Monday, August 5, 2013

ข้อเท็จจริงกรณีกวนอูไปรับราชการกับโจโฉ (๑)

[บทความนี้ ผมเขียนลงในนิตยสารศิลปวัฒนธรรมเมื่อปี ๒๕๕๕ โดยยังไม่เคยเอาลงในบล็อกส่วนตัวมาก่อน ปัจจุบัน มติชนออนไลน์ได้เอาไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ ผมจึงเห็นสมควรที่จะเอามาลงในบล็อก CheeChud.com ของตัวเองได้แล้ว ลองอ่านดูนะครับ สนุกทีเดียว ขอแบ่งเป็น ๒ ตอน เริ่มจากตอนนี้ตอนแรกครับ]


โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้ทราบว่า สามก๊กตอน “กวนอูไปรับราชการกับโจโฉ” ได้เข้าไปอยู่ในแบบเรียนภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษามาหลายปีแล้ว ต่างจากสมัยที่ผมเรียน ซึ่งมีแต่เรื่อง “จูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า” และ “ลกเจ๊กขโมยส้มให้แม่”

เท่าที่สังเกต ดูเหมือนว่าผู้ทรงคุณวุฒิที่คัดเลือกเรื่องราวต่างๆ ไปไว้ในหนังสือเรียนวิชาภาษาไทยของกระทรวงศึกษาธิการ พยายามจะขับเน้นเรื่องของ “ความซื่อสัตย์” และ “ความกตัญญู” เป็นสำคัญ 

ดังเช่นที่เคยเลือก “จูล่ง” พระเอกตลอดกาลของนักอ่านสามก๊ก ที่อุตส่าห์บุกตะลุยทัพร้อยหมื่น เสี่ยงชีวิตไปเอาตัวทารกน้อยลูกชายของเล่าปี่ผู้เป็นนายกลับมาอย่างปลอดภัย อันเป็นวีรกรรมแห่ง “ความจงรักภักดี” ชนิดไม่คำนึงถึงชีวิตตัวเอง

เช่นเดียวกับ “ลกเจ๊ก” ขุนนางกตัญญูของซุนกวน ที่สมัยเด็กแอบลักส้มจากงานเลี้ยงบ้านอ้วนสุดมาให้แม่ที่ยากจนได้ลิ้มรส โดยเรื่องหลังนี้ เป็นหนึ่งในตำนาน “ยี่สิบสี่ยอดกตัญญู” (เอ้อร์สือซื่อเสี้ยว 二十四孝) ของจีนด้วย ซึ่งเรื่องราวการไปรับราชการกับโจโฉของกวนอู ก็น่าจะถูกบรรจุเข้าไปโดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกันนี้

ก่อนอื่น ขอถ่ายทอดเนื้อหาที่บรรยายไว้โดยหลอกว้านจง ปราชญ์สมัยราชวงศ์หมิง ซึ่งได้หยิบเอาข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ผนวกรวมเข้ากับจินตนาการของตนเอง รวมทั้งแหล่งข้อมูลอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นนิทานพื้นบ้านหรือบทงิ้ว ประพันธ์ออกมาเป็น “วรรณกรรมสามก๊ก” (ซานกว๋อเหยียนอี้ 三国演义) อันลือลั่น เป็นที่ติดอกติดใจของคนทั่วโลก ทำให้ได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสี่สุดยอดวรรณกรรมล้ำค่าของชาติจีน

วรรณกรรมสามก๊กของหลอกว้านจงเล่าว่า หลังจากเล่าปี่พ่ายศึกต่อโจโฉที่แคว้นชีจิ๋ว (สีว์โจว 徐州) สามพี่น้องร่วมสาบานในสวนท้อก็มีอันต้องแตกฉานซ่านเซ็น โดยเล่าปี่พี่ใหญ่ระเห็จไปขออาศัยอยู่กับอ้วนเสี้ยว ขุนศึกผู้ทรงอิทธิพลยิ่งในแผ่นดินขณะนั้น ฝ่ายเตียวหุยน้องเล็กไปซ่องสุมกำลังอยู่ที่เขาบองเอี๋ยงสัน

ส่วนกวนอูน้องรองไม่อาจหนีไปไหนได้ เพราะรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลครอบครัวเล่าปี่ จึงต้องปักหลักสู้ตาย และโดนทัพของโจโฉล้อมไว้ที่เมืองแห้ฝือ (เซี่ยผี下邳) หัวเมืองรองของแคว้นชีจิ๋ว สถานการณ์วิกฤตยิ่ง

วรรณกรรมเล่าต่อไปว่า เมื่อรู้ว่ากวนอูจนมุมแล้ว โจโฉได้ส่งเตียวเลี้ยว ยอดทหารเอก มาเจรจาโน้มน้าวขุนพลเครางามให้ไปทำราชการด้วยกัน เหตุที่ต้องเป็นเตียวเลี้ยวก็เพราะเขาและกวนอูคุ้นเคยกันมาก่อน 

ความสนิทสนมของกวนอูกับเตียวเลี้ยวนั้น เกิดขึ้นตั้งแต่โจโฉรบชนะลิโป้ที่เมืองปักเอี้ยง (พูหยาง 濮陽) ครานั้นกวนอูหนีตามเล่าปี่พี่ชายร่วมสาบานไปพึ่งใบบุญของโจโฉ ครั้นเตียวเลี้ยวซึ่งเป็นทหารเอกของลิโป้ตกเป็นเชลยและกำลังจะถูกโจโฉประหาร กวนอูได้ขอชีวิตไว้ เพราะมองออกว่านายทหารผู้นี้แม้จะรับใช้คนถ่อยแต่จิตใจสัตย์ซื่อถือคุณธรรม โจโฉจึงไม่ฆ่าและเอาตัวไว้ใช้งาน 

จึงถือได้ว่ากวนอูมีบุญคุณต่อเตียวเลี้ยวมาแต่เก่าก่อน ขณะที่โจโฉเองก็แจ้งในฝีมือและอุปนิสัยใจคอของกวนอูมานานแล้ว 

ครั้นกวนอูโดนเตียวเลี้ยวชักชวน ทีแรกเขาตอบปฏิเสธ เพราะถือหลักลูกผู้ชายย่อมพร้อมพลีชีพ ไม่ยอมเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย ทว่าเมื่อแม่ทัพเตียวหว่านล้อมว่า หากกวนอูตาย ย่อมไม่มีโอกาสดูแลปกป้องครอบครัวของเล่าปี่ อีกทั้งยังเป็นการผิดต่อคำสาบานในสวนท้อ ที่เคยลั่นวาจาไว้กับเล่าปี่และเตียวหุยว่าจะสิ้นลมในวันเดือนปีเดียวกัน เมื่อยังไม่ทราบชะตากรรมของทั้งสองคน จะมาตัดช่องน้อยชิงตายไปก่อนได้อย่างไร 

นอกจากนี้ ตัวเขาก็เป็นทหารกล้าฝีมือเกริกไกร จึงควรอย่างยิ่งที่จะรักษาตัวไว้เพื่อรับใช้พระเจ้าเหี้ยนเต้ปกปักราชบัลลังก์ ไม่ควรรีบตายตั้งแต่ตอนนี้

กวนอูได้ฟังดังนั้นก็คิดพิจารณาอยู่สักพัก ก่อนจะยื่น “เงื่อนไข ๓ ข้อ” กลับไป โดยบอกว่าหากโจโฉตอบตกลง ตัวเขาก็จะยอมไปทำราชการด้วย เงื่อนไขทั้งสามมีดังนี้

๑. ต้องถือว่าตัวเขาเป็นข้ารับใช้ในพระเจ้าเหี้ยนเต้ ไม่ใช่ข้าของโจโฉ

๒. ห้ามคนของโจโฉมากล้ำกรายถึงที่อยู่ของสองภรรยาของเล่าปี่ และให้เบิกเบี้ยหวัดของเล่าปี่มาเลี้ยงดูฮูหยินทั้งสองพร้อมบ่าวไพร่

๓. หากรู้ว่าเล่าปี่อยู่ที่ไหน เขาจะกลับไปหาทันทีโดยไม่จำเป็นต้องบอกลาโจโฉ

พอเตียวเลี้ยวนำความกลับไปแจ้ง โจโฉก็ชักลังเล เงื่อนไข ๒ ข้อแรกนั้นพอจะรับได้อยู่ แต่ข้อที่ ๓ นี่แหละที่มีปัญหา มีอย่างที่ไหน ได้ทราบข่าวนายเก่าเมื่อไรก็มีสิทธิ์ตีจากไปได้ทันทีมิต้องร่ำลา แล้วจะเลี้ยงมันไว้เพื่ออะไร จะเอาเสือเจ็บมาชุบเลี้ยงจนแผลหายดีแล้วส่งคืนให้ศัตรูกระนั้นหรือ 

ทว่าเตียวเลี้ยวซึ่งก็อยากได้กวนอูมาเป็นเพื่อนร่วมรบได้ช่วยเจรจากับโจโฉอีกทางหนึ่ง โดยบอกว่า กวนอูเป็นคนรู้คุณคน เขารักเล่าปี่ก็เพราะเล่าปี่มีคุณต่อเขา ตัวท่านก็จงสร้างบุญคุณต่อกวนอูให้มากเข้า สักวันเขาคงซึ้งใจ ยอมอยู่เป็นข้ารับใช้ท่านถาวร

เมื่อได้ยินคำโน้มน้าวของเตียวเลี้ยว โจโฉจึงตกลงตอบรับทุกเงื่อนไข และได้ตัวกวนอูมาใช้งานจนได้

ไม่นานหลังจากนั้น กวนอูได้ทดแทนคุณของโจโฉ ด้วยการออกรบกับทัพอ้วนเสี้ยว และตัดศีรษะงันเหลียงกับบุนทิว สองทหารเสือของนายพลอ้วนเสี้ยว ในระหว่างนั้นเอง เขาได้ทราบว่าเล่าปี่หนีไปอยู่กับอ้วนเสี้ยว ขุนพลเครางามจึงตีจากโจโฉกลับไปหาพี่ชายร่วมสาบานในที่สุด

ที่เล่ามาทั้งหมด คือเรื่องราวในวรรณกรรมสามก๊ก ทว่าเนื้อความในจดหมายเหตุสามก๊ก (ซานกว๋อจื้อ 三国志) ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว เป็น “เหตุการณ์จริง” ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ บันทึกโดยเฉินโซ่ว อดีตขุนนางจ๊กก๊กที่ต่อมาได้ไปรับราชการกับราชวงศ์จิ้น กลับมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร

จะแตกต่างอย่างไรนั้น ไว้ว่ากันต่อตอนหน้าครับ

(มีต่อตอนหน้า)

................................................

หมายเหตุ - ชื่อบุคคลส่วนใหญ่ในบทความนี้ ผู้เขียนขอใช้สำเนียงจีนฮกเกี้ยนซึ่งคนไทยคุ้นเคยกันจากสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เป็นหลัก เช่น กวนอู เตียวเลี้ยว ยกเว้นบางบุคคลที่คนไทยนิยมเรียกชื่อเป็นสำเนียงจีนกลางก็จะใช้ชื่อตามนั้น เช่น หลอกว้านจง และสำหรับชื่ออื่นๆ ที่ไม่ใช่สำเนียงจีนกลาง ผู้เขียนได้ระบุสำเนียงจีนกลางและอักษรจีนชนิดตัวย่อไว้ในวงเล็บข้างหลัง เช่น แคว้นชีจิ๋ว (สีว์โจว 徐州)


เขียนโดย : ชัชวนันท์ สันธิเดช
เผยแพร่ครั้งแรกใน นิตยสารศิลปวัฒนธรรม
Source of Picture: "The Lost Bladesman" movie wallpaper (from an unknown web site)  





No comments:

Post a Comment

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ