Wednesday, November 28, 2012

เกียงอุย "วีรบุรุษสีเทา"


เกียงอุย เป็นชาวเมืองเทียนซุย ปัจจุบันอยู่ในมณฑลกานซู หน้าตาดี สติปัญญาเยี่ยมยอด ช่ำชองในพิชัยสงคราม บิดาของเขาเป็นเจ้าหน้าที่อำเภอ ถูกฆ่าตายโดยกลุ่มกบฏที่ก่อการในเมืองเทียนซุย จึงเหลือเขาอยู่กับแม่แค่สองคน

หลังจากพ่อตาย เกียงอุยได้เข้ารับราชการในตำแหน่งที่ปรึกษาทางทหารของเมืองเทียนซุย ซึ่งมี ม้าจุ้น เป็นเจ้าเมือง เมื่อ ขงเบ้ง ยกทัพบุกเหนือครั้งแรก เกียงอุยได้มีโอกาสนำทัพออกรับศึก และสามารถซ้อนกลจนขงเบ้งเสียท่า

จูกัดขงเบ้งประทับใจมากที่ได้เจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ จึงวางแผนเอาตัวเกียงอุยมาเป็นพวก โดยทำอุบายให้ม้าจุ้นระแวงว่าเกียงอุยจะแปรพักตร์ไปอยู่กับฝ่ายจ๊ก จนม้าจุ้นปิดประตูไม่ให้เกียงอุยเข้าเมือง

เกียงอุยตกที่นั่งลำบาก ไม่รู้จะทำเช่นไร ประกอบกับขงเบ้งผู้มีจิตวิทยาเยี่ยมยอด ได้ไปคารวะแม่ของเกียงอุย โดยขอให้นางช่วยเกลี้ยกล่อมลูกชายมาเข้าเป็นพวก เพราะรู้ว่าขุนทหารผู้นี้เป็นลูกกตัญญู ถ้าแม่พูดต้องเชื่อแน่ และการณ์ก็เป็นไปตามนั้น เพียงเจอหน้าแม่ ได้พูดกันไม่กี่คำ เกียงอุยก็ยอมย้ายข้างมาอยู่กับขงเบ้ง

ขงเบ้งรักเกียงอุยมาก ถ่ายทอดสรรพวิชาทั้งหมดให้ เขาออกศึกกับขงเบ้งหลายครั้งจนช่ำชอง อีกทั้งก่อนขงเบ้งตายยังสั่งเสียให้เกียงอุยสืบสานภารกิจต่อด้วย

ต่อมา เกียงอุยได้เป็นนายทหารใหญ่ และเป็นเสนาบดีกระทรวงกลาโหมของแคว้นจ๊ก เขาพยายามสืบทอดปณิธานของอาจารย์ ด้วยการนำทัพบุกวุยก๊กต่อเนื่องถึง 9 ครั้ง แต่ก็ยังไม่สำเร็จอยู่นั่นเอง ส่วนหนึ่งเพราะเจอกับคู่ปรับตัวฉกาจอย่าง เตงงาย แม่ทัพหนุ่มแห่งวุยก๊ก ซึ่งฝีมือสูสีกันมาก

การบุกเหนือถึง 9 ครั้ง ทำให้เกียงอุยถูกขุนนางจ๊กส่วนใหญ่ตำหนิว่าเป็นคน "ดื้อรั้นดันทุรัง" ทำสงครามไม่รู้จักเลิกรา ส่งผลให้ราษฎรไม่เคยได้อยู่เป็นสุข ประเทศชาติต้องสูญสิ้นทรัพยากรมากมายเกินประมาณ

เลียวฮัว ขุนทหารเฒ่าอดีตมือขวากวนอูซึ่งรับใช้จ๊กก๊กมาอย่างยาวนานถึงกับวิพากษ์เกียงอุยโดยเปรียบเปรยว่า "คนที่ละวางอาวุธไม่เป็น สุดท้ายจักต้องถูกไฟแผดเผา"

ความหมายของเลียวฮัวก็คือ สติปัญญาของเกียงอุยสู้ฝ่ายวุยไม่ได้ กำลังทหารก็มีน้อยกว่า แล้วยังจะบุกไปรุกรานเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่เท่ากับเป็นการฆ่าตัวตายโดยแท้ 


เวลาผ่านไป นอกจากจะยึดวุยก๊กไม่สำเร็จ (ที่จริงคือทำไม่ได้แม้แต่จะใกล้เคียง) แล้ว จ๊กก๊กยังอ่อนแอลงเรื่อยๆ จากปัญหาการเมืองภายใน อันเกิดจากความอ่อนแอของพระเจ้าเล่าเสี้ยน

สุมาเจียว ผู้มากบารมีของก๊กวุยจับตาดูอยู่ตลอด พอสบโอกาสที่จ๊กอ่อนแอเต็มที่ จึงส่งกองทัพบุกเสฉวนถึงสองทาง ทางหนึ่งนำโดย เตงงาย คู่ปรับตัวฉกาจของเกียงอุย อีกทางนำโดย จงโฮย นายทหารใหญ่ แต่ เตงงาย เลือกเดินทัพไปตามทางลัดอิมเป๋ง และยึดเมืองเซงโต๋ได้ก่อน

ฝ่ายเกียงอุยตั้งทัพรออยู่ที่ด่านเกียมโก๊ะ ซึ่งเป็นทางหลักที่จงโฮยจะผ่านมา ทว่าเขาได้รับคำสั่งจากส่วนกลางให้ยอมแพ้ต่อทัพของจงโฮย ตัวเกียงอุยนั้นพร้อมจะสู้อยู่แล้ว พอรู้คำสั่งก็แค้นใจแทบจะบ้าตาย ร้องออกมาด้วยเสียงอันดัง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเลี่ยงไม่ได้ เกียงอุยจึงคิดแผนตลบหลัง โดยทำทีผูกมิตรกับจงโฮยไว้ ก่อนจะยุให้แม่ทัพวุยผู้นี้ตั้งตนเป็นใหญ่เสียเอง เพื่อยืมมือจงโฮยกำจัดสุมาเจียว แต่ในใจเกียงอุยคิดว่าจะหาช่องทางยกพระเจ้าเล่าเสี้ยนขึ้นเป็นใหญ่อีกครั้งให้ได้

ประเด็นนี้ ผู้แต่งวรรณกรรมสามก๊กพยายามนำเสนอเจตนาของเกียงอุยว่า เขายุให้จงโฮยก่อกบฏเพื่อหวังตลบหลังเอาอำนาจถวายคืนแด่พระเจ้าเล่าเสี้ยน แต่ในจดหมายเหตุมิได้มีหลักฐานชี้ชัดเช่นนั้นเลย !!

วรรณกรรมเล่าต่อไปว่า จงโฮยเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูงอยู่แล้ว เมื่อได้รับคำแนะนำที่โดนใจยิ่งจึงทำตาม ประกาศปลดแอกตนเองจากราชวงศ์วุย ก่อนจะจับขุนนางวุยที่มาด้วยกันไปขังไว้ และบังคับให้ยินยอม ทว่าขุนนางที่ตามมาด้วยกันไม่มีใครเอาด้วยเพราะเป็นห่วงลูกเมียที่อยู่ที่ลกเอี๋ยง

สุดท้าย สุมาเจียว ทราบเรื่อง จึงให้ อุยก๋วน นำทัพมาตามเก็บทั้ง จงโฮย และ เกียงอุย เสีย อุยก๋วน นำทหารบุกเข้าไปในเมือง รุมฆ่าจงโฮยตายคาที่ ส่วนเกียงอุยเข้าตาจน จึงชักกระบี่ออกมาเชือดคอตัวเองตาย

นี่เป็นอีกจุดหนึ่งที่วรรณกรรมแต่งเติมขึ้นมา เพราะจดหมายเหตุสามก๊กระบุแค่ว่า จงโฮยและเกียงอุยถูกทหารวุยบุกเข้ามาฆ่าตาย ไม่ได้มีตรงไหนเลยที่บอกว่าเกียงอุย "เชือดคอตัวเอง" และ "ตายเท่" ขนาดนั้น

วรรณกรรมยังบอกด้วยว่า ทหารวุยเอากระบี่ผ่าอกเกียงอุยด้วยความแค้น สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) บรรยายว่า "พบตับคับหัวอกอยู่ ดีนั้นใหญ่เท่าไข่ห่าน" โอ้โฮ ..ว่าไปนั่น

แม้หลอกว้านจงจะบรรยายความราวกับเกียงอุยเป็นวีรบุรุษที่เหี้ยมหาญภักดีจนวันตาย แต่หากมองอีกมุมหนึ่งก็อาจมองได้ว่า การยุให้ศัตรู (คือจงโฮย) "ทรยศนาย" เขาคิดทะเยอทะยานหวังผลว่าตนจะได้เป็นใหญ่ด้วย ...ใช่หรือไม่?

ทว่าด้วยอิทธิฤทธิ์พู่กันของหลอกว้านจง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกียงอุยทำ จึงเป็นการกระทำเพื่อพระเจ้าเล่าเสี้ยน โดยไม่ต้องมีข้อมูลทางประวัติศาสตร์รองรับ

เรียกได้ว่าชุบตัวเสียสะอาด เอา "สีขาว" ทาทับ  "สีเทา"  กันแบบเนียนๆ เลย 

Monday, November 19, 2012

เตงงาย เด็กเลี้ยงวัวตะกายฝัน


เตงงายเป็นทหารเอกแห่งวุยก๊ก เกิดที่เมืองจี๋หยาง ปัจจุบันอยู่ในมณฑลเหอหนาน อุปนิสัยทะเยอะทะยาน มักใหญ่ใฝ่สูง พ่อตายตั้งแต่เล็ก จึงย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่เมืองยีหลำในเกงจิ๋ว ซึ่งเป็นช่วงที่โจโฉเพิ่งเข้ายึดครองเกงจิ๋วได้ไม่นาน

จดหมายเหตุสามก๊กระบุว่า สมัยเด็ก เตงงายมีอาการ “พูดติดอ่าง” จึงถูกผู้ใหญ่ใช้ให้ไปเป็น “เด็กเลี้ยงวัว” ซึ่งเป็นงานที่ต่ำต้อย แม้กระนั้น เขาก็ยังฉายแววของความเป็นยอดนักการทหารออกมา

เชื่อไหมครับว่า เมื่อเตงงายต้อนวัวไปในหุบเขาหรือภูมิประเทศในลักษณะต่างๆ เขามักใช้จินตนาการว่าถ้าตัวเองได้เป็นแม่ทัพจะตั้งค่ายไว้ตรงนั้น เก็บเสบียงไว้ตรงนี้ จนเพื่อนๆ เยาะเย้ยหาว่าชอบเพ้อฝันไร้สาระ

เมื่อโตขึ้น เตงงายได้เข้ารับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการชั้นผู้น้อย อยู่มาวันหนึ่ง เขานำบัญชีรายรับรายจ่ายมาส่งให้ทางการ และได้พบกับสุมาอี้ ราชครูแห่งวุยก๊ก สุมาอี้เห็นแววของเตงงาย จึงดึงตัวมาทำงานด้วย

มีอยู่ครั้งหนึ่ง เตงงายคุยกับสุมาอี้ และได้เรียกชื่อตัวเองเป็น “เตง เอง เอง เอง งาย” อันเกิดจากอาการติดอ่างที่ติดตัวมาตั้งแต่เล็ก สุมาอี้จึงแซวว่า “ตกลงเตงงายมีกี่คนกันแน่”

เตงงายจึงตอบว่า “เวลาเราอุทานว่า ดูพญาหงส์ตัวนั้นสิ! ดูพญาหงส์ตัวนั้นสิ! นั่นก็ยังมีหงส์เพียงตัวเดียวมิใช่หรือ” คำตอบนี้ทำให้สุมาอี้ชื่นชมในไหวพริบของเตงงายเป็นอย่างมาก

เมื่อเกียงอุยนำทัพมาบุกวุยก๊กเป็นครั้งที่สาม สุมาเจียวได้ให้นายทหารหลายคนช่วยกันรับมือแต่ก็ยังไม่สามารถต้านทานเกียงอุยได้จนไพร่พลถูกฆ่าตายไปมากมาย ทัพวุยจึงต้องถอยไปตั้งรับที่เมืองเต๊กโตเสีย สุมาเจียวจึงให้เตงงาย นายทหารดาวรุ่ง ยกทัพมาช่วยป้องกันเมือง

ปรากฏว่า เพียงเตงงายเข้าบัญชาการรบ ทัพวุยที่ตกเป็นฝ่ายตั้งรับมาตลอดก็สามารถพลิกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยเตงงายได้ทำกลศึกหลายประการหลอกล่อจนเกียงอุยต้องล่าถอยกลับเมืองเสฉวนไป

เกียงอุยเจอคู่ปรับที่ฝีมือสูสีกันเป็นครั้งแรกก็ถึงกับเปรยว่า เตงงายนี้สติปัญญาราวกับกุนซือขงเบ้งเลยทีเดียว ฝ่าย ต้านท่าย นายทหารวุยก๊กชื่นชมในความสามารถของเตงงายมาก จึงขอสาบานเป็นพี่น้องด้วย เตงงายซึ้งใจที่ขุนนางอาวุโสเห็นคุณค่าของตนจึงตอบรับด้วยความยินดี

หลังจากนั้น เกียงอุยได้ยกทัพมาบุกเหนืออีกหลายต่อหลายครั้ง แต่แทบทุกครั้งก็ถูกเตงงายป้องกันเอาไว้ได้หมด จึงถือเป็นคู่ต่อกรที่สูสีน่าดูชมที่สุดคู่หนึ่งในยุคสามอาณาจักร สุดท้าย จ๊กก๊กเริ่มเกิดปัญหาภายในเนื่องจาก พระเจ้าเล่าเสี้ยน เอาแต่เชื่อฟังคำขันที เสพย์สุราเคล้านารีมิได้ขาด

สุมาเจียวเห็นจ๊กก๊กอ่อนแอลงทุกวันจึงเป็นฝ่ายนำทัพมาบุกเสฉวนบ้าง โดยได้ส่งเตงงายมาตีจ๊กก๊กพร้อมกับคู่อริของเขาคือ จงโฮย โดยจงโฮยได้นำทหารสิบหมื่นเดินทัพไปตามทางหลัก ผ่านไปทางด่านเกียมโก๊ะ ส่วนเตงงายนำทหารลัดเลาะไปตามทางลัดอิมเป๋ง ผ่านเส้นทางทรหดรายล้อมไปด้วยภูเขาสลับซับซ้อน

ในที่สุด เตงงายซึ่งเดินทัพลำบากกว่ามากสามารถเข้าถึงเมืองเซงโต๋ได้ก่อน โดย พระเจ้าเล่าเสี้ยน ยอมสวามิภักดิ์อย่างง่ายดาย ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมายของทุกคน แม้แต่จงโฮยซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตของเขาก็ยังนึกไม่ถึง

แต่แล้ว เตงงายมัวแต่จัดการกิจการงานภายในเสฉวนให้เรียบร้อย ไม่ยอมรีบยกทัพกลับราชธานีลกเอี๋ยงตามคำสั่งของสุมาเจียว สุมาเจียวจึงเริ่มระแวงว่าเตงงายกำเริบจะตั้งตัวเป็นใหญ่

ในขณะที่ทางฝ่ายของจงโฮย เมื่อทราบว่าคู่อริของตนยึดเซงโต๋ได้ และทราบว่าสุมาเจียวระแวงเตงงายอยู่แล้ว เขาจึงหาเรื่องจะกำจัดเตงงายเสีย

จงโฮยจึงส่ง อุยก๋วน นายทหารในทัพไปจัดการกับเตงงายที่อยู่ ณ เมืองกิมก๊ก อุยก๋วนฉวยโอกาสที่เตงงายหลับพักผ่อนประกาศกับทหารในเมืองว่าเตงงายเป็นกบฏ ไพร่พลจำนวนมากกลัวถูกข้อหากบฏไปด้วยจึงตีจากเตงงายมาอยู่กับอุยก๋วน

อุยก๋วนได้ให้คนเข้ารุมจับเตงงายพร้อมกับ เตงต๋ง บุตรชาย ใส่เครื่องคุมขังเอาไว้ แล้วจงโฮยจึงส่งตัวกลับไปให้สุมาเจียวชำระโทษ โดยก่อนไป เกียงอุยซึ่งยอมเข้าเป็นพวกของจงโฮยได้เอาทวนเคาะหัวเยาะเย้ยเตงงายด้วย

แต่แล้ว จงโฮยกลับเป็นฝ่ายก่อกบฏเสียเอง เขาจึงถูกอุยก๋วนและนายทหารคนอื่นๆ รุมฆ่าตาย ลูกน้องของเตงงายเห็นเกิดจลาจลดังนั้นจึงร่วมกันจะไปชิงเอาตัวหัวหน้าของตนกลับคืนมา

ฝ่ายอุยก๋วนที่ทำเตงงายไว้มาก กลัวเตงงายหลุดออกมาแล้วจะมาล้างแค้นตน จึงส่ง เตนซก นายทหารคนสนิทนำกำลังไปฆ่าเตงงายและเตงต๋งเสียระหว่างทาง

วีรบุรุษผู้พิชิตเสฉวนจึงต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถกลางป่าเขา โดยไม่ได้รับผลของความชอบใหญ่หลวงที่ตัวเองได้กระทำเลย

นี่คือเรื่องราวของยอดคนอีกผู้หนึ่งในยุคสามก๊ก ที่ปรากฏตัวขึ้นในช่วงท้ายของวรรณกรรม แต่ได้สร้างสีสัน และมีบทบาทสำคัญยิ่งในการ "รวมแผ่นดิน" ทำให้ "สามก๊ก" เหลือเพียง "สอง" แม้แต่พระเจ้าแผ่นดินของอีกก๊กยังต้องสยบลงแทบเท้าเขา

เตงงาย อดีตเด็กเลี้ยงวัวแสนต่ำต้อย ทั้งชีวิตไม่เคยพบกับความสบาย อุตส่าห์ตะกายฝัน ไต่เต้าขึ้นมาจนเป็นทหารเอกแห่งแผ่นดิน ครั้นจะได้เป็นใหญ่กลับต้องพบจุดจบอย่างน่าเวทนายิ่ง ถือเป็นขุนพลผู้อาภัพโดยแท้