Friday, March 21, 2014

ตามรอยสามก๊ก (๕) : ถึงแล้ว...เมืองเตียวหุย

[บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อรีวิวทริปปฐมฤกษ์ "ตามรอยสามก๊ก" ระหว่างวันที่ 6-11 มี.ค. 57 จัดโดยบริษัท SBA Travel ซึ่งตัวผม ในฐานะ "แฟนพันธุ์แท้สามก๊ก" ได้เดินทางไปร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้กับลูกทัวร์ทุกท่านด้วย ]




(ต่อจากตอนที่แล้ว)

หลังจากชมบารมีบูเช็คเทียนกันมาทั้งวัน พวกเราก็ออกเดินทางจากเมืองกว่างหยวน ย้อนกลับลงมาทางใต้ ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง จึงมาถึงเมือง "ล่างจง" หรือเมือง "ลองจิ๋ว" ตามสำเนียงใน สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน)

นี่ถือเป็นปลายทางที่หลายคนเฝ้ารอคอย  ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือต้องการมาสัมผัสอดีตเมืองของ "จางอี้เต๋อ" หรือ "จางเฟย" หรือ "เตียวเอ๊กเต๊ก"...

หรือชื่อที่รู้จักกันดีที่สุด คือ "เตียวหุย" น้องสามแห่งสวนท้อนั่นเอง 

เราเดินทางมาถึงเมืองล่างจงในเวลาย่ำค่ำ ทันทีที่ก้าวลงจากรถบัส ก็เจอกับ "เซอร์ไพรส์" ครั้งใหญ่ แบบไม่ได้คาดคิดมาก่อน คือทางเมืองล่างจงได้อัญเชิญ "เตียวหุย" ตัวเป็นๆ ในฐานะอดีตเจ้าเมือง มาให้การต้อนรับคณะของเรา


[พี่มหา ชินวัฒน์ คนดังของชาวคณะ ขอชักภาพกับเตียวหุย] 

[ทหารฉินแต่งตัวแบบดั้งเดิม ตีกลองต้อนรับพวกเรา]

นอกจากนี้ ยังมี "ทหารฉิน" ซึ่งเคยครองพื้นที่แถบนี้ในอดีตมาบรรเลงเพลงกลองต้อนรับเราอย่างเอิกเกริก พร้อมขึ้นป้ายเวลคัมใหญ่โตไว้หน้าโรงแรม                

ชาวคณะล้วนตื่นเต้นดีใจที่ได้เจอเตียวหุยตัวเป็นๆ ถึงกับต่อคิวขอถ่ายรูปกันยาวเหยียด จนฟ้ามืดแล้ว เฮียเตียวแกขอตัวกลับ พวกเราก็ยังไม่ให้กลับ ขอแชะภาพต่อ เฮียแกก็ยอม ไม่บ่นสักคำ 

สุดท้ายเมื่อถ่ายจนครบ เฮียจึงโบกมือบ๊ายบายพวกเราด้วยความเป็นมิตรยิ่ง...

เวลาผ่านไปเกือบสองพันปี เตียวหุยใจเย็นลงเยอะจริงๆ นะ อิอิ

[ผ้าเช็ดมือในห้องพัก ระบุชื่อ "โรงแรมเตียวหุย" (จางเฟยโฮเทล)]

จากนั้น ชาวคณะก็มุ่งหน้าไปรับประทานอาหารเย็น โดยมื้อนี้มี "เนื้อสไตล์เตียวหุย" เป็นเนื้อแบบที่เตียวหุยชอบกินมาให้ได้ลิ้มลองกันด้วย

ส่วนตัวผมเองแยกมาทานเลี้ยงที่ท่านผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งเมืองล่างจงจัดให้ที่โรงแรม พร้อมกับผู้ใหญ่ของบริษัท SBA และพี่ๆ สื่อมวลชน ซึ่งก็ได้กินเนื้อสไตล์เตียวหุยเช่นกัน

อ้อ ลืมบอกไป ขนาดโรงแรมที่เราพัก ยังชื่อ "โรงแรมเตียวหุย" สมกับเป็นเมืองของเตียวหุยมั้ยล่ะ ?!!


[ทิวทัศน์ฝั่งตรงข้ามโรงแรม เขา น้ำ ฟ้า งดงามเกินบรรยาย]

ตามรอยสามก๊ก วันที่ ๔

รุ่งเช้า ผมออกมาสูดอากาศและชมวิวทิวทัศน์หน้าโรงแรม เพียงข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามก็พบกับแม่น้ำเจียหลิง สายโลหิตของคนเสฉวน เบื้องหลังคือภูเขาที่ว่ากันว่าเป็น "มังกร" ช่วยเสริมฮวงจุ้ยให้กับเมืองนี้ บอกได้เลยว่างดงามจับใจ ...

อย่าหาว่าเว่อร์เลยครับ แต่ชั่วขณะหนึ่ง... ผมเผลอนึกว่าผมฝันไป

[เมืองโบราณล่างจง]

พอได้เวลานัด ชาวคณะก็ขึ้นรถบัสมุ่งหน้าไปยัง "เมืองโบราณล่างจง" ซึ่งที่จริงอยู่ห่างออกไปแค่นิดเดียว เดินไปก็ยังได้

ขอขยายความนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า "เมืองโบราณล่างจง" เพราะในอดีต บริเวณนี้คือตัวเมือง และแม้ว่าเมืองล่างจงทุกวันนี้จะขยายขอบเขตออกไปมากแล้ว แต่ส่วนที่เป็นตัวเมืองเก่ายังถูกรักษาไว้อย่างดียิ่ง

จนกลายเป็น "1 ใน 4" เมืองที่อนุรักษ์ไว้ดีที่สุดของจีน หมายความว่า ทั้งแผ่นดินมังกร มีเมืองเก่าที่รักษาไว้ได้ดีขนาดนี้เพียง 4 แห่ง 

ได้แก่ ลี่เจียง, ผิงเหยา, เซ่อเสี้ยน และ เมืองโบราณล่างจง นี่เอง


[ความร่มรื่นในเมืองโบราณล่างจง]

อีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบมากๆ ก็คือ ในปัจจุบัน เมืองโบราณแห่งนี้ยังคงมีชาวบ้านอาศัยและใช้ชีวิตอยู่จริงๆ มิใช่เมืองที่สร้างไว้เพื่อเก็บตังค์นักท่องเที่ยวเท่านั้น 

ดังนั้น แม้ในเวลาค่ำคืน นักท่องเที่ยวและคนทั่วไปก็สามารถเข้ามาเดินเล่นในเมืองเก่านี้ได้ เพราะเขาเปิดประตูตลอดเวลา (จะปิดประตูได้อย่างไรเล่า ก็ชาวบ้านต้องเข้าต้องออกเป็นปกติ)

ของดีในล่างจงยังมีอีกเยอะ แต่ขออุบเอาไว้เล่าในตอนต่อไปนะครับ ... 

ใครคิดว่ารู้จักเตียวหุยดีแล้ว อย่าเพิ่งแน่ใจไป อาจมีอะไรที่คุณยังไม่รู้อีกก็ได้นะ!! 

No comments:

Post a Comment

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ