Wednesday, December 28, 2011

28 ธ.ค. คืนความเป็นธรรมให้เจ้าตาก



"กูวิตกแต่ศัตรูมาแต่ประเทศแดนไกล แต่เดี๋ยวนี้ไซร้ลูกหลานของกูเอง ว่ากูคิดผิดเป็นบ้าเป็นบอแล้วดังนี้ จะให้พ่อบวชก็ดี ฤาจะใส่ตรวนพ่อก็ดี พ่อจะยอมรับ ทำตามใจลูกบังคับทั้งสิ้น"


- พระราชดำรัสในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากพงศาวดารกัมพูชา

28 ธันวาคม คือ "วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช"

หลายคนเข้าใจว่า วันนี้คงเป็น "วันเสด็จพระราชสมภพ" หรือ "วันสิ้นพระชนม์" ของเจ้าตาก ดังวันสำคัญเพื่อระลึกถึงมหาราชสยามอีกหลายพระองค์

แต่แท้จริงแล้ว มันคือวันที่พระองค์ทรงขึ้นครองราชบัลลังก์

สำหรับการสิ้นพระชนม์ขององค์เจ้าตากนั้น อาจเรียกได้ว่าเป็นหัวข้อถกเถียงยอดนิยมของคนไทยตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา

วันก่อน ผมอ่านนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ คอลัมน์ "ปริศนาโบราณคดี" เจอข้อมูลเกี่ยวกับพระเจ้าตากสิน น่าสนใจมากๆ เลยขอสรุปความบางส่วนมาถ่ายทอดไว้ ณ ที่นี้ และชวนคุยไปพร้อมๆ กันด้วย

พระราชพงศาวดารกรุงสยามฉบับโรงพิมพ์หมอบรัดเลย์ ชี้ชัดว่าเจ้าตากถูกประหารด้วยการให้เพชฌฆาต "ลากตัวไปตัดศีรษะ" ในวันที่ 6 เมษายน

โปรดสังเกตนะครับว่า ไม่มี "ท่อนจันท์" ไม่มี "ผ้าแดง" อย่างที่หนังสือเรียนสมัยนี้ว่าไว้

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของวันสิ้นพระชนม์ที่แน่ชัด มีหลายแหล่งข้อมูลที่ระบุไว้ขัดแย้งกัน เช่น จดหมายเหตุของบาทหลวงฝรั่งเศส ระบุว่าเจ้าตากถูกประหารวันที่ "7 เมษายน" จดหมายเหตุโหรในประชุมพงศาวดารภาค 8 ระบุว่าพระองค์ถูกประหารวันที่ "10 เมษายน"

ข้อมูลจาก เพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์ ผู้เขียนคอลัมน์ดังกล่าว กล่าวว่า "6 เม.ย. ถือว่าเป็นฤกษ์งามยามดีของราชวงศ์ใหม่ อาจเป็นไปได้ว่าวันสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าตากอาจถูกกำหนดให้เลื่อนถอยออกมาหลังจากนั้นเล็กน้อย"

ถ้าเป็นดั่งข้อมูลนี้ ก็สรุปได้ว่า..เจ้าตากอาจถูกสังหารวันที่ 6 เม.ย. แต่รัฐจำต้องระบุให้เป็นวันอื่น เพื่อไม่ให้ตรงหรือคาบเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองวันสำคัญ

ทั้งนี้ วันเสด็จพระราชสมภพของพระเจ้าตาก บ้างก็ว่าเป็นวันที่ 17 เม.ย. บ้างก็ว่า 22-23 มี.ค. แต่ที่ระบุไว้ค่อนข้างตรงกันคือ พระองค์มีพระชนมายุรวม หรือพูดง่ายๆ คือ มีอายุขัย "48 ปี 15 วัน"

ประเด็นนี้ ท่านว่าตลกไหมครับ รู้ว่ามีชีวิตอยู่กี่วัน แต่วันเกิดวันตายกลับไม่แน่ชัด นั่นก็เพราะเหตุผลทางการเมือง ที่มาทำให้เรื่องง่ายๆ ต้องบิดเบี้ยวไปหมด

นี่คือกระบวนการ "จัดสรรความจริง" ที่แม้แต่เรื่องน้อยๆ อย่างวันประสูติ วันสวรรคตของพระองค์ ก็ยังต้องมีการ "จัดการ" กัน

ทีนี้ มาว่ากันที่ประเด็นหลัก ว่าด้วยเรื่องการ "สร้างความเท็จ" เพื่อ "ล้างบาป" กรณีสังหารเจ้าตาก ที่ฝ่ายผู้มีอำนาจในหลายยุคหลายสมัยนิยมทำกัน กระบวนการทั้งหลายทั้งปวง ผมจัดหมวดหมู่ได้เป็นสามประการ ดังนี้ ..

1.บอกว่า "เจ้าตากบ้า" จึงต้องประหาร และสร้างเรื่องว่าได้มีการถวายพระเกียรติแล้ว เช่น "ทุบด้วยท่อนจันท์" "คลุมด้วยผ้าแดง"

2.สร้างนิยายขึ้นมาใหม่เพื่อลดแรงแค้น บอกว่าเจ้าตากไม่ได้ถูกประหาร แต่มีการสับเปลี่ยนตัว โดยองค์จริงหนีไปเมืองนครและตายที่นั่น

3.ที่อีเดียตที่สุด คือ Conspiracy Theory บ้าๆ บอกว่าพระองค์วางแผนแกล้งตาย จะได้สละบัลลังก์ แล้วให้สยาม "ชักดาบ" ไม่ใช้หนี้ต่างชาติ


ที่จริงแล้ว ยังมีทฤษฏีสมคบคิดอีกมากมาย ที่พยายามปั้นแต่งกันขึ้นมา เพื่อสร้างความชอบธรรมหรือลบล้างข้อมูลเก่าเสียดื้อๆ แต่นั่นกลับกลายเป็นการ "เพิ่มมลทิน" ให้องค์เจ้าตาก ซึ่งล้วนขัดแย้งกับหลักฐานประวัติศาสตร์ดั้งเดิมในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ก่อนถูกชำระใหม่ทั้งสิ้น

ศ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ และนักวิชาการท่านอื่นๆ เช่น ปรามินทร์ เครือทอง เคยเขียนไว้ในหนังสือหลายเล่ม โดยอ้างพระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขาและอื่นๆ มีเนื้อความอันสรุปได้ว่า เจ้าตากไม่ได้สละราชบัลลังก์ พระองค์ถูกยึดอำนาจ และถูกประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ

จะเห็นได้ว่า มหาราชองค์นี้ ทรงกู้เอกราช ฟื้นฟูชาติ แต่ต้องตายอย่างน่าอนาถ

ที่จริงแล้ว ถ้าว่ากันตรงๆ การ "รัฐประหาร" ยึดอำนาจในยุคนั้นสมัยนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยแม้แต่น้อย (ในเมืองจีนเองก็เพิ่งเปลี่ยนจากราชวงศ์หมิงเป็นราชวงศ์ชิงได้ไม่นาน)

แต่ที่น่าแปลกคือ การทำให้ "ข้อเท็จจริง" กลายเป็น "เรื่องต้องห้าม" แม้ว่าเวลาจะผ่านมาแล้วหลายร้อยปี ซ้ำร้าย ยังเอาเรื่องแปลกๆ ที่ปั้นแต่งขึ้นเหล่านั้น ยัดลงไปในหนังสือเรียนเด็กเสียอีก

เจ้าตากเสียชีวิตไปแล้วร่วม 230 ปี (๒๓๒๕ - ๒๕๕๕) ผมว่าควรถึงเวลาแล้ว ที่เราจะนำเสนอข้อเท็จจริงกันอย่างตรงไปตรงมา ใครมีข้อมูลอะไรจะแย้งก็เอามาแย้ง เห็นต่างกันได้ ไม่ใช่เรื่องผิด ไม่มีใครผิดทั้งนั้น แต่ต้องทำให้ความรู้ที่ถูกต้องนั้นเกิดขึ้น

สุดท้าย ขอฝากร้อยกรอง ที่ว่ากันว่าพระเจ้าตากสินทรงแต่งขึ้นเองไว้ดังนี้

"อันตัวพ่อชื่อว่าพระยาตาก ทนทุกข์ยากกู้ชาติพระศาสนา

ถวายแผ่นดินให้เป็นพุทธบูชา แด่พระศาสดาศาสนะพระพุทธโคดม

ให้ยืนยงคงถ้วนห้าพันปี สมณะเณรชีปฏิบัติให้พอสม

เจริญสมถะวิปัสสนาพ่อชื่นชม ถวายบังคมรอยบาทพระศาสดา ...

คิดถึงพ่อ พ่ออยู่ คู่กับเจ้า ชาติของเราคงอยู่คู่พระศาสนา

พระพุทธศาสนาอยู่ยงคู่องค์กษัตรา พระศาสดาฝากไว้ให้คู่กัน"


"Taksin Never Dies."

2 comments:

  1. ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ