Thursday, June 7, 2012

ว่าด้วยเรื่อง สถานภาพ "พระเจ้าอา" ของเล่าปี่



ในวรรณกรรมสามก๊ก เมื่อพระเจ้าเหี้ยนเต้ได้พบเล่าปี่ครั้งแรก พระองค์ถามว่าท่านทำความชอบมากนัก เป็นใครมาจากไหนหรือ?

เล่าปี่ทูลว่า เขาสืบเชื้อสายมาจาก "ตงสานเชงอ๋อง-เล่าเสง" (จงซานเฉิงห่วง-หลิวซง) โอรสในพระเจ้าฮั่นเกงเต้

พระเจ้าเหี้ยนเต้จึงให้อาลักษณ์เอาพงศาวลีมาตรวจดู ซีรีส์สามก๊กฉายภาพให้เห็นว่า อาลักษณ์อ่านออกเสียง ถ่ายทอดถ้อยคำในพงศาวลีให้ฮ่องเต้หนุ่มได้สดับดังนี้ (ขอคัดลอกเป็นสำเนียงฮกเกี้ยนออกมาจากหนังนะครับ)

"ฮั่นเกงเต้ มีโอรส 14 องค์
ตงสานเชงอ๋อง-เล่าเสง เป็นองค์ที่ 7
เล่าเสง มีบุตรชื่อ เล่าเจิน
บุตร เล่าเจิน ชื่อ เล่าอัง
... บุตร เล่าอัง ชื่อ เล่าลู่
บุตร เล่าลู่ ชื่อ เล่าเลี่ยน
บุตร เล่าเลี่ยน ชื่อ เล่าอิง
บุตร เล่าอิง ชื่อ เล่าเจี้ยน
บุตร เล่าเจี้ยน ชื่อ เล่าอาย
เล่าอาย มีบุตรชื่อ เล่าเสี่ยน
เล่าเสี่ยน มีบุตรชื่อ เล่าซู
เล่าซู มีบุตรชื่อ เล่าอี้
เล่าอี้ มีบุตรชื่อ เล่าปี้
บุตร เล่าปี้ ชื่อ เล่าต๋า
เล่าต๋า มีบุตรชื่อ เล่าปู้อี๋
เล่าปู้อี๋ มีบุตรชื่อ เล่าฮุ่ย
เล่าฮุ่ย มีบุตรชื่อ เล่าฉอง
บุตร เล่าฉอง ชื่อ เล่าเหง
"เล่าปี่" คือ บุตรชายของเล่าเหง (จบ) "
 
วรรณกรรมเล่าว่า เมื่อพระเจ้าเหี้ยนเต้ทราบข้อมูลดังนี้ จึงเรียกเล่าปี่ว่า "ท่านอา" เล่าปี่จึงได้รับการยอมรับจากคนทั้งแผ่นดินว่าเป็น "พระปิตุลา" หรือ "พระเจ้าอา" คืออาของพระเจ้าอยู่หัว นับตั้งแต่นั้น
 
หลายท่านอาจเกิดข้อสงสัยว่า "พงศาวลี" คืออะไร ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต บอกว่า พงศาวลี หมายถึง "แผนลำดับเครือญาติ" คือแผนผังที่โยงใยให้เห็นว่าตระกูลนี้มีลำดับเชื้อสายอย่างไร ใครเป็นพ่อใคร ลูกใคร ใครแต่งกับใคร
 
ย้อนกลับไปที่ซีรีส์สามก๊ก ผมขอตั้งข้อสังเกตว่า การตรวจดูพงศาวลี น่าจะใช้เวลานานอักโขอยู่ เพราะแต่ละคน ก็น่าจะมีลูกหลายคน
 
เป็นต้นว่า ที่บอกว่า "บุตร เล่าอัง ชื่อ เล่าลู่" เป็นไปได้ไหมว่า เล่าอังก็อาจไม่ได้มีบุตรคนเดียว แล้วจะทราบได้อย่างไรว่า คนไหนเล่า ที่จะเป็นเชื้อสายสืบต่อไปจนถึงเล่าปี่ ถ้าเป็นบุตรคนละคน แม้สืบค้นต่อไปก็คงไม่พบเล่าปี่แน่ๆ
 
ดังนั้น ฉากในหนัง ที่อาลักษณ์เอาพงศาวลีมาอ่านด้วยความรวดเร็วนั้น ถือว่าไม่สมจริง แต่ก็พอเข้าใจได้ในความเป็นหนัง
 
ประเด็นนี้ไม่เกี่ยวกับวรรณกรรมนะครับ เพราะวรรณกรรมบอกเพียงว่าพระเจ้าเหี้ยนเต้ให้ตรวจพงศาวลีดู ไม่ได้บอกว่าตรวจนานหรือไม่นานขนาดไหน
 
แต่ประเด็นต่อไป ที่เกี่ยวข้องกับวรรณกรรมโดยตรงก็คือ แม้พระเจ้าเหี้ยนเต้จะอยากดึงเล่าปี่ไว้เป็นพวก เพื่อถ่วงดุลย์กับโจโฉ ที่เข้ามาริดรอนพระราชอำนาจไปมากแล้วในเพลานั้น แต่พระองค์จักกล้าเรียกเล่าปี่ว่า "อา" หรือ?
 
ตัวเหี้ยนเต้เอง คือโอรสของ "พระเจ้าเลนเต้" ทว่าเลนเต้ไม่ใช่โอรสแท้ของ "พระเจ้าฮวนเต้" กษัตริย์องค์ก่อนหน้า เป็นแต่เพียงเด็กที่ฮวนเต้เก็บมาเลี้ยงเป็นลูก เนื่องจากฮวนเต้ไม่มีโอรส
 
ที่จริงเลนเต้ไม่ใช่เด็กข้างถนนเสียทีเดียว เป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่นเหมือนกัน แต่เป็นเชื้อพระวงศ์ลักษณะเดียวกับเล่าปี่ คือ "ปลายแถวมากๆ"
 
กล่าวคือ พระองค์ทรงเป็น "Great-great grandson" (Great grandson แปลว่า "เหลน" ส่วน Great-great grandson ผมไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรดี) ของพระเจ้าฮั่นจางตี้ กษัตริย์องค์ที่สามของฮั่นตะวันออก

ดังนั้น ระหว่างเหี้ยนเต้ ซึ่งเป็นลูกเลนเต้ เชื้อพระวงศ์ปลายแถวคนหนึ่ง กับเล่าปี่ เชื้อพระวงศ์ปลายแถวอีกคนหนึ่ง มองมุมไหน ก็ไม่น่าจะสมเหตุสมผลที่คนหนึ่งจะมาเป็น "อา" ของอีกคนได้
 
แม้เหี้ยนเต้จักมีพระราชประสงค์เช่นนั้น นั่นย่อมเป็นเรื่องที่ขัดต่อโบราณราชประเพณีอย่างรุนแรง และถามต่อว่า หากเรื่องนี้เป็นความจริง โจโฉซึ่งกุมอำนาจไว้ได้เกือบเบ็ดเสร็จแล้ว จะยอมให้เกิดขึ้นหรือ?
 
อันที่จริง ความเป็น "พระเจ้าอา" นี้ เป็นเพียง "เรื่องแต่ง" จากปลายพู่กันของหลอกว้านจง เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับเล่าปี่ ในการ "พยายาม" เป็นผู้พิชิตแผ่นดิน และเป็นขั้วตรงข้ามกับโจโฉ ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นขบถราชบัลลังก์
 
ทั้งๆ ที่ในประวัติศาสตร์ แม้เล่าปี่จะสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ฮั่นจริง ก็เป็นเพียงเชื้อสายปลายแถวเถ้าธุลี สืบต่อกันมาหลายร้อยปี เกือบจะ 20 ชั่วอายุคน
 
จึงหยิบมาเล่าให้กันฟัง ด้วยประการละฉะนี้ .... ครับ
 

No comments:

Post a Comment

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ