Saturday, May 5, 2012

"ภิญโญ ตอบโจทย์" เล่าประสบการณ์นั่งรถไฟความเร็วสูงเยือนเซ็กเพ็ก

บทความข้างล่างนี้ชื่อ "รถไฟ บันไดเลื่อน โลกเคลื่อน ลมบูรพา" เขียนโดย คุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ลงตีพิมพ์ในคอลัมน์ ไทย ไทย นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของพี่เขา ที่เคยนั่งรถไฟจีนสมัยก่อน เปรียบเทียบกับเมื่อไม่นานมานี้ ที่ได้นั่งรถไฟความเร็วสูง จาก "กวางเจา" ไป "อู่ฮั่น" และไปชมสถานที่จริงของ "สมรภูมิเซ็กเพ็ก" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่เราจะเดินทางไปกันกับทัวร์ "ตามรอยสามก๊ก กับ แฟนพันธุ์แท้" ผมเห็นว่าน่าจะสนใจ จึงยกมาให้ได้อ่านกันครับ



ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา เขียน
ที่มา : MatichonOnline - คอลัมน์ ไทย ไทย มติชนสุดสัปดาห์ 2-8 มีนาคม 2555

ปี 1997 ผมนั่งรถไฟจากปักกิ่งมุ่งหน้าสู่เซี่ยงไฮ้ไม่กี่เดือนก่อนหน้าที่อังกฤษจะคืนเกาะเฮ่องกงกลับสู่อ้อมกอดแผ่นดินแม่

รถไฟตู้นอนจีนสมัยนั้นหนึ่งคอกมีสามชั้น ชั้นละเตียง แบ่งออกเป็นสองด้าน รวมหกที่นั่ง

ตอนกลางวันทุกคนจะลงมานั่งที่เตียงล่าง หันหน้าคุยกัน ถึงตอนค่ำ ก็ปีนกลับขึ้นเตียง เตียงใครเตียงมัน ถึงเช้าก็ปีนกลับมาคุยกันใหม่

ทำให้คิดถึงพุทธภาษิตที่ว่า "เดินทางร่วมกันเจ็ดก้าวเหมือนเป็นมิตร เดินทางร่วมกันสิบสองก้าวนับเป็นสหาย อยู่ร่วมกันหนึ่งเดือนนับเป็นญาติ หากนานกว่านั้นนับเป็นตัวเอง"

นั่งๆ นอนๆ หลายชั่วโมงเข้าก็ชักจะอยากนับญาติกับอาม่าที่นั่งมาด้วย เพราะเผลอคิดว่าเป็นอาม่าตัวเองไปจริงๆ

ที่ต้องนั่งนอนกันมาราธอนข้ามวันขนาดนี้ เพราะจากปักกิ่งมาเซี่ยงไฮ้ใช้เวลาเดินทางเกือบ 20 ชั่วโมง แต่ถ้าจะเดินทางไปถึงกวางเจา ต้องใช้เวลาถึง 35 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

ผู้โดยสารต่างชาติมักได้ประสบการณ์แตกต่างกันไปจากการเดินทางยาวนานในต่างบ้านต่างเมือง ทั้งควันสูบบุหรี่ กลิ่นบะหมี่ในน้ำร้อน รสชาร้อนในขวดแก้ว เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อย สารพัดจัดให้จากการพเนจรคอนกระเป๋า

ประสบการณ์เหล่านี้กำลังจะกลายเป็นอดีตภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าสำหรับผู้มีฐานะ เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานีวิทยุจีนแห่งกรุงปักกิ่งรายงานข่าวรถไฟความเร็วสูงสายปักกิ่ง-กวางเจา กำลังจะเปิดให้บริการภายในสิ้นปีนี้ จาก 35 ชั่วโมงเมื่อ 15 ปีที่แล้ว การเดินทางจากเมืองหลวงทางเหนือลงสู่เมืองเศรษฐกิจหลักทางใต้จะใช้เวลาเพียง 7-8 ชั่วโมงเท่านั้น

นี่คือความมหัศจรรย์ทางการพัฒนาประเทศของจีน ซึ่งขนาดทางเศรษฐกิจได้ก้าวแซงหน้าญี่ปุ่นมาอยู่อันดับสองของโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ปีที่แล้วผมมีโอกาสใช้รถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อเมืองกวางเจากับเมืองอู่ฮั่นเมืองเอกของมณฑลเหอเป่ย์ ซึ่งอยู่บนเส้นทางเชื่อมต่อจากปักกิ่งลงสู่กวางเจา

ถ้าไม่บอกว่าเป็นรถไฟจีน ผู้โดยสารอาจจะเผลอจินตนาการได้ว่ากำลังนั่งอยู่ในรถไฟหัวกระสุนของญี่ปุ่นที่วิ่งจากโตเกียวไปโอซาก้าก็เป็นได้ ด้วยบรรยากาศภายในนั้นเงียบสงบ สะอาดสะอ้าน

ความเร็วของรถไฟที่แสดงเหนือประตูตู้วิ่งไปแตะที่ระดับ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในบางช่วง
ด้วยความเร็วขนาดนี้ ทำให้การเดินทางของผู้คนเป็นไปได้โดยสะดวกสบาย

จากกรุงเทพมหานครลงเครื่องที่กวางเจาต่อรถไฟใช้เวลาไม่นานก็ถึงอู่ฮั่นเมืองหลวงของง่อก๊ก จากตัวเมืองไปอีกเพียงสองชั่วโมงเท่านั้น ก็ถึงผาแดง ที่เคยเป็นสมรภูมิเมื่อครั้งทัพเรือโจโฉแห่งวุยก๊กยกมาประชิด จนกลายเป็นฉากสำคัญในมหากาพย์สามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือ

ถ้าเทียบกับแผนที่ปัจจุบันแล้ว จะเห็นว่าง่อก๊กของซุนกวนนั้น กุมพื้นที่ริมทะเลฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งทุกวันนี้กลายเป็นเขตเศรษฐกิจหลักของจีนเป็นสำคัญ ส่วนวุยก๊กนั้นตั้งมั่นกุมอำนาจอยู่ทางตอนเหนือศูนย์กลางการเมืองปัจจุบัน โดยมีจ๊กก๊กของเล่าปี่กุมเขตตะวันตกลึกเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ มีเสฉวนเป็นเมืองหลัก

สมัยก่อนการจะยกทัพจับศึกกันแต่ละครั้งต้องวางแผนการเดินทางและการส่งเสบียงทั้งทางบกทางน้ำเป็นอย่างดี ทหารเมืองเหนือไม่ชินคลื่นลมเมืองใต้ เมื่ออุยกายออกอุบายให้โบยตี เพื่อเสนอกลศึกผูกเรือ ครั้นโจโฉหลงเชื่อ ขงเบ้งรอลมเปลี่ยนทิศ พิชิตศึกด้วยเรือเพลิง กองทัพเรือโจโฉก็ถูกเผากระเจิง แตกพะพ่ายด้วยพระพายแผลงฤทธิ์กลับทิศลม จนเกิดสำนวนจีนที่ว่า ทุกสิ่งพร้อมสรรพ รอรับเพียงลมตะวันออก

ลมตะวันออกที่พัดมาจึงหมายถึง ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

นักท่องเที่ยวเดินทางมาอู่ฮั่น เมื่อมาถึงมักแวะขึ้นไปชมชัยภูมิเมืองบนหอกระเรียนเหลือง สืบเนื่องมาจากยุคสามก๊ก แม่ทัพนายกองมักใช้หอนี้เป็นจุดตรวจตรารับมือข้าศึก แม้หอเดิมจะไม่คงทนมาถึงปัจจุบัน แต่การจำลองขึ้นมาใหม่ ก็พอทำให้ได้กลิ่นอายของอดีตอันรุ่งโรจน์

ปัจจุบันวันนี้เหนือใต้ออกตกของแผ่นดินจีนสงบศึก ทั้งประเทศเชื่อมเป็นหนึ่งเดียวด้วยรถไฟความเร็วสูง จนจีนกลายมาเป็นประเทศที่มีรถไฟความเร็วสูงมากที่สุดในโลก และมากกว่าทั้งโลกรวมกัน
จีนวางแผนการนี้ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 กระทรวงการรถไฟเสนอแผนการใหญ่เข้าสู่การพิจารณาของสภาประชาชน มีการเสนอแผนการสร้างรถไฟความเร็วสูงระหว่างปักกิ่งกับเซี่ยงไฮ้มาตั้งแต่ปี 1995 แต่ด้วยข้อถกเถียงเรื่องเทคโนโลยีที่เหมาะสม กว่าจะลงมือสร้างจริงก็ย่างเข้าสู่ศตวรรษที่ 21

และนับจากนั้นเป็นต้นมาจีนก็เร่งพัฒนาความเร็วของรถไฟให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมาแตะที่ระดับ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในหลายเส้นทาง

เรียกว่าถ้านั่งจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่อาจะใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมง

ในขณะที่รถไฟไทยจากกรุงเทพฯ ตอนค่ำๆ แม้จะเป็นรถด่วน กว่าจะถึงเชียงใหม่ก็เป็นเวลาเช้า ใช้เวลาเดินทางไม่ต่ำกว่า 14-15 ชั่วโมง

ผ่านไปยี่สิบปี แม้นักท่องเที่ยวจะเพิ่มมากขึ้น เกิดสายการบินต้นทุนต่ำเช่นเดียวกับทั่วโลก แต่การคมนาคมหลักเช่นรถไฟก็ยังคงความเร็วไว้ที่เดิม รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูงที่พูดกันมาไม่ต่ำกว่าสองทศวรรษ ยังคงเป็นความฝันของผู้โดยสารรถไฟไทยเมื่อวิ่งผ่านอุโมงค์ขุนตาน

รถไฟไทยยังคงเป็นตำนานและเป็นประสบการณ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงแม้เวลาจะเปลี่ยนไป

ความเร็วของรถไฟจีนถูกประธานาธิบดี บารัค โอบามา ใช้เป็นดัชนีที่วัดการพัฒนาประเทศ

โอบามากล่าวว่า "มันเป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ได้ว่า ทำไมจีนถึงมีระบบขนส่งทางรถไฟที่ดีกว่าอเมริกา สิงคโปร์มีท่าอากาศยานที่ดีกว่าอเมริกา และเราเพิ่งรู้ว่าคอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลก ซึ่งเคยอยู่ในอเมริกา แต่มาบัดนี้ไม่ได้อยู่ในอเมริกาอีกต่อไปแล้ว"

นอกจากรถไฟแล้ว คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกนั้น อยู่ในจีนนะครับ

ไอแพด ไอโฟน และไอทั้งหลายที่กำลังจะตามมา ลองพลิกข้างหลังเครื่องดูเถอะครับ ส่วนใหญ่จะเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Designed by Apple in California Assembled in China

ถ้อยคำสั้นๆ นี้ทำให้โอบามาตั้งคำถามว่า ทำอย่างไรที่จะให้สินค้าเหล่านี้กลับมาผลิตในอเมริกา

สตีฟ จ๊อบส์ จึงต้องตอบว่า งานการผลิตเหล่านี้จะไม่กลับมาอเมริกาอีกแล้ว เพราะด้วยค่าแรง ด้วยกลไกการผลิตที่เชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่นั้น ได้ถูกยักย้ายถ่ายเทเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่ไปนานแล้ว ไปแล้วไปลับ ไม่กลับมาอีก เพราะถ้าจะกลับมาต้องมาทั้งระบบ มาแบบแยกชิ้นส่วนไม่ได้

นี่คือความซับซ้อนของห่วงโซ่การผลิตยุคใหม่

โทมัส ฟรีดแมน ผู้เขียนหนังสือ The World is Flat จึงต้องตั้งคำถามต่อว่าทำไมอเมริกาถึงได้ล้าหลังในโลกที่ตัวเองได้สร้างขึ้น

ฟรีดแมนเล่าประสบการณ์การเดินทางไปร่วมประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ที่เมืองเทียนจิน เมื่อปี 2010 จากที่เคยต้องเดินทางจากปักกิ่งด้วยรถยนต์ 3-4 ชั่วโมง เมื่อห้าปีก่อน มาบัดนี้เมื่อรถไฟความเร็วสูงสายปักกิ่งเทียนจินสร้างเสร็จ การเดินทางดังกล่าวใช้เวลาเพียง 29 นาทีเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงความสะดวกสบายในระดับสากล ทั้งตัวสถานี การซื้อตั๋วผ่านตู้อัตโนมัติ ที่มีทั้งภาษาจีนและอังกฤษให้เลือก

นี่คือหนึ่งในรถไฟสายที่เร็วที่สุดในโลก

กลับมาที่อเมริกาแค่บันไดเลื่อนในสถานีรถไฟใต้ดินที่ฟรีดแมนใช้นั่งมาทำงานในวอชิงตันเสีย การซ่อมแซมให้ทันสมัยยังต้องใช้เวลาถึง 6 เดือน ซึ่งถ้าเพิ่มเวลาให้อีกสองเดือน รัฐบาลจีนสามารถสร้างหอประชุมขนาด 230,000 ตารางเมตร ที่เทียนจินได้แล้วเสร็จ

ความเร็วจึงเป็นเครื่องวัดประสิทธิภาพ วัดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งอเมริกันกำลังสูญเสียไปให้กับจีนแผ่นดินใหญ่ ตั้งแต่เรื่องรถไฟ ไปจนถึงบันไดเลื่อน

ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้โลกเคลื่อน เมื่อลมตะวันออกพัดมา มหาอำนาจที่เคยยิ่งใหญ่ ก็อาจมีชะตากรรมที่เปลี่ยนไป ตามสายลมบูรพา ซึ่งนำมาทั้งความสำเร็จและความเปลี่ยนแปลง

ประเทศไทยตอนนี้ทั้งน้ำและลมแรง แต่ไม่มีใครรู้ว่าความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนั้นจะเป็นอย่างไร ผมครุ่นคิดระหว่างอยู่ในตู้เสบียงของรถนอนเชียงใหม่ ซึ่งกำลังเคลื่อนที่ช้าๆ ผ่านขุนเขาเข้าสู่อุโมงค์ขุนตาน


ที่มา http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1330770269&grpid=&catid=19&subcatid=1904

No comments:

Post a Comment

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ