Wednesday, August 15, 2012

Sockage เทควันโด้ฉาวโลก (จบ)


(ต่อจากตอนที่แล้ว)

ฝ่ายไต้หวัน เมื่อได้ทราบถึงเหตุผลที่หยางถูกปรับแพ้ ก็แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง

โค้ชของไต้หวันชี้แจงว่า ก่อนการแข่งขัน ฝ่ายจัดการแข่งขันได้แจ้งให้หยางเปลี่ยนถุงเท้าเพราะสัญญาณไม่ชัดเจน เธอจึงไปเอาถุงเท้ารุ่นเก่า (ที่ไม่ได้รับอนุญาต) มาใส่ แต่ก็ได้เอาตัวเซ็นเซอร์ตรงส้นเท้าที่ผิดกติกาออกไปแล้ว และเจ้าหน้าที่ก็ได้ตรวจแล้วด้วย แล้วไฉนจึงมาปรับอาหยางแพ้ตอนขึ้นแข่งแล้ว

วิบากกรรมของหยางยังไม่จบเพียงแค่นั้น ผลจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เธอถูกแบนห้ามแข่งขันเป็นเวลา 3 เดือน ส่วนโค้ชไต้หวันโดนแบนถึง 20 เดือน ในขณะที่สมาคมเทควันโด้ไต้หวันถูกปรับเงิน 50,000 เหรียญ

เรียกว่าแพ้แล้วยังถูกลงโทษตามหลัง "อาน" กันเลยทีเดียว

การรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมนี้เอง ทำให้ฝ่ายไต้หวันตัดสินใจยื่นฟ้องต่อศาลอนุญาโตตุลาการทางกีฬา ที่ตั้งอยู่ในโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ในประเทศไต้หวันเอง เหตุการณ์นี้ได้สร้างความโกรธแค้นให้คนจีนขาวเป็นอย่างยิ่ง นักการเมืองไม่ว่าจะข้างไหนต่างออกมาโจมตีสหภาพเทควันโด้เอเชียอย่างหนัก

แม้แต่นายกรัฐมนตรีไต้หวันยังกล่าวว่า "ถ้าพิสูจน์ได้ว่าคำตัดสินครั้งนี้ไม่เป็นธรรม คณะกรรมการจัดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ (ซึ่งก็คือจีนแผ่นดินใหญ่ คู่แค้นสายโลหิตของไต้หวัน)  ต้องรับผิดชอบมากที่สุด"

นอกจากจะด่าสหภาพเทควันโด้แล้ว คนไต้หวันยังเริ่มด่ากันเองอีกด้วย โดยนักการเมืองฝ่ายค้านของพรรค DPP ได้ตำหนิคนของฝ่ายรัฐบาลอย่างรุนแรง ว่าทำไมตอนที่หยางเพิ่งถูกจับแพ้ ถึงไม่รีบประท้วง

"มีเจ้าหน้าที่ของเราตั้งมากมายไปนั่งชมการแข่งขัน ... แล้วตอนที่เห็นหยางถูกปรับแพ้ พวกมันทำอะไรเล่า...ไม่ทำอะไรสักอย่าง"

จะเห็นได้ว่า จากเรื่องของกีฬา ได้กลายเป็นเรื่องระดับชาติไปโน่นแล้ว


นอกจากนี้ ยังมีการปลุกกระแสต่อต้าน "เกาหลีใต้" ขึ้นในไต้หวัน เหตุที่ต้านเกาหลีเพราะเทควันโด้เป็นกีฬาของเกาหลี และคนในสหภาพจำนวนมากก็เป็นคนเกาหลี

คนไต้หวันเริ่มรณรงค์กันให้บอยค็อตต์สินค้าเกาหลี มีการเผาธงชาติเกาหลี มีแท็กซี่และร้านอาหารขึ้นป้ายว่า "ไม่ต้อนรับคนเกาหลี"

อีกประเทศที่โดนต่อต้านก็คือ "จีน" เหตุที่ต้องด่าจีนก็เพราะ "อาหยาง" เป็นกระดูกชิ้นโตของ อู๋จิ้งหยี้ว์ นักเทควันโด้จีน ซึ่งสุดท้ายอู๋ก็เป็นฝ่ายคว้าเหรียญทองไปสมใจ

นอกจากนี้ยังมี "ทฤษฎีสมคบคิด" (Conspiracy Theory) ขึ้นมาว่า จ้าวเล่ย เจ้าหน้าที่จีนผู้เป็นคนสั่งยุติการแข่งขันและทำให้หยางถูกปรับแพ้นั้น เป็น Mentor ของอู๋มาอย่างยาวนาน ทำให้คนไต้หวันเชื่อว่า จ้าวคือ "มือที่มองไม่เห็น" ที่ปรับหยางแพ้ เพื่อช่วยลูกรักของตัวเอง

ดูเหมือนเรื่องนี้จะลุกลามใหญ่โตจนหยุดไม่อยู่ใช่ไม่ครับ แต่เอาเข้าจริงแล้ว สิ่งที่ยุติเรื่องนี้ได้ คือ "เวลา"

ในปี 2011 หยางฉูจวิน สามารถคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขันเทควันโด้ชิงแชมป์โลกที่เกาหลีใต้ได้เป็นผลสำเร็จ จากนั้นไม่นาน ทั้งหยางและฝ่ายไต้หวันก็ตกลงปลงใจที่จะขอ "ถอนฟ้อง" คดีนี้

เป็นอันว่า กรณี "Sockage" เทควันโด้ฉาวโลก กลับยุติลงอย่างง่ายๆ  เมื่อเวลาผ่านพ้นไป!!



บทเรียนที่เราน่าจะเรียนรู้ได้จากเรื่องนี้ก็คือ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ "Controversial" ขึ้น ในวงการกีฬา ไม่ว่าจะเป็นมหกรรมกีฬาใหญ่เล็กขนาดไหน ไม่ว่าคู่ขัดแย้งจะเป็นประเทศไหน ก็อาจส่งผลกระทบเป็นลูกคลื่นต่อไปเรื่อยๆ 

สิ่งที่มักตามมาก็คือ ปฏิกริยาตอบโต้ของผู้คนในประเทศที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมักมีการรณรงค์ต่อต้าน หาทางระบายอารมณ์ และมีการสร้างทฤษฏีสมคบคิดต่างๆ ขึ้นมา

มองในแง่ดี ผมเชื่อว่าความขัดแย้งในวงการกีฬา แม้จะเจ็บปวดทรมาน ความรู้สึกมัน "โคตรเจ็บใจ" มัน "โกรธแค้น" แต่ยังไงก็เป็นเพียง "เชื้อหวัด" ไม่สามารถที่จะฆ่าใครได้

ไม่เหมือนเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศ เช่น การแย่งดินแดนกัน การแย่งโบราณสถานกัน ที่เปรียบเหมือน "เซลล์มะเร็ง" อันอาจลุกลามบานปลายจนหยุดยั้งไม่อยู่

หากเรารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็เป็นสิทธิ์ที่จะแสดงออก แต่จะทำอย่างไรที่จะ "จำกัดวง" ให้การแสดงออกนั้นอยู่ในกรอบที่เหมาะสม ไม่ทำให้เชื้อหวัดนั้น "กลายพันธุ์" จนระบาดต่อเนื่อง กลายเป็นอันตรายใหญ่หลวงต่อองคาพยพอื่นๆ ของประเทศครับ

แหล่งข้อมูล : wikipedia

No comments:

Post a Comment

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ