Thursday, December 13, 2012

เตียวหุย "ไม่ชั่วช้า" และ "น่ารัก" (จบ)


ดังที่ได้บอกไปในตอนที่แล้ว ว่าตัวตนที่แท้จริงของเตียวหุยถูกใส่สีตีไข่จน “เกินความจริง” ไปไม่น้อย โดยเฉพาะนิสัยมุทะลุบ้าดีเดือดของเขา

หลายท่านคงจำได้ว่า วรรณกรรมอ้างว่าเขาได้เฆี่ยนตี “ต๊กอิ้ว” ผู้ตรวจการขี้ฉ้อที่มาเรียกรับส่วยจากเล่าปี่ แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่า พี่ใหญ่แซ่เล่าเป็นผู้จิกหัวไอ้แสบตกอิ๊วมาฟาดจนหลังลายด้วยมือตัวเอง

ทว่าหลอกว้านจงจงใจ “เปลี่ยนตัว” ให้เตียวหุยเป็นผู้กระทำ เพื่อไม่ให้ภาพลักษณ์ความเป็นคนใจเย็นสุขุมนุ่มลึกของเล่าปี่ต้องเสียไป ขณะเดียวกันก็ขับเน้นความวู่วามของเตียวหุยให้เด่นชัดขึ้น

เอาล่ะ... ทีนี้ขอเล่าเหตุการณ์ต่อเนื่องจากตอนก่อนหน้าเลยนะครับ จะได้รู้กันว่าหลังจากเล่าปี่ยึดเกงจิ๋วเป็นฐานที่มั่นได้แล้ว เตียวหุยมีบทบาทอย่างไรต่อไป

หลังจากได้เกงจิ๋วมาครองสักระยะหนึ่ง เล่าปี่ได้เดินทางไปยังเสฉวนตามคำเชิญของเล่าเจี้ยง ที่ขอให้นายพลคนแซ่เดียวกันมาช่วยป้องกันเมืองจากเตียวล่อเจ้าเมืองฮันต๋ง (แต่ในใจเล่าปี่นั้นอยากได้เสฉวนใจจะขาดอยู่แล้ว) โดยเล่าปี่มอบหมายให้เตียวหุยและกวนอูอยู่ดูแลเกงจิ๋ว ภายใต้การควบคุมของกุนซือขงเบ้ง

ฝ่ายกังตั๋งเห็นเล่าปี่ไม่อยู่ จึงส่งทหารข้ามน้ำมาหลอกซุนฮูหยิน น้องสาวซุนกวน ซึ่งเป็นเมียเล่าปี่ว่าแม่ป่วยหนัก ใกล้จะสิ้นใจ ก่อนบอกให้ซุนฮูหยินอุ้มอาเต๊าขึ้นเรือมุ่งหน้ากลับไปกังตั๋ง เพื่อจะเอาทารกน้อยไว้ต่อรองขอคืนเกงจิ๋วจากพระเจ้าอาคนดัง เคราะห์ดีที่เตียวหุยและจูล่งรีบออกเรือตามไปและชิงเอาตัวนายน้อยกลับมาได้

อาจกล่าวได้ว่าผลงานของเตียวหุยที่ร่วมด้วยช่วยกันกับจูล่งในครั้งนี้ แม้ไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนวีรกรรมที่เตียงปันเกี้ยว แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะเป็นการไปแย่งตัวว่าที่ฮ่องเต้กลับมาได้อย่างปลอดภัย

พอเล่าปี่เปิดศึกกับเล่าเจี้ยงเต็มตัว เตียวหุยจึงถูกเรียกตัวขึ้นไปช่วยตีเสฉวน โดยเขาทำศึกอย่างชาญฉลาด ตีหัวเมืองรายทางแตกพ่ายในเวลาอันรวดเร็ว ช่วยให้เล่าปี่ยึดเสฉวนได้ไวเกินคาด

ครั้นเล่าปี่ได้เสฉวนแล้ว เตียวหุยได้รับแต่งตั้งเป็นหนึ่งในห้าทหารเสือร่วมกับ กวนอู จูล่ง ฮองตง และ ม้าเฉียว โดยตัวเขาได้กินเมืองลองจิ๋ว หรือเมืองปาเส

เมื่อเล่าปี่บุกไปตีเมืองฮันต๋งของโจโฉ เตียวหุยได้ใช้กลศึกเอาชนะเตียวคับ ทหารเอกของโจโฉได้หลายต่อหลายครั้ง ช่วยให้เล่าปี่ยึดฮันต๋งจากโจโฉได้ กลายเป็นหนึ่งในสามก๊กที่เข้มแข็งไม่แพ้โจโฉและซุนกวน ซึ่งต้องยอมรับว่าเตียวหุยมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง

ถึงเวลานี้ แทบทุกคนต่างยอมรับในฝีมือของเตียวหุยว่าเขาไม่ใช่ขุนศึกบ้าดีเดือด มีแต่พละกำลังแต่ไร้สติปัญญาอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นยอดแม่ทัพที่ครบเครื่อง แม้ยอดกุนซืออย่างขงเบ้งยังยอมรับและชื่นชมในพัฒนาการดังกล่าว

แต่แล้ว เวลาของเตียวหุยก็หมดลง

หลังจากกวนอูเสียเมืองเกงจิ๋วและถูกซุนกวนประหารชีวิต เล่าปี่ได้ยกพลมหึมาเตรียมไปตีกังตั๋งเพื่อล้างแค้นให้น้องชาย เตียวหุยจึงขอเป็นทัพหน้าเพื่อปฏิบัติภารกิจนี้ให้สำเร็จ ทว่าตัวเขาเองกลับจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ โดยถูก ฮอมเกียง และ เตียวตัด ทหารใต้บังคับบัญชาลอบฆ่าตายขณะเมาหลับอยู่ แล้วตัดเอาหัวไปสวามิภักดิ์ต่อซุนกวน ดังที่ผู้อ่านวรรณกรรมสามก๊กทราบกันดี

โดยสรุปแล้ว หากศึกษาข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์จากจดหมายเหตุสามก๊กจะพบว่า เตียวหุยตัวจริงถือเป็นนักรบที่ช่ำชองในการสงครามคนหนึ่ง รู้จักทำอุบายพลิกแพลงด้วยสติปัญญา มิใช่คนโง่เขลาใช้แต่อารมณ์อย่างที่คนจำนวนมากเข้าใจ

ที่สำคัญคือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ยังระบุว่า เตียวหุยเป็นคนซื่อสัตย์และเมตตาต่อผู้ยากไร้อีกด้วย

สาเหตุหลักที่หลอกว้านจงพยายามสร้าง “คาแรกเตอร์” ของเตียวหุยให้โดดเด่นและขัดแย้งกับความเยือกเย็นของพี่ชายอย่างเล่าปี่และกวนอู ก็เพื่อเพิ่มสีสันให้กับวรรณกรรม จนเขากลายเป็นคน “คุณภาพแย่” หรืออาจถึงขั้น “ชั่วช้า” ในสายตาของบางคน

คนขายหมูขายเหล้ามีอันจะกินอย่างเตียวหุย ยอมทิ้งสมบัติพัสถานมาลำบากตรากตรำตลอดชีวิตเพื่อสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ใครจะว่า “ไอ้ห่าม” คนนี้ “ชั่วช้า” แต่ผมว่าเขา “น่ารัก” จะตายไปครับ

3 comments:

  1. อยากให้คุณอาร์ตชี้ชัดเรื่อง เหตุที่ทำให้เล่าปี่แพ้ต่อกังตั๋ง ทั้งในวรรณกรรมและในประวัติศาสตร์ จะได้มั้ยครับ

    ReplyDelete
  2. สวัสดีครับคุณอาท

    หลอกว้านจงเป็นอัจฉริยะ เขาเติมสีสันให้กับชีวิตของเตียวหุยอย่างน่าสนุกสนาน ซึ่งก็มีทั้งดีและร้าย มีน่ารักมีชั่วช้า (คำว่าชั่วช้า นี่ คุณอาทน่าจะโทษยาขอบ มากกว่า หลอหว้านจง ใช่ไหมครับ)

    เหตุการณ์ที่ผมคิดว่าเป็นผลงานชิ้นเอกจริง ๆ ของเตียวหุย คือการได้ตัวเงียมหงันมาเป็นพวก ทำให้เขาสามารถขยายอาณาเขตให้เล่าปี่ได้อย่างมหาศาล
    แต่การตายของเตียวหุย ที่ยังเป็นเงื่อนงำอันมีสาเหตุจาก
    การชอบโบยตี บังคับลูกน้อง ในเวลาเมาขาดสติ จนเล่าปี่ต้องเตือนเรื่องวิธีการปกครองอยู่บ่อย ๆ คือข้อเสียสำคัญ

    ถ้ามองเตียวหุยในฐานะน้องเล็ก ผมก็มองว่าเขาน่ารักดีอยู่ ในความซื่อ ความโผงผางตรงไปตรงมา เหมือนเด็ก ๆ รักเล่น
    แต่ถ้ามองเขาในฐานะผู้บังคับบัญชา ... ผมไม่ชอบนายสไตล์นี้เลย
    ชอบบีบบังคับ(ผมไม่กินเหล้าซะด้วยสิ) หุนหันพลันแล่น อารมณ์แปรปรวน สั่งงานส่งเดช ลงโทษด้วยอาราณ์ ... อยู่ด้วยคงอึดอัดน่าดู

    ด้วยเหตุนี้กระมังครับ... เขาจึง “ชั่วช้า” ในสายตาของบางคน

    ReplyDelete
    Replies
    1. หลักฐานทางปรัวัติศาสตร์เห็นว่า เตียวหุยมีควารู้ถือว่าเป็นบัญดิตเลยนะครับ ส่วนสองคนที่ฆ่าเตียวหุยนั้นเป็นสายจากซุนมาตั้งแต่แรกแล้วครับ

      Delete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ