Saturday, September 3, 2011

The Kingdom of Shu: Post-Kongming Era


ขงเบ้งเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของจ๊กก๊ก

ก่อนขงเบ้งจะตาย เขาได้สั่งเสียกลางทุ่งอู่จ้าง ให้ "เจียวอ้วน" และ "บิฮุย" รับตำแหน่ง "เฉิงเสี้ยง" หรือ "อัครมหาเสนาบดีแห่งจ๊กก๊ก" ต่อจากตนเอง

ครั้นกุนซือมังกรหลับสิ้นลมแล้ว เหล่าทหารหาญได้นำศพเขากลับเซงโต๋อย่างทุลักทุเล ท่ามกลางความขัดแย้งของนายทหารและขุนน้ำขุนนางแห่งรัฐสู่หลายต่อหลายคน ก่อนที่ "เจียวอ้วน" จะก้าวขึ้นทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารอย่างเป็นทางการ ตามประสงค์ของข่งหมิง

เจียวอ้วนเกิดที่อำเภอเซียงเซียง เมืองเลงเหลง ปัจจุบันอยู่ในมณฑลหูหนาน ฉลาดเฉลียว สติปัญญาเหนือคน เข้ามารับราชการกับเล่าปี่ ในช่วงที่เล่าปี่กำลังบุกตีเสฉวน

เมื่อเล่าปี่ตายแล้ว “เล่าเสี้ยน” ได้ขึ้นเสวยราชย์ต่อ ขงเบ้งได้ตั้งเจียวอ้วนเป็นผู้ช่วย เทียบกับสมัยปัจจุบันก็คือ "รองนายกรัฐมนตรี" ทั่วทั้งแผ่นดินสู่ฮั่นต่างรับรู้กันว่า เขาคือ "มือขวา" ของกุนซือมังกรหลับแห่งโงลังกั๋ง และความสามารถของเขาก็ทำให้ขงเบ้งนิยมชมชอบเป็นอย่างมาก

ในความเห็นของผม ที่ขงเบ้งชอบเจียวอ้วนมากอาจเป็นเพราะเจียวอ้วนมาใน "สายวิชาการ" เช่นเดียวกับตัวเขา คือสร้างตัวขึ้นมาด้วยตำรับตำรา มิใช่ขุนพลกรำศึก สร้างตัวขึ้นมาจากซากศพและกองกระดูกเหมือน "กวนอู"

เมื่อจูกัดเหลียงนำทัพบุกเหนือ เจียวอ้วนได้รับหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินแทน ซึ่งเขาก็รับภาระได้เป็นอย่างดี ไม่มีขาดตกบกพร่อง ทำให้ขงเบ้งขึ้นเหนือแบบไม่ต้อง "พะวงหลัง" หากจะมีห่วงก็มาจากความงี่เง่าของเล่าเสี้ยนเท่านั้น

ครั้นขงเบ้งตายแล้ว เจียวอ้วนจึงได้ก้าวขึ้นเป็น “ประมุขฝ่ายบริหาร” ของจ๊กก๊กในที่สุด

ตรงนี้อย่ามองข้ามเป็นอันขาดนะครับ การ "ก้าวขึ้นมาแทนขงเบ้ง" เป็นเรื่องยากสุดๆ เพราะขงเบ้งคือ "ทุกสิ่งทุกอย่าง" ของจ๊กก๊ก เมื่อไม่มีเขาแล้ว คนที่จะก้าวขึ้นมาแทนย่อมถูกจับตามอง ความกดดันย่อมมหาศาลเลยทีเดียว

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ ลองนึกดูสิว่า คนที่มารับไม้คุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อจากเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูซั่น จะโดนแรงบีบขนาดไหน เจียวอ้วนก็ต้องเจอเหมือนกัน

ปรากฏว่า เขาก็ทำหน้าที่ได้ดีในระดับหนึ่ง โดยทำให้บ้านเมืองเป็นปรกติสุข ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินดำเนินไปตามธรรมเนียม


คุณสมบัติที่โดดเด่นของเจียวอ้วน นอกจากสติปัญญาและความสามารถในการบริหารแล้ว เขายังเป็นคนนอบน้อมถ่อมตนและมีความอดทนสูงยิ่ง แม้จะโดนขุนนางบางคน โดยเฉพาะเจียวจิ๋วและขุนนางขั้วอำนาจเก่าสมัยเล่าเจี้ยง ค่อนขอดว่าตัวเขาไม่ดีพอที่จะมาแทนขงเบ้งได้ เจียวอ้วนก็มิได้ว่ากระไร กลับยอมรับเสียอีก

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของเขาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักก็คือ การเน้นแต่การบริหารกิจการภายในประเทศ แต่ไม่ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ทางการทหารเท่าที่ควร ทำให้จ๊กก๊กไม่เป็นที่เกรงขามของก๊กอื่นๆ เหมือนในยุคที่ขงเบ้งยังมีชีวิต

เรื่องราวที่น่าสนใจกว่านั้น ต้องย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน

จดหมายเหตุสามก๊กระบุว่า เจียวอ้วนเข้ารับราชการกับจ๊กก๊กสมัยที่เล่าปี่เพิ่งยึดเสฉวนได้ โดยเขาได้รับคำสั่งให้ไปเป็นนายอำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่ง เล่าปี่มาตรวจราชการ เจอเจียวอ้วนกำลังเมาหัวราน้ำ ไม่ทำการทำงาน

เล่าปี่โกรธมากจะประหารเสีย แต่ขงเบ้งทราบเรื่องจึงรีบห้ามไว้ โดยชี้แจงว่าเจียวอ้วนเป็นคนเก่งมาก เหตุที่เมาคงเป็นเพราะได้มอบหมายงานให้ลูกน้องหมดแล้ว ด้วยความที่เล่าปี่นับถือขงเบ้งจึงไม่ลงโทษเจียวอ้วน เพียงแต่ถอดออกจากตำแหน่ง

เรื่องราวของเจียวอ้วนตอนนี้คล้ายๆ กับกรณี “บังทอง” ที่แสดงอิทธิฤทธิ์กับเล่าปี่ เมื่อครั้งที่เขาถูกเล่าปี่ส่งไปเป็นนายอำเภอเล็กๆ ในแคว้นเกงจิ๋ว

เป็นไปได้ว่าผู้แต่งวรรณกรรมสามก๊กอาจหยิบเรื่องของเจียวอ้วนไปดัดแปลงเป็นกรณีของบังทองแทน เพราะตามจดหมายเหตุสามก๊ก ไม่ปรากฏว่าบังทองเคยเมาเหล้าเพื่อลองดีกับนายใหญ่แซ่เล่าแต่อย่างใด

แม้จะเป็นถึงอัครมหาเสนาบดี แต่สาเหตุที่คนอย่าง เจียวอ้วน และ บิฮุย ไม่เป็นที่รู้จักเท่ากับคนอย่าง "เกียงอุย" นั้น เป็นเพราะในยุคสามก๊ก เป็นยุคที่ "การทหารนำการเมือง"

ผู้นำในสมัยก่อน ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งสูงส่งขนาดไหน หากในทางปฏิบัติแล้ว ตำแหน่งของเขาไม่ครอบคลุม "อำนาจทางการทหาร" ก็ย่อมเป็นที่จดจำไม่มากนัก เหมือนที่หลายคนไม่รู้จัก "โกะหยง" นายกรัฐมนตรีแห่งง่อก๊ก แต่พอโกะหยงตาย ส่งไม้ต่อให้ "ลกซุน" อันนี้ทุกคนร้องอ๋อทันที เพราะเคยเป็นแม่ทัพใหญ่มาก่อน


นี่คือเกร็ดชีวิตอันน่าสนใจของ "บุคคลหลังม่าน" แห่งวรรณกรรมสามก๊ก ยังมีเรื่องราวของคนแบบเจียวอ้วนอีกมากมาย รับรองว่าน่าสนใจมากๆ ติดตามได้จากหนังสือเล่มใหม่ของผม วางแผงไม่เกินปลายปีนี้ครับ

No comments:

Post a Comment

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ