Monday, July 30, 2012

ปัญหาการเรียนการสอนของไทย

ด้านล่างนี้เป็นข้อเขียนสั้นๆ ของ ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา ผู้ดำเนินรายการ Money Talk ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงการลงทุนไทย โดยท่านเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ NIDA ด้วย เขียนไว้ในแฟนเพจ Money Talk ผมเห็นว่าน่าสนใจมากๆ จึงขอ Copy มาให้ได้อ่านกันครับ
.........................



โดย : ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา
ที่มา : http://Facebook.com/MoneyTalkTV

ฤดูกาล เปิดเทอมใหม่สำหรับนิด้า กำลังมาถึงในสัปดาห์หน้า

ทุกครั้งที่เปิดเทอมใหม่ นักศึกษาก็ตื่นเด้น โดยเฉพาะเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามา อาจารย์ก็ตื่นเต้น แม้ว่าจะสอนมานานก็ตาม เพราะได้เจอคนใหม่ เริ่มการสอนรอบใหม่

และหลายคนเช่นผม อาจจะต้องวิธีการสอนใหม่ๆ ที่คิดว่าดีกว่าเดิม เพื่อให้ นักศึกษาได้เรียนรู้ได้ดีขึ้น

วิธีการสอนที่ผมพิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ใช้ได้ไม่ดีนักสำหรับ ระดับปริญญาโทของไทยในขณะนี้ คือ

...Student Center พยายามให้นักศึกษาเป็นหลักในการเรียนการสอน แต่คนไทยไม่ค่อยแสดงออก ทำให้ไม่ค่อยได้ผล


...เชื่อว่านักศึกษาอ่านหนังสือมาล่วงหน้า และพอจะรู้เรื่องแล้ว มาถึงก็ถามคำถาม เพราะ นักศึกษาไทยไม่อ่านหนังสือมาก่อนเรียน


...เชื่อว่า Text จากเมืองนอกดี เพราะนักศึกษาไทยไม่ยอมอ่าน Text ภาษาอังกฤษ เพราะอ่อนแอเรื่องภาษา สู้หา lecture note เก่าที่เป็นภาษาไทยมาอ่านดีกว่า


...ให้ทำการบ้านอย่างอิสระ คือใครจะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ เพราะ นักศึกษาไทยไม่ทำงานนอกเหนือจากที่อาจารย์สั่ง


...ให้อิสระในการเข้าเรียนหรือไม่ก็ได้ เพราะจะมีคนมาเรียนน้อยมาก


...Open Book ในการสอบ เพราะจะไม่เตรียมตัว ไม่พยายามเข้าใจในหลายๆเรื่อง รอเปิดหนังสือเอาตอนสอบ


...เชื่อใจในความสุจริต ไม่ต้องคุมสอบ เพราะจะมีหลายคน ที่คอยลอกกันอยู่

รวมทั้งอีกหลายประเด็นที่น่าสนใจ

...อาจจะถือได้ว่า การศึกษาระดับต้นทาง มีปัญหาที่ไม่สามารถสร้างสิ่งที่ผมเขียนไว้ข้างบนได้ ทั้งๆที่เป็นสิ่งที่เด็กไทยควรได้เรียนได้ฝึกหัดมาตั้งแต่ชั้นประถม มัธยม

...เมื่อมาถึงระดับปริญญา หรือ ปริญญาโท เราเข้าไปแก้ไขเรื่องพวกนี้ไม่ได้แล้ว เพราะต้องสอนเน้นเนื้อหา

...ที่เขียนทั้งหมดในวันนี้ หากไม่ตรงกับหลายคน เพราะคนอีกส่วนหนึ่งจะมีความพร้อม ไม่มีปัญหาอย่างที่ผมระบุ ก็ขออภัยคนกลุ่มนั้นด้วยครับ

Tuesday, July 24, 2012

คืนความเป็นธรรมให้ "อุยเอี๋ยน"



บุคคลหนึ่งในยุคสามก๊ก ที่ถูก หลอกว้าน ผู้แต่งวรรณกรรมสามก๊ก จงใจพะยี่ห้อ "กบฏ" ให้ คงไม่มีใครโดนกล่าวหารุนแรงเท่ากับ "อุยเอี๋ยน" อีกแล้ว

อุยเอี๋ยน หรือ เว่ยเหยียน เกิดที่เมืองอี้หยาง ปัจจุบันอยู่ในมณฑลเหอหนาน สูงแปดฟุต หน้าสีน้ำตาลเข้มดั่งผลพุทราสุก วรรณกรรมสามก๊กอ้างว่าเขาเคยเป็นนายทหารเมืองเกงจิ๋ว ลูกน้องของ “เล่าเปียว”

หลังจากเล่าเปียวตาย อุยเอี๋ยนพยายามเปิดประตูรับ เล่าปี่ ที่อพยพหนี โจโฉ ให้เข้ามาในเกงจิ๋ว แต่ นายทหารเกงจิ๋วหลายคนซึ่งเป็นพวกของชัวมอไม่ยอม ฝ่ายเล่าจ๋องลูกชายตัวน้อยของเล่าเปียวซึ่งเป็นเจ้าเมืองคนใหม่ก็เด็กเกินกว่าจะตัดสินใจอะไรได้ เล่าปี่เห็นไม่เข้าท่าจึงหนีไปอยู่ที่เมืองกังเหลง

ฝ่ายอุยเอี๋ยน หลังเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นแล้วก็ได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองเตียงสา ซึ่งมี ฮันเหียน เป็นเจ้าเมือง แต่ฮันเหียนไม่ชอบอุยเอี๋ยน จึงไม่เคยช่วงใช้ ทั้งยังดูถูกเขาให้ได้เจ็บใจ

ครั้นขงเบ้งให้กวนอูมาตีเมืองเตียงสา ฮันเหียนจึงให้ ฮองตง ออกไปรบ แต่แล้วฮันเหียนกลับจะประหารฮองตงเสียเพราะเข้าใจว่าขุนพลเฒ่า "ล้มมวย" แกล้งฮั้วกับกวนอู

อุยเอี๋ยนเห็นดังนั้นจึงปลุกระดมให้ทหารเมืองเตียงสาร่วมกันกำจัดฮันเหียนเสีย โดยนำทหารราวหนึ่งร้อยคนบุกเข้าไปตัดหัวฮันเหียน แล้วเอาศีรษะของฮันเหียนไปสวามิภักดิ์ต่อกวนอู

แต่แล้วเมื่อได้เข้าพบขงเบ้งและเล่าปี่ ขงเบ้งกลับ "สั่งประหาร" อุยเอี๋ยนท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าขุนนาง โดยขงเบ้งชี้ว่าอุยเอี๋ยนเป็นคนทรยศนาย จักเอาไว้ไม่ได้ !!

เคราะห์ดีที่เล่าปี่ได้ห้ามยอดกุนซือของตนเองไว้ โดยบอกว่าหากฆ่าอุยเอี๋ยนเสีย ต่อไปจะไม่มีใครกล้ามาสวามิภักดิ์อีก ขงเบ้งจึงยอม แล้วปรามอุยเอี๋ยนให้รับใช้เล่าปี่อย่างซื่อสัตย์


ต่อมา อุยเอี๋ยนและฮองตง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพหน้าของเล่าปี่คู่กัน โดยทั้งคู่เป็นกำลังหลัก ช่วยให้เล่าปี่ยึดเสฉวนได้สำเร็จ

อุยเอี๋ยนมีบทบาทสำคัญในการรบกับฝ่ายโจโฉอีกหลายครั้ง ในศึกชิงเมืองฮันต๋ง ขณะที่ทัพวุยกำลังเสียทีอยู่นั้น อุยเอี๋ยนเกือบปลิดชีวิตจอมคนผู้ไม่ยอมให้โลกทรยศได้ โดยเขาได้ยิงเกาทัณฑ์ถูกปากของโจโฉฟันหักสองซี่ตกจากหลังม้า ทำให้โจโฉต้องถอยกลับราชธานีฮูโต๋ไปด้วยความบอบช้ำ คือเสียฮันต๋งแล้วยังเสียฟันไปอีกสองซี่

หลายปีต่อมา เมื่อขงเบ้งนำทัพลงใต้ไปปราบขบถ อุยเอี๋ยนมีส่วนในการจับเป็นเบ้งเฮ็กหลายต่อหลายครั้ง จนครบเจ็ดครั้ง เจ้าแห่งพวกม่านจึงยอมแพ้ต่อพญามังกรจูกัดเหลียง

ครั้นขงเบ้งนำทัพขึ้นเหนือไปบุกวุยก๊ก อุยเอี๋ยนได้เป็นกำลังหลักไปด้วยเช่นเคย โดยระหว่างการบุกเหนือ อุยเอี๋ยนเริ่มขัดแย้งกับขงเบ้งหลายหน

ที่น่าสนใจคือ การที่เขาได้อาสาขอนำทัพโจมตีวุยก๊กในลักษณะกองโจร โดยขอกำลังเพียงห้าพันนายจู่โจมเข้าตีเมืองเตียงอันโดยตรงแทนที่จะบุกไปทางเขากิสานเท่านั้น แต่ขงเบ้งปฏิเสธเพราะไม่อยากเสี่ยง

นักกลยุทธ์ยุคหลังหลายคนมองว่า การเอาแต่รบตามแบบแผนของกุนซือมังกรหลับในครั้งนั้น แทนที่จะลอง "รบพิสดาร" ตามข้อเสนอของอุยเอี๋ยน ทำให้ทัพจ๊กพลาดโอกาสที่จะบุกเข้าเมืองเตียงอันอย่างน่าเสียดาย

 จากนั้นเป็นต้นมา อุยเอี๋ยนเริ่มแสดงอาการต่อต้านและขัดขืนคำสั่งของขงเบ้งอย่างเปิดเผย แต่ขงเบ้งก็ยังไม่คิดกำจัดเขาเพราะเสียดายฝีมือรบ

ในการบุกเหนือครั้งที่เจ็ด ขงเบ้งซึ่งล้มป่วยลงได้ทำพิธีต่ออายุตนเอง แต่แล้วเมื่อครบกำหนดเจ็ดวัน อุยเอี๋ยนได้วิ่งเข้ามาในกระโจม ทำให้เทียนนั้นดับวูบลง พิธีต่ออายุขงเบ้งจึงล้มเหลว

เมื่อขงเบ้งสิ้นลม เหล่าขุนนางนำโดย เอียวหงี ต่างเตรียมพร้อมที่จะถอยทัพกลับเสฉวนตามคำสั่งของขงเบ้ง มีแต่อุยเอี๋ยนเพียงผู้เดียวที่ยืนยันให้บุกวุยก๊กต่อไป ฝ่ายม้าต้ายได้ทำทีมาเข้าด้วยอุยเอี๋ยนตามคำสั่งเสียของขงเบ้ง แล้วยุให้อุยเอี๋ยนบุกเสฉวนตั้งตนเป็นใหญ่เสียเอง

วรรณกรรมอ้างว่า อุยเอี๋ยนโดนลูกยุก็ได้ใจ วางแผนว่าหากชนะจะบุกเข้ายึดเสฉวนแล้วตั้งตัวเป็นเจ้า


แต่สุดท้าย ขณะเผชิญหน้ากับหลวงของจ๊กก๊กที่หน้าเมืองฮันต๋ง เอียวหงีที่อยู่บนกำแพงเมืองได้ท้าให้อุยเอี๋ยนตะโกนขึ้นว่า “ใครกล้าฆ่ากู” สามครั้ง แล้วตนจะขอยอมแพ้ยกเมืองฮันต๋งให้

อุยเอี๋ยนจึงตะโกนขึ้นสามครั้งว่า “ใครกล้าฆ่ากูๆๆ” พอสิ้นเสียงตะโกน ม้าต้ายที่อยู่ข้างๆ กายก็ปรี่เข้าไปตัดหัวอุยเอี๋ยนในทันที ดับชีพของนายพลอหังการ์ลงในที่สุด

ตามข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ อุยเอี๋ยนไม่เคยรับใช้เล่าเปียวมาก่อน และไม่เคยฆ่าฮันเหียน เจ้าเมืองเตียงสา เพราะหลักฐานที่มีระบุว่าฮันเหียนเป็นผู้ยอมสวามิภักดิ์ต่อเล่าปี่ด้วยตนเอง ที่จริงแล้ว อุยเอี๋ยนเริ่มต้นอาชีพทหารในสังกัดของเตียวหุย และเขาก็ได้ทำให้เตียวหุยก็ประทับใจในความเก่งกล้าสามารถ จนไต่เต้าขึ้นมาเป็นทหารเอกในที่สุด

สำหรับความขัดแย้งกับขงเบ้งนั้น ขงเบ้งเคยกล่าวถึงอุยเอี๋ยนว่า “มันมีความเป็นกบฏอยู่ในกระดูก”  หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เป็นคนคิดคดทรยศ "โดยสันดาน" ทั้งๆ ที่ ณ เวลานั้น ยังมิได้มีหลักฐานใดบ่งชี้เลยว่าอุยเอี๋ยนเป็นคนไม่ซื่อ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอคติที่ยอดกุนซือแห่งแคว้นจ๊กมีต่อทหารเอกผู้นี้อย่างชัดแจ้ง

สำหรับการ “ก่อกบฏ” ของอุยเอี๋ยนหลังจากขงเบ้งตาย แม้ว่าอุยเอี๋ยนต้องการจะบุกวุยก๊ก ซึ่งไม่เป็นไปตามคำสั่งเสียของขงเบ้ง แต่เขาก็มิได้คิดตีเมืองฮันต๋งตามที่วรรณกรรมกล่าวอ้างแต่อย่างใด ข้อมูลที่ตรงกันก็คือม้าต้ายเป็นผู้สังหารอุยเอี๋ยนในข้อหากบฏ จากการที่เขาไม่ยอมทำตามคำสั่งเสียขงเบ้ง

หากศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน จะเห็นได้ว่าอุยเอี๋ยนมิได้มี “สันดานกบฏ” ตามที่วรรณกรรมกล่าวอ้าง กลับเป็นขงเบ้งเสียอีกที่มีใจอคติต่อเขา

ทว่าวรรณกรรมสามก๊กกลับสร้างเรื่องราวความ “ไม่ซื่อ” ของอุยเอี๋ยน เพื่อเพิ่มความชอบธรรมให้กับขงเบ้งที่ได้ปฏิบัติต่ออุยเอี๋ยนอย่างเลวร้ายมาตลอดนั่นเอง !!