Thursday, January 16, 2014

โบสถ์เมียหลวง โบสถ์เมียน้อย


เศรษฐีคนนึง ตั้งบ้านอยู่ที่เชิงเขา เศรษฐีคนนี้มีเมียสองคน ไม่มีบุตร 

อยู่ไปๆ เศรษฐีอยากทำบุญใหญ่ จึงคิดสร้างสิ่งปลูกสร้างไว้ในวัด เมียหลวงสร้างโบสถ์หนึ่งหลัง (ขวา) เมียน้อยสร้างโบสถ์อีกหนึ่งหลัง (ซ้าย) ส่วนตัวเศรษฐีสร้างเจดีย์ไว้ตรงกลาง 

ครั้นสร้างเสร็จแล้ว เมียทั้งคู่อยากรู้ว่าผัวรักเมียคนไหนมากกว่ากัน จึงอธิษฐานว่า ขอให้เจดีย์เอียงไปทางโบสถ์ของเมียที่ผัวรักมากกว่า ปรากฏว่า เจดีย์เอียงไปทางโบสถ์ของ "เมียน้อย" ชัดเจน (ดูภาพประกอบ) 

วัดนี้ชื่อ "วัดเขาบันไดอิฐ" จังหวัดเพชรบุรี เป็นวัดอยู่บนเขา คาดว่าสร้างขึ้นสมัยอยุธยาตอนปลาย

ตำนานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า สามีรวยๆ มักรักเมียน้อยมากกว่าเมียหลวง

Tuesday, January 7, 2014

Survey ทริป ตามรอยสามก๊ก : รถไฟความเร็วสูง


ในทริป "ตามรอยสามก๊ก" เราจะบินการบินไทย จากสุวรรณภูมิไปลง "กว่างโจว" ครับ เครื่องออกเวลาสบายๆ 9.50 น. นัดทุกท่านมาเจอกันที่สนามบินเวลา 7.00 น. เป็นเวลาที่ผมชอบมาก เพราะไม่ต้องอดตาหลับ ขับตานอน สัก 3 ชั่วโมงก็ถึงกว่างโจวแล้วจ้า

กว่างโจวหรือที่คนไทยเรียก "กวางเจา" เป็นเมืองหลวงของมณฑลกว่างสี สมัยสามก๊กเป็นดินแดนของง่อก๊ก แต่เป็นที่อยู่ของพวกชนกลุ่มน้อยเสียเป็นส่วนใหญ่




ทันทีที่เราลงจากเครื่องบิน ก็ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงกัน เราจะขึ้นรถบัส มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟความเร็วสูง เพื่อขึ้นรถไฟเดินทางไปยังเมือง "อู่ฮั่น" ทันที เมืองอู่ฮั่นนี้ สมัยสามก๊กชื่อเมืองอู่ชัง หรือ "บู๊เฉียง" คุ้นๆ มั้ยครับ? ถ้าคุ้นก็ไม่แปลก เพราะมันคือเมืองหลวงแรกของ "ง่อก๊ก" เป็นดินแดนของซุนกวนนั่นเอง

พอไปถึงสถานีรถไฟ เราต่างคนต่างก็ลากไปกระเป๋าข้ามไปที่ชานชาลา ไม่นานรถไฟก็มาถึงแล้วครับ พอขึ้นไปบนขบวนรถ เอากระเป๋าเก็บเข้าที่เรียบร้อยแล้ว ก็ต่างคนต่างไปนั่งตามที่นั่งของตัวเอง

ในทริปตามรอยสามก๊กที่เราจะไปนี้ เราทุกคนจะได้นั่งรถไฟความเร็วสูงใน "ชั้นหนึ่ง" ซึ่งมีเพียง 2 โบกี้ จาก 10 โบกี้ ความสะดวกสบายถือได้ว่าเหนือกว่าชั้นธรรมดาพอสมควรครับ และราคาก็แพงกว่าด้วย บอกแล้วไงว่าผมเน้น "เที่ยวสบาย" หุหุ




นอกจากนี้ ใครเบื่อๆ ก็สามารถเดินไปนั่งจิบกาแฟในตู้เสบียงได้ อยู่ประมาณกลางขบวนพอดี เป็นคล้ายๆ Coffee shop เล็กๆ นั่งชมวิวข้างทาง ชิลมากๆ กะว่าจะชวนเพื่อนร่วมทริปไปนั่งจิบชาแก้เหงากันในโบกี้นี้แหล่ะ

ความเร็วสูงสุดของรถไฟ ประมาณ 300 ต้นๆ กม./ชม. ซึ่งก็ถือว่าเร็วเอาการครับ อยากให้เมืองไทยมีแบบนี้บ้างจัง .... เฮ้อ

เดี๋ยวตอนหน้าจะมาเล่าต่อครับว่ามีอะไรสนุกๆ บ้าง ขอบคุณทุกคนที่ติดตามครับ

** บรรยายภาพ **
บน - 
วิวจากที่นั่งของผม
กลาง - สถานีรถไฟความเร็วสูงกว่างโจว
ล่าง - ตู้เสบียงสำหรับไปนั่งจิบกาแฟชิลๆ

Saturday, January 4, 2014

Survey ทริป ตามรอยสามก๊ก : เมืองเตียงสา


เพิ่งกลับจากเมือง "เตียงสา" ครับ เมืองนี้สมัยปลายราชวงศ์ฮั่น มี "เล่าผวน" เชื้อพระวงศ์ฮั่นนั่งเป็นเจ้าเมือง ต่อมาเล่าผวนพ้นจากตำแหน่ง "ฮันเหียน" ขุนนางฮั่นจึงได้มาครองเมืองแทน หนึ่งในทหารเอกของเมืองเตียงสาคือ "ฮองตง" ที่พวกเรารู้จักกันดี

หลังศึกเซ็กเพ็ก ฮันเหียนยอมสวามิภักดิ์ต่อเล่าปี่ เมืองเตียงสาจึงตกเป็นของนายพลเล่า นี่คือเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ครับ

ส่วนในวรรณกรรม เขาเล่าเพิ่มเข้าไปว่าเล่าปี่ส่งกวนอูมาตีเมือง ฮันเหียนจึงให้ฮองตงออกไปรับมือ กวนอูรบกับฮองตงอย่างดุเดือด แต่ฮันเหียนไม่พอใจหาว่าเกี้ยเซี้ยกัน จึงสั่งประหารฮองตง อุยเอี๋ยนจึงก่อกบฏฆ่าฮันเหียน เมืองนี้เลยตกเป็นของเล่าปี่ ฮองตงเศร้าใจมากที่แพ้เสียเมือง ไม่ยอมไปคำนับนายใหม่ ทำเอาเล่าปี่และกุนซือขงเบ้งต้องมาคารวะและเชิญตัวนายพลคนซื่อไปทำราชการด้วยตนเอง ... ก็ว่ากันไป




ทุกวันนี้ ถ้าพูดถึงเมืองเตียงสา หรือ "ฉางซา" คนส่วนใหญ่คงไม่ได้นึกถึงฮองตง เพราะอีกประมาณ 1,800 ปีต่อมา ฉางซากลายเป็นที่รู้จักในฐานะบ้านเกิดของ "ประธานเหมา" ท่านเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติจีนที่เกิดที่นี่

ภาพบนสุดนั่น ผมถ่ายระหว่างเดินทางออกจากฉางซามุ่งหน้าขึ้นเหนือ ทิวทัศน์งดงามจริงๆ ดีใจที่ได้ไปเยือนครับ


** บรรยายภาพ **
บน - ภาพวิวทิวทัศน์ บนเส้นทางจาก ฉางซา ไป จางเจียเจี้ย
ล่าง - รูปปั้นประธานเหมา ยืนเด่นเป็นสง่า ทักทายเราทันทีที่ถึงสถานีรถไฟฉางซา