Saturday, March 3, 2012

ยอดกุนซือพิทักษ์ตระกูลอ้วน (๑)


อ้วนเสี้ยว เป็นขุนศึกซึ่งมีที่ปรึกษาเก่งๆ รายล้อมมากที่สุด กุนซือของเขามิได้เป็นรองคณะที่ปรึกษาของ "โจโฉ" เลย หลายคนมองว่าน่าจะเหนือกว่าเสียด้วยซ้ำ

สาเหตุที่ทำให้คนเก่งๆ ทั้งหลายอยากมาอยู่กับอ้วนเสี้ยว น่าจะเป็นเพราะในช่วงเวลานั้น ขุนนางแซ่อ้วนผู้นี้ทรงอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน ดินแดน "ฮอปัก" จึงเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ยอดคนสมองเพชรตลอดจนนักรบผู้กล้าพากันหลั่งไหลมาอาศัยรับราชการด้วย

นอกจากความเก่งกาจแล้ว กุนซือหลายคนยังซื่อสัตย์และภักดีต่อตระกูลอ้วนอย่างยิ่ง ผมขอยกตัวอย่างมาสามคน ได้แก่ สิมโพย จอสิว และเตียนห้อง

ขอเริ่มต้นเล่าจาก "สิมโพย" ก่อน

สิมโพยผู้นี้เกิดที่เมืองเว่ย เคยรับใช้ “ฮันฮก” เจ้าเมืองกิจิ๋วมาก่อน เมื่อฮันฮกเสียเมืองให้อ้วนเสี้ยว เขาจึงได้มารับใช้อ้วนเสี้ยวต่อไป

ครั้นอ้วนเสี้ยวลังเลว่าจะรบกับ “โจโฉ” ดีหรือไม่ สิมโพยเป็นผู้สนับสนุนให้รบ โดยบอกว่าการเอาชนะโจโฉนั้นง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ อ้วนเสี้ยวจึงกล้าเปิดศึกกับโจโฉ และได้ตั้งให้สิมโพยเป็นแม่ทัพใหญ่

เมื่ออ้วนเสี้ยวนำทัพเข้าปะทะกับโจโฉที่กัวต๋อ สิมโพยได้ให้ทหารระดมยิงเกาทัณฑ์ใส่ทัพของฝ่ายโจโฉจนต้องล่าถอย ก่อนจะไล่ตามตีทัพโจโฉจนแตกพ่ายไม่เป็นกระบวน

อาจกล่าวได้ว่า ด้วยปัญญาของสิมโพย ทำให้อ้วนเสี้ยวกุมความได้เปรียบอย่างมากในช่วงต้นของสงครามริมแม่น้ำเหลือง


ที่น่าสนใจคือ สิมโพยเป็นผู้เตือนอ้วนเสี้ยวให้ป้องกันเสบียงที่อัวเจ๋าให้ดี เนื่องจากจะเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายระหว่าง "ชัยชนะ" หรือ "ความพ่ายแพ้" ทว่าอ้วนเสี้ยวกลับประมาท มองข้ามคำแนะนำอันนี้ สุดท้ายจึงถูกเผาเสบียงและพ่ายแพ้ต่อโจโฉอย่างยับเยิน

ครั้นอ้วนเสี้ยวตรอมใจจนล้มป่วยและเสียชีวิต สิมโพยได้โอนย้ายตัวเองไปเป็นกุนซือของอ้วนซง ลูกชายคนเล็กของอ้วนเสี้ยวซึ่งได้รับเลือกให้เป็นทายาทสืบทอดอำนาจต่อ ทั้งนี้เป็นเพราะเขาภักดีต่อนายมาก นายเลือกลูกคนนี้ เขาก็ต้องอยู่กับลูกคนนี้

เมื่อโจโฉตามมาตีกิจิ๋ว สิมโพยได้รับมอบหมายจากอ้วนซงให้คุมทัพรับมือ หลังจากเขาเคยช่วยอ้วนเสี้ยวไล่ต้อนจอมคนแซ่โจมาแล้วครั้งหนึ่ง

สิมโพยช่วยอ้วนซงรบป้องกันเมืองเป็นสามารถ ทั้งยังรู้เล่าทันอุบายของฝ่ายโจโฉเป็นอย่างดี เช่น เมื่อโจโฉให้ทหารขุดอุโมงค์เข้ามาในเมือง สิมโพยก็ให้เอาหินถมกันไว้ จนคนของโจโฉเล็ดรอดเข้ามาไม่ได้

นอกจากนี้ สิมโพยยังสั่งประหารชีวิตครอบครัวของ “ซินผี” นายทหารของอ้วนเสี้ยวที่ไปเข้ากับฝ่ายโจโฉ แล้วโยนศพออกมานอกเมืองทีละศพ เพื่อแก้แค้นและสั่งสอนคนทรยศ จนซินผีแค้นแทบสิ้นสติ

การกระทำอันนี้ ทำให้ “สิมเอ๋ง” หลานของสิมโพยซึ่งสนิทกับซินผีรับไม่ได้ ตัดสินใจส่งจดหมายออกไปหาโจโฉบอกให้เข้ามายึดเมือง โดยสิมเอ๋งได้เปิดประตูให้ฝ่ายโจโฉตอนกลางดึก ฝ่ายสิมโพยนอนหลับอยู่บนกำแพงเมืองไม่ทันระวังป้องกัน กิจิ๋วจึงตกเป็นของโจโฉอย่างง่ายดาย

ครั้นเข้าเมืองได้ โจโฉจะเอาตัวสิมโพยไว้ใช้แต่สิมโพยไม่ยอม ลั่นวาจาว่าเขาเป็นข้าแซ่อ้วน ก็จะขอตายในฐานะข้าแซ่อ้วน ไม่ขอเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย โจโฉไม่มีทางเลือก จึงให้เอาตัวไปประหารชีวิต

โดยก่อนตาย สิมโพยได้ขอหันหน้าไปทางทิศเหนือเพื่อกราบลาอ้วนเสี้ยวเป็นครั้งสุดท้ายด้วย

โจโฉซาบซึ้งในความซื่อสัตย์และจงรักภักดีของสิมโพยมาก จึงให้ทำศพเขาอย่างดี แล้วเขียนสรรเสริญว่า

“สิมโพยนี้มีความซื่อสัตย์ต่อนายยิ่งนัก ผู้ใดจะทำราชการต่อไปภายหน้าก็ขอให้ดูสิมโพยเป็นตัวอย่างเถิด”

นี่คือตัวอย่างแรก อันแสดงให้เห็นถึงความรักและภักดีที่ลูกน้องคนหนึ่งมีต่อนาย แต่กลับต้องจบลงด้วยโศกนาฏกรรม ในตอนต่อไปจะมาเล่าถึง จอสิว และเตียนห้อง อย่าลืมติดตามครับ

No comments:

Post a Comment

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ