Friday, August 9, 2013

ข้อเท็จจริงกรณีกวนอูไปรับราชการกับโจโฉ (๒)

[บทความนี้ ผมเขียนลงในนิตยสารศิลปวัฒนธรรมเมื่อปี ๒๕๕๕ โดยยังไม่เคยเอาลงในบล็อกส่วนตัวมาก่อน ปัจจุบัน มติชนออนไลน์ได้เอาไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ ผมจึงเห็นสมควรที่จะเอามาลงในบล็อก CheeChud.com ของตัวเองได้แล้ว และได้เอาลงไปแล้ว ๑ ตอน มาอ่านต่อกันในตอนที่ ๒ เลยครับ]



(ต่อจากตอนที่แล้ว)

ในตอนที่แล้ว ผมปิดท้ายไว้ว่า เรื่องที่กวนอูไปรับราชการกับโจโฉนั้น หลอกว้านจง ผู้ประพันธ์วรรณกรรมสามก๊กได้มีการแต่งเติมเรื่องราวจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์อยู่พอสมควร ในตอนนี้ขอขยายความต่อนะครับ ว่าอะไร "แต่ง" อะไร "เติม" อะไร "จริง" บ้าง

ตามข้อมูลประวัติศาสตร์ หลังจากตีเล่าปี่แตกพ่ายไปแล้ว โจโฉสามารถจับตัวกวนอูได้ที่เมืองแห้ฝือ แต่กลับไม่ทำอันตราย โดยให้เอาตัวไว้ใช้งาน ทั้งนี้ จอมคนแซ่โจปฏิบัติต่อกวนอูอย่างดียิ่ง ให้ยศทางทหารเป็นถึง “เพียนเจียงจวิน”  (偏將軍 เทียบกับยศสากลในปัจจุบันคือระดับ “พลโท”)

และแล้ว กวนอูก็ได้โอกาสตอบแทนบุญคุณโจโฉอย่างงดงาม ด้วยการคุมทัพหน้าร่วมกับเตียวเลี้ยว ออกรบกับ “งันเหลียง” ทหารเอกของอ้วนเสี้ยว ที่เป็นแม่ทัพมาตีเมืองตองกุ๋น (ตงจวิ้น 東郡) ในเขตปกครองของโจโฉ 

ทั้ง ๒ ทัพเผชิญหน้ากันที่ตำบลแป๊ะเบ๊ (ไป๋หม่า 白馬) และกวนอูก็ควบม้าตะลุยเดี่ยวเข้าไปตัดหัวงันเหลียงได้ในชั่วพริบตา ท่ามกลางความตกตะลึงของไพร่พลนับหมื่นคน (วรรณกรรมบอกว่ากวนอูตัดหัวบุนทิว นายทหารอีกคนหนึ่งด้วย แต่ในประวัติศาสตร์จริง กวนอูฆ่างันเหลียงเพียงคนเดียว) ส่งผลให้อ้วนเสี้ยวต้องถอยทัพไป 

วีรกรรมดังกล่าวทำให้โจโฉพอใจอย่างยิ่ง จึงทำเรื่องขอพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้กวนอูเป็น “ฮั่นสือเตงเฮา” (ฮั่นโซ่วถิงโหว 漢壽亭侯 ถิงโหว เป็นบรรดาศักดิ์ของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ เทียบได้กับ Marquis ของอังกฤษ) อย่างไรก็ตาม โจโฉเริ่มรู้สึกได้ว่ากวนอูอาจไม่อยากอยู่กับเขานานนัก จึงใช้ให้เตียวเลี้ยวไปเลียบๆ เคียงๆ ถามดู และคำตอบที่กวนอูให้กับเตียวเลี้ยวก็คือ

 “ข้าระลึกเสมอว่าท่านโจ (โจโฉ) ดีต่อข้ามาก อย่างไรก็ตาม นายพลเล่า (เล่าปี่) ได้มอบความเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ให้กับข้า ข้าจึงสาบานว่าจะตายเคียงข้างเขา และข้าจะไม่มีวันเนรคุณเขาเป็นอันขาด สักวันหนึ่ง ข้าคงต้องไป แต่ข้าจะสร้างความชอบตอบแทนท่านโจเสียก่อน จึงจะจากลา”

ทีแรก เตียวเลี้ยวไม่กล้านำความไปบอกโจโฉ เพราะกลัวนายใหญ่จะฆ่ากวนอูเสีย ทว่าเมื่อโจโฉทราบความเข้า นอกจากจะไม่เอาเรื่องแล้ว เขากลับยิ่งชื่นชมนายพลกวนว่าเป็นลูกน้องที่รู้คุณนาย ไม่ลืมกำพืด ทั้งยังเอ่ยปากยกย่องว่ากวนอูเป็น “สุภาพบุรุษของแผ่นดิน” โดยแท้

จะเห็นได้ว่า หลอกว้านจง ผู้แต่งวรรณกรรมสามก๊ก ได้แต่งเติมเรื่องราวการยอมเป็นข้ารับใช้โจโฉของกวนอู ให้มี “เงื่อนไข ๓ ข้อ” เพื่อ “รักษาภาพ” ของเขามิให้แปดเปื้อนไปในฐานะ “บ่าวสองนาย” โดยขับเน้นให้เห็นว่าทหารกล้าผู้นี้รักศักดิ์ศรีไม่เคยกลัวตาย และยกเหตุผลต่างๆ โดยเฉพาะ “พี่สะใภ้” มาเป็น “ตัวช่วย” ให้กวนอูรอดพ้นจากข้อหาดังกล่าว

ทั้งที่ข้อเท็จจริงจากจดหมายเหตุสามก๊กระบุชัดเจนว่า กวนอูถูกจับตัวได้โดยละม่อม ซึ่งในฐานะเชลยศึกย่อมไม่มีสิทธิ์ที่จะตั้งเงื่อนไขอันใด หากไม่ยอมเป็นลูกน้องของโจโฉก็ต้องถูกประหารชีวิตสถานเดียว 

แม้กวนอูจะแสดงเจตจำนงว่าตนเองต้องการกลับไปหาเล่าปี่ แต่นั่นก็เป็นการพูดหลังจากที่เขามารับใช้โจโฉแล้ว จึงมิอาจเรียกสิ่งนั้นว่าเป็น “เงื่อนไข” ได้ อีกทั้งยังมิใช่การพูดกับโจโฉโดยตรง แต่เป็นการบอกเตียวเลี้ยว นายทหารที่เป็นเพื่อนกัน โดยมิทราบว่าโจโฉเป็นผู้ใช้ให้มาถาม 

อย่างไรก็ตาม  การที่กวนอูต้องการกลับไปหาเล่าปี่ ทั้งๆ ที่อยู่กับโจโฉก็ได้ดิบได้ดี ได้ยศถาบรรดาศักดิ์ใหญ่โต ทำให้แม้ใครจะคลางแคลงใจในการกระทำของเขาอยู่บ้าง ก็ยังต้องยอมรับว่ากวนอูเป็นคนกตัญญูรู้คุณ ลาภยศสรรเสริญอื่นใดมิอาจเปลี่ยนใจเขาได้เลย ซึ่งสุดท้ายเขาก็ดั้นด้นกลับไปหาเล่าปี่จนได้ โดยที่โจโฉเองก็ปล่อยให้ไป มิได้ขัดขวาง

โดยสรุปแล้ว เรื่องราวตอนนี้ ทำให้เราได้เห็นถึงความซื่อสัตย์และกตัญญูของ “กวนอูในวรรณกรรม” อันเหมาะสมที่จะหยิบยกเอาไปสอนเด็ก แต่ในอีกด้านหนึ่ง “กวนอูตัวจริง” กลับมีความเป็น “ปุถุชน” ซึ่งโดยส่วนตัวผมมองว่าน่ายกย่องไม่น้อยไปกว่าหรืออาจจะมากกว่า “กวนอูในเรื่องแต่ง” เสียด้วยซ้ำ 

เพราะตัวจริงของกวนอูเป็นคนฉลาด รู้รักษาตัวรอด ยอมที่จะ “งอ” ไม่ยอม “หัก” ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า “ศักดิ์ศรี” ที่หากแม้นยึดมั่นถือมั่นจนไม่โอนอ่อนผ่อนตามแล้ว ชีวิตตนเองก็อาจรักษาไว้ไม่ได้ การณ์ใหญ่ก็คงพังพาบไป 

ไม่เหลือความดีใดๆ ให้โลกได้เรียนรู้เลย

(จบ)

................................................

หมายเหตุ - ชื่อบุคคลส่วนใหญ่ในบทความนี้ ผู้เขียนขอใช้สำเนียงจีนฮกเกี้ยนซึ่งคนไทยคุ้นเคยกันจากสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เป็นหลัก เช่น กวนอู เตียวเลี้ยว ยกเว้นบางบุคคลที่คนไทยนิยมเรียกชื่อเป็นสำเนียงจีนกลางก็จะใช้ชื่อตามนั้น เช่น หลอกว้านจง และสำหรับชื่ออื่นๆ ที่ไม่ใช่สำเนียงจีนกลาง ผู้เขียนได้ระบุสำเนียงจีนกลางและอักษรจีนชนิดตัวย่อไว้ในวงเล็บข้างหลัง เช่น แคว้นชีจิ๋ว (สีว์โจว 徐州)


เขียนโดย : ชัชวนันท์ สันธิเดช
เผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม
Source of Picture: An unknown web site 

1 comment:

  1. เรียนคุณอาท
    หากตัดประเด็นเรื่องคำสาบานออกไป ในบันทึกทางประวัติศาสตร์มีการกล่าวถึงเรื่องพี่สะใภ้บ้างหรือไม่ เพราะดู ๆ เป็นแล้วนี่เป็นอีกเหตุผลสำคัญ เหตุผลหนึ่งที่ทำให้กวนอูยอม "งอ" ไม่ยอม "หัก"
    ขอบพระคุณครับ

    ReplyDelete

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ