Monday, December 3, 2012

เสียงสะท้อน ต่อ "เกียงอุยสีเทา"

หลังจากผมได้นำเสนอบทความ "เกียงอุย วีรบุรุษสีเทา" ปรากฏว่าเสียงตอบรับแรงมากครับ มีทั้งชอบและไม่ชอบ คนที่ไม่ชอบส่วนใหญ่จะเป็นน้องๆ แฟนคลับเกียงอุยที่มีอยู่ไม่ใช่น้อย ซึ่งผมก็ยินดีรับฟังทุกความเห็น

ในบรรดาคอมเม้นท์ที่หลั่งไหลกันเข้ามา มีคอมเม้นท์จากบุรุษผู้หนึ่งซึ่งไม่ใช่ใครอื่นไกล คุ้นเคยกับผมดีอยู่แล้ว คือน้องบิ๊ก สรรเสริญ แห่ง Samkokview.com ซึ่งเป็นคนหนุ่มที่ผมชอบเสวนาเรื่องสามก๊กด้วย และยอมรับในความ "รู้ลึก-รู้จริง" ของเขา

ลองอ่านดูนะครับ เป็นการมองเกียงอุยอย่างเป็นระบบ หลักแน่น จนต้องถ่ายทอดไว้ให้เห็นกันชัดๆ อีกครั้ง ณ ที่นี้

ชัชวนันท์ สามก๊ก

.....................................


เสียงสะท้อน ต่อ "เกียงอุยสีเทา"



โดย น้องบิ๊ก @ SAMKOKVIEW.COM


การที่เกียงอุยออกรบจนกำลังป้องกันทั้งก๊กเหลือแค่ไม่ถึงหนึ่งแสนนาย อย่างไรเสียก็หนีความรับผิดชอบตรงนี้ไม่พ้นครับ

ผมยังมองว่าความอ่อนแอของพระเจ้าเล่าเสี้ยนมิใช่ "ผลโดยตรง" ของการล่มสลายของรัฐสู่ แต่เป็นที่นโยบายการทหารที่ผิดพลาด นั่นจึงตรงประเด็นที่สุด

วรรณกรรมสามก๊กกล่าวอีกด้วยว่า อาเต๊าถอนทหารที่อิมเป๋ง ทว่าประวัติศาสตร์มิใช่ระบุไว้เช่นนั้น ดังนี้ความรับผิดชอบโดยตรงจึงตกแก่แม่ทัพใหญ่ซึ่งก็คือเกียงอุยในขณะนั้น ที่ถอนกำลังป้องกันจุดยุทธศาสตร์จนฝ่ายตรงข้ามลัดทางมาตีเมืองหลวงได้

ขอถามว่าตั้งแต่อดีตกาลจวบปัจจุบันมีแม่ทัพใหญ่ที่เลินเล่อถึงเพียงนี้ได้สักกี่คน?

อีกประการที่อาเต๊ายอมจำนนในสภาพนั้นก็มิใช่โง่เง่าอย่างไรเลย เพราะโดยสภาพเกียงอุยไม่มีทางยกกลับมาช่วยได้เด็ดขาด หากเกียงอุยถอนทหารกลับมาช่วย จงโฮยสามารถไล่ตีจนล่มสลายทั้งกองทัพได้ทันที และหากตั้งยันกันต่อไปก็ไม่มีวี่แววว่าเกียงอุยจะชนะได้เลย

อย่าลืมว่านับจาก Portfolio แล้วจงโฮยมีผลงานการรบเหนือกว่าเกียงอุยอีกนะครับ !!

ยิ่งหากวิจารณ์ข้อผิดพลาดทางยุทธการบุกเหนือทั้ง 9 ครั้งแล้วสงสัยมีร่ายยาวได้หลายหน้า ขอข้ามดีกว่า

ในส่วนของ "เจตนา" ผมไม่ก้าวล่วงวิจารณ์เพราะในทางเอกสารหาข้อยืนยันเช่นนั้นไม่ได้

คารวะพี่อาร์ทที่ "กล้า" เขียนบทความหักล้างความเชื่อเกี่ยวกับเกียงอุยครับ

ด้วยความที่เขาเป็น "แม่ทัพ" สายบู๊แล้วมีระดับสติปัญญาพอสมควร นักอ่านวรรณกรรมสามก๊กหลาย ๆ ท่านจึงวาดภาพเขาเป็น "พระเอก" ในช่วงตอนท้ายแทนการขาดหายไปของวีรบุรุษรุ่นเก่าโดยปริยาย

วรรณกรรมและประวัติศาสตร์ เป็นเอกสารที่มีวัตถุประสงค์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผู้อ่านจำเป็นต้องทำความเข้าใจส่วนนี้เสียก่อน ในการอ่านงานเขียนทางประวัติศาสตร์จึงต้อง "ละวาง" มโนภาพที่เกิดจากวรรณคดี แล้วว่ากันด้วยหลักฐานข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์จึงจะเกิดประโยชน์แตกฉานงอกงามขึ้น

เกี่ยวกับบทความชิ้นนี้เป็นตั้งสมมติฐานความเป็นไปได้ในเรื่องราวที่เป็นช่องว่างทางประวัติศาสตร์ ซึ่งผู้ประพันธ์มีอิสระที่จะทำเช่นนั้นตราบเท่าที่มีหลักฐานข้อเท็จจริงชี้ช่องสนับสนุนสมมติฐานนั้น ๆ เพียงพอ

เรื่องเกียงอุยเข้าร่วมกับจงโฮย หากพิจารณา factor อื่น ๆ จะเห็นได้ว่าเขาเป็นแม่ทัพใหญ่นำทัพบุกวุยถึงเก้าครั้ง หากถูกคุมตัวกลับวุยก๊กมีหนทางตายมากกว่ารอด ตกอับมากกว่ารุ่งเรืองแน่นอน เพราะตั้งแต่ยุคสุมาสูล่วงมาถึงสุมาเจียวครองอำนาจ สองพี่น้องปฏิบัติต่อศัตรูอย่างโหดร้ายมาก ๆ ผู้ที่กล้าก่อความไม่สงบมีแต่หนทางตายตั้งตระกูลสายเดียว

กรณีเกียงอุยหากไม่ตายก็ยากจะรุ่งครับ ข้ออ้างประหารเกียงอุยมีอาทิ ทรยศนายยอมอ่อนน้อมต่อศัตรู ความผิดฐานยกทัพบุก 9 ครั้งส่งผลเสียหายต่อรัฐเว่ย

ยิ่งกว่านั้น เกียงอุยยังมีความผิดเดิมอีกที่ทรยศวุยหันเข้าจ๊ก... สุมาเจียวก็ไม่มีความจำเป็นอะไรต้องไว้หน้าเกียงอุยด้วย เพราะขนาดรัชทายาทของเล่าเสี้ยนยังถูกฆ่าตายในเหตุการณ์ชุลมุนตอนเสียก๊ก นับประสาอะไรกับเกียงอุยที่เป็นแม่ทัพพ่ายศึก

พิจารณาทั้งหมดแล้วเกียงอุยมีหนทางตายมากกว่ารอด การที่เกียงอุยเข้ากับจงโฮยจึงมีประโยชน์แก่ตนอย่างน้อย ๆ ก็ขอให้จงโฮยช่วยพูดจาให้ ตนก็อาจรอดจากโทษได้ เพราะอย่าลืมว่าจงโฮยเป็นคนสนิทของสุมาเจียวมีอำนาจใหญ่พอจะคุมทัพเข้าตีรัฐอื่น แต่เหตุการณ์กลับเลยเถิดไปไกลอย่างที่เราท่านทราบกัน สุดท้ายจึงกลายเป็นตายยกโขยง

นี่ก็เป็นแค่สมมติฐานหนึ่งของผมที่ไม่อาจหาหลักฐานมาชี้ตรง ๆ ว่าเป็นเช่นนั้นแน่นอน อาศัยการตีความพฤติการณ์แวดล้อมเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดอาจจะจริงหรือไม่ก็ได้เพราะเหตุการณ์ตรงนี้ยังเป็นช่องโหว่

เช่นเดียวกับบทความของพี่อาร์ทชิ้นนี้ที่ตั้งสมมติฐานขึ้นมาให้ผู้อ่านลองตั้งข้อสังเกตและศึกษาต่อยอดกันอีกที ซึ่งสมมติฐานก็เป็นปัญหาปลายเปิดและไม่อาจหาข้อสรุปได้แน่ชัด (เพราะเหตุการณ์เช่นว่ามิได้เกิดขึ้นในทางประวัติศาสตร์) เปิดช่องให้ผู้อ่านลองพิจารณาความเป็นไปได้เท่านั้นครับ

ขออภัยที่คราวนี้มาซะยาวครับ ตั้งแต่ทำ samkokview ก็มีแต่เขียนให้คนอ่าน ห่างหายจากการเสวนากับผู้รู้ไปนานพอสมควรเลยครับ อารมณ์เก่า ๆ เลยกลับมาคราวนี้

ขอแสดงความนับถือ

3 comments:

  1. เดิมที่เห็นต่างกับคุณอาท
    พอได้อ่านความคิดเห็นคุณบิ้กเข้า ก็ใจอ่อนเลย ข้อมูลเขาชัดเจน และเขียนได้ละมุนละไมดีจริง ๆ
    ฉายา"ชี้ชัด" คงมีเพียงหนึ่ง ต่อไปไม่ได้เสียแล้ว

    ประกอบกับเห็นที่คุณบิ้กเปรียบเปรยเรื่อง portfolio ของจงโฮยเอาไว้ จึงนึกสนใจ
    จึงหวังว่าคุณอาท หรือคุณบิ้กจะมีโอกาสมาช่วยชี้ชัดให้ คนรักเรื่องสามก๊กได้ชมและสนทนากันอีกครับ

    ขอบพระคุณครับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ขอบใจเราด้วยนะที่ตามอ่านงานพี่ แวะเข้ามาคุยกันบ่อยๆ นะ

      Delete
  2. ขอบคุณพี่อาร์ทที่ให้เกียรตินำเสนอความเห็นของผมสู่สาธารณะอย่างเป็นเอกเทศเช่นนี้ครับ ในฐานะคนนำเสนอเรื่องราวสามก๊กผมรู้สึกยินดีมาก ๆ ครับ

    สำหรับฉายา "ชี้ชัด" ผมไม่กล้ารับครับ ขอบเขตการศึกษาของผมเฉพาะจุดมาก ๆ คือประวัติศาสตร์สามก๊ก หากเป็นเรื่องราววรรณกรรมสามก๊กทั่วไป หรือเกร็ดตำนานต่าง ๆ เ้กี่ยวกับสามก๊ก ยังมีท่านผู้ศึกษาคนอื่น ๆ ที่แม่นกว่าผมมากมายครับ

    คารวะ ๆ

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ