Wednesday, March 19, 2014

ตามรอยสามก๊ก (๔) : ชมบารมีบูเช็คเทียน

[บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อรีวิวทริปปฐมฤกษ์ "ตามรอยสามก๊ก" ระหว่างวันที่ 6-11 มี.ค. 57 จัดโดยบริษัท SBA Travel ซึ่งตัวผม ในฐานะ แฟนพันธุ์แท้สามก๊ก ได้เดินทางไปร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้กับลูกทัวร์ทุกท่านด้วย ]

[ทิวทัศน์ ณ ทะเลสาปสุริยันจันทรา ภายในอุทยานแห่งชาติเทียนเจ้า]

ตามรอยสามก๊ก วันที่ ๓

เช้านี้เรานั่งรถไปชม "ทะเลสาบสุริยันจันทรา" ภายในอุทยานแห่งชาติเทียนเจ้าตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังวัดฝานเทียนซึ่งอยู่ในอุทยานเช่นกัน

วัดฝานเทียนเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2008 แต่องค์พระพุทธรูปแทบไม่ได้รับความกระทบกระเทือน ปัจจุบันตัววัดได้รับการบูรณะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ 

[วัดฝานเทียน]

[ตัวแทนคณะจากประเทศไทยร่วมถวายพระพุทธรูป]

คณะของเรา นำโดย เฮียสุนทร เอื้อศรีทองกุล Managing Director บริษัท SBA Travel,  พระคุณเจ้าสามรูปจากวัดบวรนิเวศวิหาร, ผู้บริหารของบริษัททัวร์จีน, และ เฮียกวง วรพันธ์ โลกิตสถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาพรบุ๊คส์ ได้ร่วมกันอัญเชิญพระพุทธรูปจากเมืองไทยถวายแด่วัดฝานเทียน โดยมีคณะพระ ชี อุบาสก และอุบาสิกา ของวัด นำโดยท่านเจ้าอาวาสมาทำพิธีรับมอบ

หลังเสร็จพิธี คณะของเราเดินทางออกจากอุทยานแห่งชาติเทียนเจ้า เข้าไปในตัวเมืองกว่างหยวนเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นช่วงบ่ายจึงไปชมผาพระพุทธรูป 1,000 องค์อันโด่งดัง สร้างในสมัยเป่ยเว่ย ประมาณ ค.ศ. 420-510 โดยชนเผ่าทอปา อยู่ริมแม่น้ำเจียหลินเจียง

เห็นแล้วต้องบอกว่าน่าทึ่ง ที่คนสมัยนั้นสามารถเจาะหน้าผาแล้วแกะสลักออกมาเป็นพระพุทธรูปอันวิจิตรงดงามจำนวนมากมายขนาดนี้

[ผาพระ 1,000 องค์ มองจากด้านหน้า]

[หน้าผาถูกเจาะเข้าไปเป็นห้องใหญ่ มีพระพุทธรูปแกะสลักอีกจำนวนมาก]

แล้วพวกเราก็เดินทางต่อไปยัง "วัดหวงเจ๋อซื่อ" วัดประจำพระองค์ของ "พระนางบูเช็คเทียน" ที่อยู่ใกล้ๆ กัน สร้างในสมัยเป่ยเว่ยโดยชนเผ่าทอปา เช่นเดียวกับผาพระ 1,000 องค์

จุดสำคัญของวัดนี้คือสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใหญ่ที่แกะสลักลงบนหน้าผา เบื้องซ้ายของพระองค์คือพระมหากัสสปะ เบื้องขวาคือพระอานนท์  เป็นศิลปะแบบเดียวกับผาพระ 1,000 องค์ที่เราเพิ่งได้ชมมา

ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาในสมัยพระนางบูเช็คเทียน ผู้ซึ่งนอกจากจะเป็นจักรพรรดินี หรือ “ฮ่องเต้หญิง” องค์เดียวในประวัติศาสตร์ชาติจีนแล้ว นางยังนับถือศาสนาพุทธ และเป็นองค์ศาสนูปถัมภกสำคัญ ดังปรากฏร่องรอยในสถานที่ต่างๆ ที่เราได้ชมกันไปในวันนี้

[องค์พระพุทธเจ้าและพระอัครสาวกภายในวัดหวงเจ๋อซื่อ]

ต้องถือว่าในวันที่สามของการเดินทาง เราได้ “เปลี่ยนธีม” จากเรื่องสามก๊ก มาเน้นที่เรื่องของพระนางบูเช็คเทียนและพระพุทธศาสนา ซึ่งลูกทัวร์หลายคนก็ชอบใจ

อิ่มอกอิ่มใจกันพอสมควรแล้ว คณะของเราก็มุ่งหน้าต่อไปยังจุดหมายสำคัญ คือเมืองล่างจง หรือ “เมืองลองจิ๋ว” ซึ่งมีอดีตเจ้าเมืองคือ “เตียวหุย” ที่แฟนสามก๊กทุกคนรู้จักดี ต้องบอกว่านี่คือไฮไลท์ของทริปนี้อย่างแท้จริง

อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป อย่าลืมติดตามครับ

No comments:

Post a Comment

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ