Wednesday, September 28, 2011

บทกลอนชุด ตัวละครสามก๊ก : ซุนกวน















ประพันธ์โดย น้องพลอย สุภจรรยา สิริพูน ดัชชี่เกิร์ลปี 2007

ง่อก๊ก ปฐมกษัตริย์ คือซุนกวน อยู่ในส่วนบูรพามาทักษิณ
แยงซีเกียงเขตแดนแบ่งแผ่นดิน อยู่ในถิ่นนานกิงใกล้ทะเล
ซุนกวนเกิดในตระกูลใหญ่ พ่อท่านไซร้ซุนเกี๋ยนเกิดหันเห
ซุนเซ็กพี่มาตายถูกถ่ายเท ไม่เกเรรักธรรมนำปัญญา

มีความรู้กว้างขวางทางปกครอง ไม่เป็นสองการทหารหลายสาขา
ง่อฮูหยินปิ่นศรีเป็นมารดา มีปัญญาให้เกียรติแก่ผู้คน
ซุนกวนใช้ผูกมิตรกับเล่าปี่ เข้าต่อตีโจโฉจนสับสน
ที่ผาแดงเผาทหารเกือบล้านคน วีรชนจิวยี่เพื่อนพี่ตัว

การดำเนินชีวิตข้างราบเรียบ หากไปเปรียบโจโฉต้องปวดหัว
งานสำเร็จทีมงานท่านไม่กลัว รักษาตัวประยูรญาติอาจมั่นคง
แต่สุดท้ายศึกใหญ่กับเล่าปี่ สิ้นจิวยี่อาวุโสไม่ประสงค์
มีลกซุนก้าวขึ้นโดยอาจอง บ้านเมืองคงทัพเล่าปี่พินาศไป

ครองราชนานยี่สิบสี่ปี กว่าเล่าปี่และโจโฉเขาขานไข
อายุเจ็ดสิบเอ็ดนับปีปลาย จึงมลายจากถิ่นสิ้นพระชนม์
สืบทอดอำนาจจากพ่อพี่ มีไมตรีผู้น้อยในทุกหน
มีความอ่อนน้อมและถ่อมตน เมื่อใช้คนมั่นใจไม่ระแวง

บทกลอนชุด ตัวละครสามก๊ก : โจโฉ














ประพันธ์โดย น้องพลอย สุภจรรยา สิริพูน ดัชชี่เกิร์ลปี 2007

กวีมีชื่อที่ลือเลื่อง ได้ประเทืองวรรณกรรมนำเสนอ
มีโจโฉยิ่งใหญ่ได้พบเจอ การยุทธ์เธอวงวรรณขั้นเกรียงไกร
ได้ชื่อว่านายกตลอดกาล มีสันดานเหี้ยมโหดโฉดไฉน
ทั้งร้อยเล่ห์แสนกลระคนไป รู้จักใช้บุคคลปนกับกาล

แซ่แฮหัวชื่อรองว่าเม่งเต๋อ พ่อของเธอโจโก๋จิตเหี้ยมหาญ
เป็นลูกเลี้ยงโจเท้งมาก่อนกาล เปลี่ยนแซ่นั้นตามผู้เป็นบิดา
มีคิ้วเล็กหนวดยาวไหวพริบดี ชอบสุรานารีแสวงหา
ชำนาญการเชี่ยวชาญยุทธนา รู้ภาษาอักษรแต่งกลอนเป็น

ราชการเริ่มงานชั้นผู้น้อย แล้วจึงค่อยเติบใหญ่คนได้เห็น
รวมพลังสู้ตั๋งโต๊ะแม้ลำเค็ญ ทำให้เด่นเลื่องชื่อระบือนาม
หมอดูเคยทำนายได้ทายทัก สามารถจักครองแผ่นดินน่าเกรงขาม
แต่เดือดร้อนไปทั่วชั่วลุกลาม เหตุเพราะความสามารถอาจของโจ

แรกเริ่มมีกำลังห้ากองพัน เป็นญาติกันทั้งนั้นพลันสุโข
แฮหัวตุ้น เอี้ยน หยิน ฮองแซ่โจ กองทัพโตปราบผ้าเหลืองกระเดื่องนาม
กุมอำนาจการเมืองการทหาร ควบคุมกิจการหนึ่งในสาม
สุมาอี้มีชัยในสงคราม โจ ทรุดทรามถูกสุมาคร่าแผ่นดิน

บทกลอนชุด ตัวละครสามก๊ก : เล่าปี่

















ประพันธ์โดย น้องพลอย สุภจรรยา สิริพูน ดัชชี่เกิร์ล ปี 2007

อันคนเราเกิดมาไม่เท่ากัน มีบางท่านร่ำรวยมหาศาล
พ่อบุญหนักศักดิ์ใหญ่สูงตระการ สกุลท่านหมื่นล้านเข้าขั้นรวย
พรั่งพร้อมอำนาจวาสนา ทั้งรูปร่างหน้าตาก็สะสวย
เป็นเพราะผลบุญเก่าเข้าอำนวย เข้าหนุนช่วยอุปถัมภ์เพราะกรรมดี

อย่าไปคิดริษยาต่อว่าเขา เสมือนเพลิงผลาญเผาเศร้าเสียศรี
จิตเศร้าหมองแตะต้องพวกราคี ดูเล่าปี่เป็นครูรู้วิชา
ท่านได้เกิดในตระกูลผู้ดีเก่า ไม่โศกเศร้าได้ยากเป็นหนักหนา
ทอเสื่อทำรองเท้าเลี้ยงอัตตา ภรรยาของตนแต่ล้นธรรม

ไม่คดโกงซื่อสัตย์คบบัณฑิต เลือกคบมิตรจิตตรงอุปถัมภ์
เมื่อเข้าสู่การเมืองต้องระกำ สุดชอกช้ำพึ่งศัตรูรู้กันมา
เช่นครั้งหนึ่งเตียวหุยน้องก่อภัย ซึ่งทำให้ลิโป้โกรธหนักหนา
ต้องหลบลี้มีโจโฉให้พึ่งพา ทั้งที่ชังน้ำหน้ามาเนิ่นนาน

อยากเป็นใหญ่ไม่หักต้องยอมงอ ควรต้องรอปรับตัวเมื่อคับขัน
ไม่ควรแข็งขืนไปอาจหักผลัน มังกรนั้นยิ่งใหญ่กายมิตรง
ควรจำเป็นตัวอย่างข้างเล่าปี่ สะสมบารมีตามประสงค์
เมื่อเป็นใหญ่ได้ผงาดอาจอง ก็ยังคงอ่อนน้อมมีถ่อมตน

Tuesday, September 20, 2011

ลาพักร้อน


ขออนุญาตไปพักร้อนนะครับ เร็วๆ นี้จะกลับมา ดูแลสุขภาพทุกคนครับ ^^

Sunday, September 18, 2011

แพนเค้กเจ้าเล่ห์


ดูตาหนูแพนเข้าสิ เจ้าเล่ห์นัก เดี๋ยวตีเลย อิอิอิ (ภาพจากมติชนออนไลน์ครับ)

Friday, September 16, 2011

อี้จงเทียนพิเคราะห์สามก๊ก Sub Thai



วันก่อนมีคนเอาคลิปรายการ Lecture Room ของ "อี้จงเทียน" ปรมาจารย์ระดับเซเลบ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์จีน ที่ออกอากาศทาง CCTV มาลงในแฟนเพจของผม

รายการนี้ผมเปิดดูอยู่บ่อยๆ ครับ แต่เนื่องจากภาษาจีนอันอ่อนแอ ทำให้ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้าง ทว่าคราวนี้ พอเปิดคลิปดู ปรากฏว่ามีสุภาพบุรุษใจดี มาทำ subtitle ภาษาไทยไว้ให้ได้อ่านกัน

ดูจนจบ ถึงได้ทราบว่าคนแปลคือ "อ๋อง" เพื่อนของผม รู้จักกันตั้งแต่เมื่อแข่งแฟนพันธุ์แท้หัวข้อแผ่นดินมังกร อ๋องเป็นสถาปนิกหนุ่มมากความสามารถ นิสัยดีมากๆ เขาไปเรียนต่อที่ปักกิ่งเมื่อหลายปีก่อน และเท่าที่ได้อ่านในบล็อกของเขา เข้าใจว่าปัจจุบันก็ยังอยู่ที่นั่น

ต้องขอบคุณความทุ่มเทของอ๋องจริงๆ ครับ ที่ทำให้ผมและน้องๆ แฟนสามก๊กได้ความรู้ในเชิงวิเคราะห์จากปากของผู้รู้จริง เรื่องส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เราไม่เคยรู้มาก่อนดูแล้วสนุก ไม่เบื่อเลย

ลีลาการเล่าเรื่องสามก๊กของศาสตราจารย์อี้จงเทียนนั้น ยอดเยี่ยมมาก มีมุขแพรวพราว ลูกล่อลูกชน คนจีนติดกันเยอะแยะ แนะนำแรงๆ ให้คลิ๊กเข้าไปดูกันครับ

เอาตัวอย่างมาลงไว้ที่นี่ 1 คลิป ใครสนใจ คลิ๊กต่อเข้าไปดูต่อใน youtube ได้เลย

หน้า Youtube ของคุณอ๋อง http://www.youtube.com/user/ongchina
บล็อกคุณอ๋อง http://OngChina.wordpress.com

Saturday, September 10, 2011

คนดี - คนไม่ดี


เป็นเวลาหลายปีทีเดียว ทีผมเปิดหนังเรื่อง "ราโชมอน" ของตำนานผู้กำกับญี่ปุ่น "อากิระ คุโรซาว่า" ให้เด็กๆ ในชั้นเรียนที่เอแบคได้ชมกัน

ทุกครั้งที่ให้เด็กดู ปฏิกริยาเป็นไปในทางเดียวกัน บ้างก็ "หลับ" บ้างก็ "คุย" บ้างก็ลุกไปเข้าห้องน้ำด้วยความ "เบื่อ" ผมจึงได้บทเรียนว่า เรื่องนี้อาจจะ "หนัก" เกินไป สำหรับเด็กในวัยสิบปลายๆ ถึงยี่สิบต้นๆ

ผมได้ชมภาพยนตร์ ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1950 เรื่องนี้ครั้งแรก สมัยเรียนปริญญาโทที่ นิเทศ จุฬาฯ อาจารย์ศิริชัย ให้ดูในวันแรกของการเรียน ดูจบแล้ว "ขนลุก" ครับ ห้าสิบกว่าปีก่อน ทำไมคนๆ หนึ่งถึงทำหนังได้ขนาดนี้

อาจารย์บอกว่า ที่ต้องให้ดูตั้งแต่ class แรก เพราะหนังเรื่องนี้เป็นเสมือน "บทเรียนที่หนึ่ง" ที่จะปรับมุมมอง ของนิสิตที่มาจากหลากหลายสาขาอาชีพ

บางคนเรียนวิทยาศาสตร์มา บางคนเรียนวิศวะมา ทุกอย่างมีคำตอบที่ถูกต้องของมัน แต่พอมาเรียนนิเทศศาสตร์ ต้องเข้าใจก่อนว่า ในโลกนี้ "ความจริง" ไม่ได้มีอยู่ด้านเดียว

ในโลกที่เป็นอยู่ ไม่ใช่ "ไฮโดรเจน" บวก "ออกซิเจน" แล้วจะกลายเป็น "น้ำบริสุทธิ์" เสมอไป ในโลกที่เป็นไป "หนึ่ง" บวก "หนึ่ง" อาจจะกลายเป็น "สอง" อาจจะกลายเป็น "สิบ" หรืออาจ "ติดลบ" ก็ได้

ห้าปีที่ผ่านมา บ้านเรามีแฟชั่น "คนดี - คนไม่ดี" ต้องกำจัดคนไม่ดี เอาคนดีมาบริหารบ้านเมือง แล้วบ้านเมืองมันจึงจะดี ผมดูแล้วก็หวนนึกถึง "ราโชมอน" ขึ้นมาทุกที


มนุษย์เรามีความเห็นแก่ตัวเป็นพื้นฐานทั้งนั้น "ความจริง" ไม่ได้มีอยู่ด้านเดียว เหมือนหนังเรื่องนี้ "โจร" ก็มีความดี "พระเอก" ก็มีความชั่ว "นางเอก" ก็มีความแพศยา "ผีห่าซาตาน" ก็ยังรู้จักหลอกลวง

ดังนั้น อย่าตัดสินใครว่าเป็น "คนดี" หรือ "คนเลว" เพียงเพราะ "ความจริง" ในมุมของเราอีกเลย

ช่วงนี้ หนังไทยเรื่อง "อุโมงค์ผาเมือง" เพิ่งเข้า หนังเรื่องนี้สร้างมาจากหนังเรื่อง "ราโชมอน" ของ "อากิระ คุโรซาว่า" ซึ่งหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ได้เอามาเขียนเป็นบทละครเวที ผมก็เลยอยากจะไปดู ไม่ได้มีเอี่ยวอะไรกับเขาหรอกครับ ยังไม่ได้ไปดูเสียด้วยซ้ำ แต่คิดว่าน่าสนใจ

เมืองไทยเรานี้ แสนดีนักหนา คนดีเต็มพสุธา ทำไมหนา คนไม่ดีได้ครองเมือง เขาว่ามาแบบนี้ บัณฑิตโง่งมอย่างผม มันไล่ตาม "คนดี" ไม่ค่อยจะทัน ขออยู่พิจารณา "ความชั่ว" ของตัวเองเงียบๆ ที่บ้านจะดีกว่านะ

Saturday, September 3, 2011

The Kingdom of Shu: Post-Kongming Era


ขงเบ้งเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของจ๊กก๊ก

ก่อนขงเบ้งจะตาย เขาได้สั่งเสียกลางทุ่งอู่จ้าง ให้ "เจียวอ้วน" และ "บิฮุย" รับตำแหน่ง "เฉิงเสี้ยง" หรือ "อัครมหาเสนาบดีแห่งจ๊กก๊ก" ต่อจากตนเอง

ครั้นกุนซือมังกรหลับสิ้นลมแล้ว เหล่าทหารหาญได้นำศพเขากลับเซงโต๋อย่างทุลักทุเล ท่ามกลางความขัดแย้งของนายทหารและขุนน้ำขุนนางแห่งรัฐสู่หลายต่อหลายคน ก่อนที่ "เจียวอ้วน" จะก้าวขึ้นทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารอย่างเป็นทางการ ตามประสงค์ของข่งหมิง

เจียวอ้วนเกิดที่อำเภอเซียงเซียง เมืองเลงเหลง ปัจจุบันอยู่ในมณฑลหูหนาน ฉลาดเฉลียว สติปัญญาเหนือคน เข้ามารับราชการกับเล่าปี่ ในช่วงที่เล่าปี่กำลังบุกตีเสฉวน

เมื่อเล่าปี่ตายแล้ว “เล่าเสี้ยน” ได้ขึ้นเสวยราชย์ต่อ ขงเบ้งได้ตั้งเจียวอ้วนเป็นผู้ช่วย เทียบกับสมัยปัจจุบันก็คือ "รองนายกรัฐมนตรี" ทั่วทั้งแผ่นดินสู่ฮั่นต่างรับรู้กันว่า เขาคือ "มือขวา" ของกุนซือมังกรหลับแห่งโงลังกั๋ง และความสามารถของเขาก็ทำให้ขงเบ้งนิยมชมชอบเป็นอย่างมาก

ในความเห็นของผม ที่ขงเบ้งชอบเจียวอ้วนมากอาจเป็นเพราะเจียวอ้วนมาใน "สายวิชาการ" เช่นเดียวกับตัวเขา คือสร้างตัวขึ้นมาด้วยตำรับตำรา มิใช่ขุนพลกรำศึก สร้างตัวขึ้นมาจากซากศพและกองกระดูกเหมือน "กวนอู"

เมื่อจูกัดเหลียงนำทัพบุกเหนือ เจียวอ้วนได้รับหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินแทน ซึ่งเขาก็รับภาระได้เป็นอย่างดี ไม่มีขาดตกบกพร่อง ทำให้ขงเบ้งขึ้นเหนือแบบไม่ต้อง "พะวงหลัง" หากจะมีห่วงก็มาจากความงี่เง่าของเล่าเสี้ยนเท่านั้น

ครั้นขงเบ้งตายแล้ว เจียวอ้วนจึงได้ก้าวขึ้นเป็น “ประมุขฝ่ายบริหาร” ของจ๊กก๊กในที่สุด

ตรงนี้อย่ามองข้ามเป็นอันขาดนะครับ การ "ก้าวขึ้นมาแทนขงเบ้ง" เป็นเรื่องยากสุดๆ เพราะขงเบ้งคือ "ทุกสิ่งทุกอย่าง" ของจ๊กก๊ก เมื่อไม่มีเขาแล้ว คนที่จะก้าวขึ้นมาแทนย่อมถูกจับตามอง ความกดดันย่อมมหาศาลเลยทีเดียว

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ ลองนึกดูสิว่า คนที่มารับไม้คุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อจากเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูซั่น จะโดนแรงบีบขนาดไหน เจียวอ้วนก็ต้องเจอเหมือนกัน

ปรากฏว่า เขาก็ทำหน้าที่ได้ดีในระดับหนึ่ง โดยทำให้บ้านเมืองเป็นปรกติสุข ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินดำเนินไปตามธรรมเนียม


คุณสมบัติที่โดดเด่นของเจียวอ้วน นอกจากสติปัญญาและความสามารถในการบริหารแล้ว เขายังเป็นคนนอบน้อมถ่อมตนและมีความอดทนสูงยิ่ง แม้จะโดนขุนนางบางคน โดยเฉพาะเจียวจิ๋วและขุนนางขั้วอำนาจเก่าสมัยเล่าเจี้ยง ค่อนขอดว่าตัวเขาไม่ดีพอที่จะมาแทนขงเบ้งได้ เจียวอ้วนก็มิได้ว่ากระไร กลับยอมรับเสียอีก

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของเขาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักก็คือ การเน้นแต่การบริหารกิจการภายในประเทศ แต่ไม่ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ทางการทหารเท่าที่ควร ทำให้จ๊กก๊กไม่เป็นที่เกรงขามของก๊กอื่นๆ เหมือนในยุคที่ขงเบ้งยังมีชีวิต

เรื่องราวที่น่าสนใจกว่านั้น ต้องย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน

จดหมายเหตุสามก๊กระบุว่า เจียวอ้วนเข้ารับราชการกับจ๊กก๊กสมัยที่เล่าปี่เพิ่งยึดเสฉวนได้ โดยเขาได้รับคำสั่งให้ไปเป็นนายอำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่ง เล่าปี่มาตรวจราชการ เจอเจียวอ้วนกำลังเมาหัวราน้ำ ไม่ทำการทำงาน

เล่าปี่โกรธมากจะประหารเสีย แต่ขงเบ้งทราบเรื่องจึงรีบห้ามไว้ โดยชี้แจงว่าเจียวอ้วนเป็นคนเก่งมาก เหตุที่เมาคงเป็นเพราะได้มอบหมายงานให้ลูกน้องหมดแล้ว ด้วยความที่เล่าปี่นับถือขงเบ้งจึงไม่ลงโทษเจียวอ้วน เพียงแต่ถอดออกจากตำแหน่ง

เรื่องราวของเจียวอ้วนตอนนี้คล้ายๆ กับกรณี “บังทอง” ที่แสดงอิทธิฤทธิ์กับเล่าปี่ เมื่อครั้งที่เขาถูกเล่าปี่ส่งไปเป็นนายอำเภอเล็กๆ ในแคว้นเกงจิ๋ว

เป็นไปได้ว่าผู้แต่งวรรณกรรมสามก๊กอาจหยิบเรื่องของเจียวอ้วนไปดัดแปลงเป็นกรณีของบังทองแทน เพราะตามจดหมายเหตุสามก๊ก ไม่ปรากฏว่าบังทองเคยเมาเหล้าเพื่อลองดีกับนายใหญ่แซ่เล่าแต่อย่างใด

แม้จะเป็นถึงอัครมหาเสนาบดี แต่สาเหตุที่คนอย่าง เจียวอ้วน และ บิฮุย ไม่เป็นที่รู้จักเท่ากับคนอย่าง "เกียงอุย" นั้น เป็นเพราะในยุคสามก๊ก เป็นยุคที่ "การทหารนำการเมือง"

ผู้นำในสมัยก่อน ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งสูงส่งขนาดไหน หากในทางปฏิบัติแล้ว ตำแหน่งของเขาไม่ครอบคลุม "อำนาจทางการทหาร" ก็ย่อมเป็นที่จดจำไม่มากนัก เหมือนที่หลายคนไม่รู้จัก "โกะหยง" นายกรัฐมนตรีแห่งง่อก๊ก แต่พอโกะหยงตาย ส่งไม้ต่อให้ "ลกซุน" อันนี้ทุกคนร้องอ๋อทันที เพราะเคยเป็นแม่ทัพใหญ่มาก่อน


นี่คือเกร็ดชีวิตอันน่าสนใจของ "บุคคลหลังม่าน" แห่งวรรณกรรมสามก๊ก ยังมีเรื่องราวของคนแบบเจียวอ้วนอีกมากมาย รับรองว่าน่าสนใจมากๆ ติดตามได้จากหนังสือเล่มใหม่ของผม วางแผงไม่เกินปลายปีนี้ครับ