คำว่า "เทียนเซี่ย" (天下) ซึ่งแปลว่า "ใต้ฟ้า" หน้าคำว่า "เหญิน" (人) ซึ่งแปลว่า "คน" เพื่อให้เห็นว่า โจโฉพร้อมจะทำร้าย "ใครก็ได้ใต้ฟ้านี้" ทั้งที่เจตนาของโจโฉ เจาะจงหมายถึงกรณีแปะเฉียผู้เคราะห์ร้ายกรณีเดียว

ถ้าเอาเฉพาะคำพูดของโจโฉในประวัติศาสตร์จริง โดยไม่มีการแต่งเติมใดๆ ผมค่อนเค้นคำไทยที่ใกล้เคียงที่สุดออกมา ไม่มีอะไรจะเกินไปว่าประโยคประมาณว่า "ข้าทำผิดต่อคนอื่น เพื่อไม่ให้คนอื่นทำผิดต่อข้า" เท่านั้น อะไรที่เกินกว่านี้ ไม่ใช่แน่นอน !!

นอกจากนี้ เฉินโซ่วยังชี้ชัดด้วยว่า โจโฉเอ่ยประโยคนี้ออกมา ด้วยความรู้สึกผิดและเศร้าสลดต่อสิ่งที่ได้ทำลงไปอย่างยิ่ง!!

เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว การที่หลอกว้านจง ไปสร้างภาพ "ซาตาน" ให้กับโจโฉจนเกินเหตุ จึงไม่ควรเอาเป็นสาระอันใด ยิ่งถอดความกันผิดๆ แปลต่อๆ กันไป กลายเป็น "ทรยศ" บ้าง "หักหลัง" บ้าง "ทำร้าย" บ้าง ก็ยิ่งทำให้ภาพของจอมคนผู้นี้บิดเบือนหนักข้อไปอีก

คนเรา เวลาก่นด่าว่าใคร ลองถ้าไม่ชอบกันแล้ว มันก็ด่าได้ทุกเรื่อง จริงอยู่ โจโฉมีสิ่งไม่ดีอยู่หลายประการ เขาไม่ใช่คนบริสุทธ์ผุดผ่อง แต่เขาไม่ได้ "เลว" จนไร้ความดีเหมือนที่ถูกแต่งเติม จนกลายเป็น "คนชั่วชาติ" ขนาดนั้น

โจโฉทำให้แผ่นดินที่ปั่นป่วน ได้กลับมาสงบ ราษฏรที่เดือดร้อนอดอยากปากแห้ง ได้กลับมาอยู่ดีกินดีอีกครั้งหนึ่ง แต่วันนี้ถูกเอาไป "ดราม่า" (dramatize) เสียใหญ่โต จนดูเหมือนว่าโจโฉเป็นสาเหตุทุกประการของความวุ่นวายในบ้านเมืองนี้

ที่ได้ยินจนชินหู คือหาว่าโจโฉคิด "ล้มเจ้า"!!

ผมกลับมองตรงข้าม ว่าโจโฉต่างหาก ที่ช่วย "ต่ออายุ" ราชวงศ์ฮั่น ให้ดำรงต่อมาได้อีกสามสิบปี หาไม่แล้ว จักรพรรดิ์น้อยอย่างเหี้ยนเต้คงต้องสิ้นชีวิตลงด้วยคมดาบของ ลิฉุย กุยกี หรือขุนศึกคนใดคนหนึ่ง ที่ล้วนเป็นหมาป่ากระหายอำนาจไปก่อนนี้แล้วก็ได้

ทุกวันนี้มีพวกพระและฆราวาสหลายคน ชอบเอาศาสนามาสร้างภาพ ประดิษฐ์ประดอยคำพูดสวยหรูเลื่อนลอยอยู่ในอากาศให้คนนิยมชมชอบ แต่ทำอะไรให้สังคมนี้ดีขึ้นไม่ได้สักอย่าง

อย่างไรก็ตาม หลักสำคัญของศาสนาพุทธในเรื่อง "กฏแห่งกรรม" นั้น ยังคงเป็นจริงเสมอ ใครทำกรรมอะไรไว้ จะช้าจะเร็วก็ต้องรับ

โจโฉ ฆ่าครอบครัวของ แปะเฉีย ด้วยความเข้าใจผิด ฆ่าตัวแปะเฉียด้วยความจำเป็น แต่ไม่นานหลังจากนั้น ครอบครัวของเขาเอง นำโดย "โจโก๋" ผู้เป็นบิดา พร้อมลูกเมียบริวารหลายสิบชีวิต ก็ถูก "เตียวคี" ลูกน้องของ "โตเกี๋ยม" เจ้าเมืองชีจิ๋ว เข้าปล้นทรัพย์แล้วฆ่าตายหมดสิ้น ระหว่างเดินทางย้ายถิ่นฐานไปอยู่กับบุตรชาย ที่ได้ดิบได้ดี ครองเมืองกุนจิ๋วอยู่ในเวลานั้น

โจโฉทราบข่าวก็เสียใจแทบคลั่ง ร้องไห้รักพ่อจนสลบไป !!

นี่แหล่ะเป็นเวรกรรมที่ไม่ต้องรอชาติหน้า ซึ่งโจโฉก็ได้รับกรรมของเขาไปแล้ว แต่ไอ้พวกที่ใส่ร้ายเขา พยายามทำร้ายเขา นั่นก็คือการ "สร้างกรรม" ต่อๆ กันไป ความผิดเขาเท่า "บ้าน" ดันไปต่อเติมภาพให้กลายเป็น "ภูเขา" หรือกลายเป็น "โลกทั้งใบ" อย่างนี้ก็เกินไป ใครที่ทำเช่นนั้น ตัวเองก็ต้องรับกรรมเฉกเช่นเดียวกัน ที่เห็นๆ นี่ก็รับกรรมกันไปเยอะแล้ว

ผมเชื่ออย่างยิ่ง ว่าการจะศึกษาสามก๊กได้อย่างถ่องแท้ ต้องอย่าอ่านแค่เอาความสนุก แต่ต้องมองโลกตามความเป็นจริง หยุด "ดราม่า" อะไรที่โจโฉผิดก็ว่ากันไป อะไรที่ไม่ผิด ก็ต้องชี้แจงให้เข้าใจ จะได้เลิกมองอะไรด้านเดียว

โทษทัณฑ์อะไรที่มันไม่ยุติธรรม ที่มันเกินเหตุไป ก็ขออนุญาตร่วม "ทวงความยุติธรรม" และ "นิรโทษกรรมให้โจโฉ" ไว้ ณ ที่นี้ครับ

Sunday, July 17, 2011

Simplify your Life


ที่บ้านผมมีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ได้เป็นรางวัลมาตั้งแต่สมัยเล่นเกมโชว์ ชื่อหนังสือประมาณว่า "Simplify your Life" เป็นวิธีทำชีวิตให้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เนื้อหาก็เป็นเรื่องใกล้ๆ ตัว เช่น ให้แยกเอกสารยังไง จัดโต๊ะทำงานยังไง ผมเคยหยิบมาอ่านผ่านๆ แต่ตอนนั้นก็ไม่รู้สึกว่ามันสลักสำคัญอะไร

จนถึงวันนี้ ผมออกจากงานประจำแล้ว และเพิ่งปั่นต้นฉบับหนังสือเล่มใหญ่เสร็จ เลยมีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น จึงเริ่มมองไปรอบๆ ตัว อะไรไม่มีระเบียบ อะไรวุ่นวายยุ่งเหยิง ก็ลองทำให้เป็นระเบียบเรียบง่าย ปรากฏว่าชีวิตดีขึ้นเยอะเลยครับ

ของบางอย่างเป็นเรื่องใกล้ๆ ตัว เราอยู่กับมันมาตั้งนาน แต่ในวันที่งานยุ่ง เรื่องเยอะ เราแทบไม่เคยคิดปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงให้มันดี ให้มันสะดวก เพิ่งจะมีเวลาก็ตอนนี้เอง

ขอยกตัวอย่างสักเรื่องนะครับ ...

ผมเป็นคนหนึ่งที่ "กระเป๋าสตางค์" มีขนาดใหญ่มาก หรือที่เรียกว่า "เป๋าตุง" ที่ "ตุง" นี่ไม่ใช่ "รวย" นะครับ แต่เป็นเพราะมี "บัตร" อะไรมากมายอยู่ในกระเป๋า

เมื่อได้ลองเทกระเป๋าสตางค์ตัวเองออกมาดูก็ถึงกับช็อค สิ่งที่มีอยู่มากมายยิ่งกว่าเงินเสียอีก นอกจาก บัตรเอทีเอ็ม และ บัตรเครดิต (ซึ่งผมมีอยู่แค่ใบเดียว) แล้ว คือบัตรสมาชิกร้านค้าต่างๆ หลายต่อหลายใบ บางใบแทบไม่เคยใช้ บางใบใช้น้อยมาก แต่กลับเก็บมันไว้ในกระเป๋าทั้งหมด

ทีนี้ ผมเลยหยิบเอาบัตรแต่ละใบออกมาดู บัตรบางใบระบุไว้ชัดเจนว่า ไม่จำเป็นต้องแสดงบัตรเวลาใช้บริการ เพียงบอกเลขสมาชิกก็สามารถได้ส่วนลดหรือสะสมแต้มได้แล้ว เช่น บัตร The ONE ของเครือเซ็นทรัล เป็นต้น

บางที่ยิ่งสะดวกเข้าไปอีก เพียงแจ้ง "เบอร์โทรศัพท์" ของตัวเอง ก็สามารถได้ส่วนลดโดยไม่ต้องแสดงบัตรเช่นกัน อาทิ บัตรสมาชิกห้าง BIG C

ว่าแต่ ..บัตรอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุเงื่อนไขไว้หลังบัตรล่ะ เราจำเป็นต้องพกไปทุกครั้งหรือเปล่า จึงจะได้สิทธิประโยชน์ในฐานะสมาชิก?

ด้วยความอยากรู้และพอจะมีเวลา ผมเลยเดินทางไปที่ร้านค้าเหล่านั้นด้วยตัวเอง ไล่ตั้งแต่ร้านหนังสือซีเอ็ด ร้านไอศครีมสเวนเซ่นส์ ร้านหนังสือเอเชียบุ๊คส์ ฯลฯ เพื่อสอบถามเงื่อนไขของเขา

และผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนที่ผมคาดไว้ทุกประการ เชื่อไหมครับ เราไม่จำเป็นต้องพกบัตรพวกนั้นไว้ในกระเป๋าเลยแม้แต่น้อย เพียงบอก "ชื่อตัวเอง" หรือถ้าจะเอาชัวร์ๆ ก็บอก "หมายเลขสมาชิก" บนบัตรเวลาซื้่อสินค้าหรือไปใช้บริการ ก็สามารถได้สิทธิประโยชน์ที่สมาชิกพึงได้ทุกประการ


พอทราบเช่นนี้ สิ่งที่ผมทำก็คือ ผมเทบัตรสมาชิกร้านค้าทุกประเภทออกจากกระเป๋าสตางค์ทันที เหลือไว้เฉพาะบัตรสำคัญๆ เกี่ยวกับราชการและการเงิน เช่น บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต บัตรประชาชน ใบขับขี่ เท่านั้น จากนั้นก็จด "หมายเลขสมาชิก" ที่ระบุบนหน้าบัตรเหล่านั้นไว้บนกระดาษบางๆ ใบเดียว

ต่อไปนี้ บัตรสมาชิกนับสิบใบที่อัดแน่นกันอยู่ในกระเป๋าสตางค์ของผม รวมความหนาเกือบ 1 ซม. ก็จะถูกแทนที่ด้วย "กระดาษใบเดียว" เท่านั้น กระเป๋าตังค์ผมจึงบางเฉียบ ชีวิตง่ายกว่าเดิมเยอะเลย

ในยุคข้อมูลข่าวสารทุกวันนี้ ร้านค้าที่มีเครือข่ายสาขา จะแบรนด์ใหญ่แบรนด์เล็ก ล้วนแต่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งมีฐานข้อมูลเดียวกัน ดังนั้น เพียงคุณแจ้งชื่อตัวเองก็น่าจะเพียงพอแล้ว เขาสามารถเช็คในระบบได้แน่นอน สมัยนี้ ถ้าร้านใหญ่ๆ ร้านไหนยืนยันว่าต้องเอาบัตรมา ก็ขอให้รู้ว่านั่นเข้าขั้น "ห่วยแตก" แล้วครับ โทรไปแจ้งฝ่่ายลูกค้าสัมพันธ์เขาได้เลย

ประโยชน์อย่างเดียวของการออกบัตรสมาชิกที่ผมนึกออก คือเป็น "ตัวช่วยเตือน" ให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการที่ร้านค้านั้นๆ เท่านั้น เช่น เห็นบัตรร้านอาหารนี้ ทำให้นึกได้ว่าเราเป็นสมาชิก เลยอยากไปกินอีก เพราะรู้สึกว่ามีประโยชน์อะไรกันอยู่ เป็นต้น (บางร้านเลยออกบัตรสะสมแต้มเป็นกระดาษบางๆ ให้เราเอาไปแสตมป์ทุกครั้ง นี่เป็นจิตวิทยาประการหนึ่ง)

ฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เชื่อไหมครับ พอทำแล้วกลับรู้สึกมีความสุขกับชีวิตขึ้นมาก ใครมีไอเดียดีๆ ที่จะช่วย "Simplify Life" บอกกันบ้างก็ดีนะครับ

Friday, July 8, 2011

นิรโทษกรรม "โจโฉ" (๑)


ได้พูดถึง "ความเป็นมนุษย์" ของ "กวนอู" ไปหลายครั้ง วันนี้ขอพูดถึง "โจโฉ" บ้างนะครับ ว่า "ตัวจริง" ของโจโฉ แตกต่างอย่างไรกับเรื่องราวใน "วรรณกรรมสามก๊ก" หวังว่าคงไม่เบื่อกันเสียก่อน

ประเด็นที่จะพูดถึงครั้งนี้ คือวาจาอมตะของโจโฉ ที่เอ่ยออกมาหลังจากพลั้งมือฆ่าครอบครัวของ "ลิแปะเฉีย" เพื่อนพ่อผู้ให้ที่พักพิงระหว่างหนีการตามล่าของตั๋งโต๊ะ และตกกระไดพลอยโจนฆ่าแปะเฉียตามไปอีกคนหนึ่ง เพื่อให้ "ตันก๋ง" นายอำเภอที่ปล่อยตัวเขาออกมาได้เข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องกระทำการเหี้ยมโหดเช่นนั้น

สามก๊ก ฉบับวณิพก แปลคำพูดของโจโฉตอนนี้ว่า "ข้ายอมทรยศคนทั้งโลก แต่ไม่ยอมให้ใครทรยศข้า" ซึ่งเป็นการแปลมาจาก สามก๊ก ฉบับ บรีวิตต์ เทย์เลอร์ ที่ว่า "I'd rather betray the world than let the world betray me" เป็นการแปลแบบคำต่อคำ ถ้อยกระทงความเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน

ทำให้คนไทยจำภาพของโจโฉในฐานะ "ผู้ไม่ยอมให้โลกทรยศ" ตามปลายปากกาของท่าน "ยาขอบ" ตลอดมา

แต่ !!... เรามาดูกันครับว่า ในวรรณกรรมสามก๊กต้นฉบับจีนว่าไว้เช่นนั้นจริงหรือ ?

ในสามก๊กจีน ระบุคำพูดของโจโฉไว้ดังนี้ครับ "寧教我負天下人,休教天下人負我" [ning jiao wo fu tian xia ren, xiu jiao tian xia ren fu wo / นิ่งเจี้ยวหว่อฟู่เทียนเซี่ยเหญิน ซิวเจี้ยวเทียนเซี่ยเหญินฟู่หว่อ]

ทีนี้ ถามว่ามัน "ตรง" กันหรือไม่ กับ สามก๊ก ฉบับบรีวิตต์ เทย์เลอร์ ผมได้สอบถามและตรวจเช็คจากหลายแหล่งแล้วครับ พบว่าคำว่า "負" [fu หรือ ฟู่] ที่บรีวิตต์ เทย์เลอร์ แปลออกมาเป็นคำว่า "ทรยศ" หรือ "Betray" นั้น ออกจะเกินไปสักหน่อย

คำว่า "負" [fu หรือ ฟู่] ในความหมายของวรรณกรรม น่าจะหมายถึง การ "ทำผิดพลาด" หรืออย่างแรงที่สุดก็คือ "ทำให้เดือดร้อน" ไม่น่าจะรุนแรงถึงขนาด "Betray" นะครับ

นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมบทภาพยนตร์ของหนังเกี่ยวกับสามก๊กหลายๆ เรื่อง ถึงไม่ยอมใช้คำว่า "Betray" เหมือนกับของฉบับบรีวิตต์ เทย์เลอร์ เลย ยกตัวอย่างเช่น

1. สามก๊ก "ขุนศึกเลือดมังกร" : แปลออกมาประมาณว่า "I'll rather fail others and let them fail me" ผมจำไม่ได้แน่ชัด อาจจะไม่ตรงตามนี้ทั้งประโยค แต่เขาใช้คำว่า "FAIL" ซึ่งแปลว่า "ทำให้ล้มเหลว" "ทำให้ผิดหวัง" ไม่ได้ใช้คำว่า "BETRAY" ซึ่งแปลว่า "ทรยศ" แต่อย่างใด

2. The Lost Bladesman (หนังเกี่ยวกับ "กวนอู" ตอนหักห้าด่าน เรื่องนี้จะเข้าโรงวันที่ 14 ก.ค. 2554): แปลออกมาว่า "I'll rather do wrong than be wronged." เป็นไทยคือ "ข้ายอมทำผิดต่อผู้อื่น ดีกว่าให้ผู้อื่นทำผิดต่อข้า"

จะเห็นได้ว่าเขาแปลคำว่า "負" [fu หรือ ฟู่] ออกมาเป็นคำว่า "WRONG" ซึ่งแปลว่า "ทำผิด" ซึ่งธรรมดามากๆ ไม่ได้รุนแรงเหมือนกับคำว่า "BETRAY" ของบรีวิตต์ เทย์เลอร์ แต่อย่างใด

ดังนั้น หากจะยึดเอา "วรรณกรรม" เป็นหลัก คำพูดของโจโฉที่ถอดความเป็นไทยได้ใกล้เคียงกับใจความภาษาจีนมากที่สุดน่าจะเป็น

"ข้ายอมทำผิดต่อผู้อื่น ดีกว่าให้ใครมาทำผิดต่อข้า"

หรืออย่าง "แร๊งสสส์" ที่สุดคือ

"ข้ายอมทำให้คนอื่นเดือดร้อน ดีกว่าต้องยอมเดือดร้อนเพราะคนอื่น" ชี้ชัดครับ!!

การแปลของ บรีวิตต์ เทย์เลอร์ นี่แหล่ะ ทำให้คนครึ่งค่อนโลก ซึ่งก็มองโจโฉในแง่ลบอยู่แล้ว เพราะต้นฉบับวรรณกรรมเขาสร้างภาพมาอย่างนั้น ยิ่งมองจอมคนผู้นี้ในแง่ร้ายขึ้นไปอีก เช่นเดียวกับคนไทย ที่ไปเอาคำแปลของยาขอบมาจำไว้ในหัว

ว่าที่จริง สามก๊ก ฉบับ เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ที่แปลออกมาว่า "ธรรมดาเกิดมาทุกวันนี้ ย่อมจะรักษาตัวมิให้ผู้อื่นคิดร้ายได้" ยังจะสื่อความหมายได้ใกล้เคียงกว่าเสียอีก

เรื่องราวคำพูดของโจโฉประโยคนี้ยังไม่จบ ในตอนหน้าผมจะมาเล่าว่า แล้วโจโฉ "ตัวจริง" พูดว่าอย่างไร? พูดประโยคนี้ไว้จริงหรือ? รับรองว่าน่าสนใจ และอาจจะทำให้เรามองโจโฉในมุมที่ต่างออกไปครับ

Sunday, July 3, 2011

สู้ต่อไปนะเพื่อน



แม้นายจะเลือกเดินคนละเส้นทางกับเรา

แม้นายจะสังกัดพรรคการเมืองที่เราไม่ชอบ

แม้วันนี้นายจะพ่ายแพ้

แต่เราก็ขอเป็นกำลังให้นายต่อไป

สู้ต่อไปนะอี้ ... เพื่อนของเรา