Thursday, March 8, 2012

ยอดกุนซือพิทักษ์ตระกูลอ้วน (๒)


หลังจากได้เล่าถึงเรื่องราวของสิมโพยไปแล้ว ในตอนนี้ก็ถึงตาของ ชีสิว และ เตียนห้อง สองยอดกุนซือพิทักษ์ตระกูลอ้วน ซึ่งล้วนเฉลียวฉลาด ซื่อสัตย์ และจงรักภักดีต่อนาย แต่สุดท้ายกลับมีชะตากรรมคล้ายๆ กัน

ชีสิว คือกุนซือที่ว่ากันว่า “เก่งที่สุด” ของอ้วนเสี้ยว เขาเกิดที่เมืองกองเป๋ง ส่วนเตียนห้องนั้น ไม่แน่ชัดว่าเกิดที่เมืองกิลกกุ๋น หรือเมืองปักไฮ ทั้งสองเคยเป็นลูกน้องของ ฮันฮก เช่นเดียวกับสิมโพย ครั้นฮันฮกเสียเมืองกิจิ๋วให้อ้วนเสี้ยว ชีสิวและเตียนห้องจึงมารับใช้ขุนศึกตระกูลอ้วนพร้อมกัน รวมทั้งสิมโพยด้วย

เตียนห้องเคยแนะให้อ้วนเสี้ยวยกทัพไปตีฮูโต๋ ในระหว่างที่โจโฉทิ้งเมืองไปตีชีจิ๋วของเล่าปี่ แต่อ้วนเสี้ยวกลับไม่ทำตาม โดยอ้างว่าลูกคนเล็กป่วยอยู่ เตียนห้องได้ยินก็ถึงกับรำพันว่า “ช่างน่าเสียดายนัก โอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้ว ควรหรือมายอมเสียการใหญ่ด้วยเรื่องลูกเล็กเด็กแดงเช่นนี้”

ครั้นชีจิ๋วแตกแล้ว เล่าปี่ได้หนีมาอาศัยอยู่กับอ้วนเสี้ยว และยุให้อ้วนเสี้ยวตีโจโฉ อ้วนเสี้ยวถูกยุก็เกิดมานะจะไปบุกฮูโต๋ เตียนห้องรู้เข้าก็รีบห้ามไว้ โดยชี้ว่าโอกาสทองได้ผ่านพ้นไปแล้ว อ้วนเสี้ยวรู้สึกเสียหน้ามาก จึงสั่งประหารเตียนห้องโทษฐานขัดคอ

ทว่าเล่าปี่อ่านเกมออกว่าถ้าเตียนห้องตาย คนของอ้วนเสี้ยวจะชี้นิ้วว่าตัวเขาเป็นต้นเหตุ จึงได้เอ่ยปากขอชีวิตไว้ อ้วนเสี้ยวจึงยอมเว้นโทษประหาร แต่ให้เอาตัวเตียนห้องไปขังคุก แต่แล้ว เมื่ออ้วนเสี้ยวส่งงันเหลียง ยอดทหารเสือออกรบ งันเหลียงก็ถูกกวนอู น้องร่วมสาบานของเล่าปี่ ซึ่งขณะนั้นไปรับใช้โจโฉฆ่าตาย ครั้นบุนทิว เพื่อนสนิทของงันเหลียงจะไปล้างแค้นให้เพื่อน ก็โดนกวนอูสังหารเสียอีกคนหนึ่ง

การเสียงันเหลียงและบุนทิว เป็นความเสียหายใหญ่หลวงของอ้วนเสี้ยว ทั้งนี้เพราะไม่เชื่อคำของเตียนห้องนั่นเอง

ฝ่ายชีสิวเป็นคนซื่อสัตย์ ภักดีต่อนายไม่แพ้เตียนห้อง แต่ด้วยความที่เป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา จึงไม่เป็นที่โปรดปรานของนายพลอ้วนนัก ต่างจากกัวเต๋า ที่ปรึกษาอีกคนซึ่งไม่ถูกกับชีสิว ทว่าอ้วนเสี้ยวกลับชอบ เพราะเขาปากหวาน เอาใจเก่ง ทั้งที่คำแนะนำของกัวเต๋าล้วนเป็นไปเพื่อประโยชน์ของตัวเอง

วรรณกรรมสามก๊กบอกว่า ชีสิวได้แนะให้อ้วนเสี้ยวประหารชีวิตเล่าปี่เสีย เพื่อชำระความผิดที่กวนอูมาฆ่างันเหลียงกับบุนทิว และอ้วนเสี้ยวก็เกือบจะทำตาม เคราะห์ดีที่เล่าปี่อาศัยไหวพริบ พูดจาหว่านล้อมจนนายพลอ้วนเปลี่ยนใจ แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ไม่มีเรื่องนี้บันทึกไว้ คาดว่าผู้ประพันธ์วรรณกรรมสามก๊กแต่งขึ้นมาเอง

เมื่ออ้วนเสี้ยวกรีฑาทัพใหญ่ เตรียมเปิดศึกกับโจโฉที่กัวต๋อ ในขณะที่ทั้งสองทัพประจันหน้ากันอยู่นั้น ทัพของโจโฉได้บุกเข้ามาก่อน อ้วนเสี้ยวจึงสั่งออกรบ หมายทำศึกชี้ชะตา แต่ชีสิวรีบห้ามไว้ โดยชี้ชัดว่า ฝ่ายเรามีไพร่พลล้นเหลือ เสบียงกรังมากมาย ขณะที่โจโฉเสียเปรียบทุกอย่าง เราจึงควรเน้นตั้งรับ รอจนฝ่ายโน้นอ่อนแรงและถอยทัพจึงค่อยตามตี ต้องมีชัยยึดฮูโต๋ได้แน่

แต่แล้ว แทนที่อ้วนเสี้ยวจะฟังคำแนะนำของชีสิว เขากลับสั่งประหารชีวิตกุนซือตงฉินผู้นี้โทษฐานทำลายขวัญทหาร ทว่าบรรดานายทหารต่างขอชีวิตไว้ อ้วนเสี้ยวจึงให้เอาตัวชีสิวไปขังไว้อีกคนหนึ่ง โดยบอกว่าชนะโจโฉแล้วจะกลับมาชำระโทษเสียพร้อมกับเตียนห้อง (เตียนห้องถูกขังไว้ที่กิจิ๋ว ไม่ได้เดินทางมาด้วย แต่ชีสิวถูกขังไว้ในค่ายที่กัวต๋อ)


แม้จะอยู่ในคุก พอทราบว่าเสบียงที่อัวเจ๋ากำลังตกอยู่ในอันตราย ชีสิวยังอุตส่าห์ขอให้ผู้คุมปล่อยตนเองออกจากที่คุมขังเพื่อไปเตือนอ้วนเสี้ยว แต่ ฯพณฯ อ้วนที่ถูกปลุกขึ้นมากลางดึกกลับโกรธ สั่งประหารชีวิตผู้คุมที่ปล่อยชีสิวออกมา แล้วไล่ชีสิวกลับไปอยู่ในคุก

ในที่สุด การณ์เป็นไปดั่งคำชีสิวทุกประการ โดยโจโฉส่งคนมาลอบเผาเสบียงที่อัวเจ๋าได้สำเร็จ ส่งผลให้อ้วนเสี้ยวพ่ายแพ้ยับเยิน ครั้นโจโฉยึดค่ายของอ้วนเสี้ยวได้ เขาได้ให้ปล่อยตัวชีสิวและเกลี้ยกล่อมไว้เป็นพวก แต่ชีสิวไม่ยอม กลับด่าโจโฉเป็นข้อหยาบช้า โจโฉก็ไม่โกรธกลับแต่งโต๊ะเลี้ยง

พอตกกลางคืน ชีสิวขโมยม้าจะหนีกลับไปหาอ้วนเสี้ยว โจโฉไม่มีทางเลือก จำต้องประหารชีวิตเขาเสีย แล้วเขียนป้ายหน้าหลุมศพสดุดีว่า “ชีสิวเป็นผู้ภักดีต่อนาย ขอให้คนทั้งหลายเอาเป็นเยี่ยงอย่างเถิด”

ครั้นข่าวความพ่ายแพ้ของอ้วนเสี้ยวแพร่สะพัดมาถึงเมืองกิจิ๋ว ผู้คุมที่ดูแลเตียนห้องอยู่จึงมาแสดงความยินดีกับเขา เพราะเข้าใจว่าในเมื่อคำแนะนำของเขาได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ตัวเตียนห้องก็น่าจะพ้นผิด แต่เตียนห้องกลับบอกว่า

“นายเราแม้ภายนอกดูเป็นคนมีเหตุมีผล แต่จิตใจนั้นคับแคบ ช่างริษยาและไม่มั่นใจในตัวเอง หากเขาชนะมา เขาอาจจะปล่อยข้า แต่นี้เขาพ่ายแพ้และได้รับความอัปยศ ข้าแทบไม่มีโอกาสที่จะพ้นความตายไปได้เลย”

และแล้วเตียนห้องก็คาดการณ์ได้ถูกต้องอีกครั้ง โดย “ฮองกี๋” ที่ปรึกษาจอมเจ้าเล่ห์ซึ่งไม่ถูกกับเตียนห้องได้ไปหลอกอ้วนเสี้ยวที่กำลังซมซานกลับมายังกิจิ๋วว่า พอเตียนห้องรู้ว่านายแพ้กลับมาก็หัวเราะเยาะสมน้ำหน้าเป็นการใหญ่ อ้วนเสี้ยวได้ฟังก็โกรธมาก สั่งให้ม้าเร็วนำกระบี่ส่วนตัวมาประหารเตียนห้องเสียโดยอย่าให้เขาได้เจอหน้าอีก เพราะทนไม่ได้ที่ต้องอับอาย

วรรณกรรมสามก๊กบอกว่า เตียนห้องรู้ชะตาตนเองอยู่แล้ว จึงกล่าววาจาอมตะว่า “ลูกผู้ชายเกิดมาชาติหนึ่ง หากเลือกนายผิดก็คือมีตาไร้แวว วันนี้ตัวข้าสมควรตายแล้ว โดยมิควรค่าให้ใครระลึกถึงเลย” ว่าแล้วก็เชือดคอตัวเองตายอย่างน่าเวทนา

ตามข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ เตียนห้องมิได้ฆ่าตัวตาย แต่เป็นม้าเร็วที่อ้วนเสี้ยวใช้มาเป็นผู้สังหารเขา ทว่าเหตุที่วรรณกรรมสามก๊กดัดแปลงเรื่องให้เป็นว่าเขาฆ่าตัวตายเสียก่อนนั้น น่าจะเป็นเพราะหลอกว้านจงต้องการให้เตียนห้องเอ่ยวาจาอันเป็นการระลึกว่าตนเองได้ทำผิดพลาดที่ไปที่ดื้อรั้นรับใช้นายเลวจนตัวตาย ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าเขาเข้าใจถึงจิตใจอันคับแคบของอ้วนเสี้ยวอย่างทะลุปรุโปร่งอีกด้วย

นี่คือชะตากรรมของ ชีสิว เตียนห้อง และสิมโพย ซึ่งล้วนเป็น “ยอดกุนซือพิทักษ์ตระกูลอ้วน” ทั้งสามล้วนกล้าที่จะขัดคอ เสนอ “ยาดี” ให้กับนาย สุดท้าย ยาดีนั้นกลับกลายเป็น “ยาพิษ” มาปลิดชีวิตตนเอง

ไม่ว่าจะเป็นวรรณกรรมสามก๊กหรือข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ส่วนใหญ่ก็ล้วนสอดคล้อง ถูกต้องตรงกัน ว่าอ้วนเสี้ยวเป็นคน “มีตาไร้แวว” ใช้คนไม่เป็น จึงต้องย่อยยับอัปราชัย

แต่เมื่อมองอีกมุมหนึ่ง ลูกน้องทั้งสามของอ้วนเสี้ยว คือ ชีสิว เตียนห้อง และสิมโพย ซึ่งตายตามไปในภายหลังก็ควรถูกตำหนิว่า “มีตาหามีแววไม่” เช่นกัน คือเป็น “นกที่ไม่รู้จักเลือกไม้ทำรัง” จึงต้องพบจุดจบอย่างน่าอนาถ นั่นเอง

1 comment:

  1. เจ้านายเก่ง + ลูกน้องเก่ง = องค์กรรุ่งเรือง
    เจ้านายเก่ง + ลูกน้องห่วย = องค์กรอยู่รอด
    เจ้านายห่วย + ลูกน้องห่วย = เลิกกิจการ

    เจ้านายห่วย + ลูกน้องเก่ง = ลูกน้องตาย

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ