Tuesday, March 25, 2014

ตามรอยสามก๊ก (๖) : ความตายของแม่ทัพเตียว

[บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อรีวิวทริปปฐมฤกษ์ "ตามรอยสามก๊ก" ระหว่างวันที่ 6-11 มี.ค. 57 จัดโดยบริษัท SBA Travel ซึ่งตัวผม ในฐานะ แฟนพันธุ์แท้สามก๊ก ได้เดินทางไปร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้กับลูกทัวร์ทุกท่านด้วย ]



(ต่อจากตอนที่แล้ว)

หลังจากก้าวเข้ามาในเมืองโบราณล่างจง คณะของเราเดินชมบรรยากาศสองข้างทางอย่างเพลิดเพลิน มี เหล่าซือคล่อง ศิระประภาธรรม "มัคคุเทศก์ป้ายทอง" เดินนำและคอยให้ความรู้อย่างใกล้ชิด

เราเข้าไปในห้องนิทรรศการเพื่อฟังบรรยายประวัติความเป็นมาของเมืองนี้ มีแบบจำลองของเมืองล่างจงในยุคอดีตตั้งแต่สมัยที่เตียวหุยยังเป็นเจ้าเมืองมาให้ได้ชมกันด้วย

ว่ากันตามตำรา ล่างจงถือเป็น "สุดยอดฮวงจุ้ย" แห่งแผ่นดิน มีแม่น้ำ ภูเขารูปมังกร ทำเลที่ตั้งสมเป็นยอดชัยภูมิ 

[ภาพบนคือโมเดลเมืองล่างจงสมัยโบราณ
ภาพล่างคือเมืองล่างจงของจริง ณ วันนี้ ถ่ายจากจุดชมวิว เทียบกันให้เห็นจะจะ]

วิทยากรชาวจีนนำคณะของเราไปชมบ้านตัวอย่าง ซึ่งตกแต่งจัดวางถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย มีเหล่าซือคล่องคอยแปลเป็นภาษาไทยแบบคำต่อคำ

ต่อมา คณะของเราไปเยี่ยมชมการ "สอบจอหงวน" จำลอง ที่คนไทยคงคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วจากหนังจีนหลายต่อหลายเรื่อง โดยชาวคณะได้ส่งตัวแทนจำนวน 6 ท่าน หนึ่งในนั้นคือผมที่ถูก "หวยล็อค" ให้ไปร่วมสอบจอหงวนกับเขาด้วย ทำให้ต้องแต่งตัวย้อนยุคแบบสมัยราชวงศ์ชิง ก็เขินๆ อยู่เหมือนกันครับ

[ผมแต่งตัวเต็มยศเหมือนสมัยราชวงศ์ชิงเข้าไปสอบจอหงวน ขอบคุณพี่มหา ชินวัฒน์ ที่ถ่ายภาพนี้ให้ครับ]

หลังจากมีพิธีประกาศชื่อผู้เข้าสอบแล้ว ผมและตัวแทนอีก 5 ท่านก็ถูกส่งตัวเข้าห้องสอบ โดยแต่ละคนต้องเข้าไปนั่งใน "คอก" มีเจ้าหน้าที่แมนจูหน้าโหดมาเดินตรวจตราป้องกันการทุจริต ก่อนจะเรียกทุกคนออกมาฟังผลสอบ ปรากฏว่าทุกคนได้เป็นจอหงวนหมด แถมยังมีมุขขำๆ จากผู้แสดง เรียกเสียงฮาจากชาวคณะได้ไม่น้อย 

พอสอบจอหงวนเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาสำคัญที่พวกเราหลายคนรอคอย นั่นคือการก้าวเท้ามุ่งตรงไปยัง "ศาลเจ้าเตียวหุย" 

[รูปปั้นเตียวหุยนั่งหน้าเข้มอยู่ในตู้กระจก]

เมื่อเข้าไปในศาลเตียวหุย สิ่งแรกที่พบคือ รูปปั้นนายทหารในสังกัดของน้องเล็กแห่งสวนท้ออยู่สองฝั่งซ้ายขวา เดินตรงเข้าไปยังตำหนักกลาง จึงพบกับรูปปั้นขนาดยักษ์ของเตียวหุย นั่งหน้าตาถมึงทึงตามสไตล์บุรุษผู้เต็มที่กับชีวิต

ฝั่งซ้าย-ขวาของเตียวหุย มีรูปปั้น "ฮอมเกียง" และ "เตียวตัด" สองลูกน้องที่ทรยศ ตัดหัวเตียวหุยไปสวามิภักดิ์ต่อง่อก๊ก 

วรรณกรรมสามก๊กระบุว่า เตียวหุยคาดคั้นให้ฮอมเกียงและเตียวตัด หาศาสตราวุธสีขาว ม้าขาว และเสื้อผ้าสีขาวสำหรับทหารห้าหมื่นให้ทันภายในสามวัน เพื่อนำทหารล่างจงไปสมทบกับทัพหลวงของพระเจ้าเล่าปี่ มุ่งหน้าบุกกังตั๋งล้างแค้นให้กวนอู น้องรองแห่งสวนท้อ ที่เสียท่าถูกซุนกวนจับได้และสั่งประหารชีวิต

(ข้อมูลในจดหมายเหตุสามก๊กระบุว่า ทหารจากเมืองล่างจงมีอยู่ประมาณหนึ่งหมื่น แต่วรรณกรรมปั่นตัวเลขให้กลายเป็นห้าหมื่น)

 
[ฮอมเกียงและเตียวตัด ถูกยมทูตจิกหัวลงโทษ 
ตามจินตนาการของคนปั้น]

ฝ่ายฮอมเกียงและเตียวตัด สองนายทหารพิจารณาดูแล้วเห็นว่าคงทำได้ไม่สำเร็จภายในสามวันเป็นแน่ จึงเข้าไปหาเตียวหุย ขอผ่อนผันให้ช่วยยืดเวลาสักหน่อย เตียวหุยได้ฟังก็โกรธมาก สั่งโบยหลังทั้งคู่ปางตาย พร้อมคาดโทษไว้ว่า หากทำไม่สำเร็จ จะตัดหัวเสียทั้งสองคน

ฮอมเกียง เตียวตัด ทั้งเจ็บทั้งแค้น อีกทั้งเห็นเหลือวิสัยที่จะทำตามคำสั่งได้ จึงสมคบกันลอบเข้าไปสังหารเตียวหุยในเวลากลางคืน แล้วตัดเอาหัวนายพลอารมณ์ร้อนไปสวามิภักดิ์ต่อซุนกวน

มีอีก story หนึ่ง ซึ่งผมก็เพิ่งได้ยิน บอกว่า ฮอมเกียงและเตียวตัดฟังคำสั่งของเตียวหุยผิดไป แท้จริงแล้วเตียวหุยไม่ได้สั่งให้เตรียมม้าขาว เสื้อผ้าสีขาว หรือศาสตราวุธขาวจำนวนมากมายขนาดนั้น เป็นความเข้าใจผิดของนายทหารทั้งสองเอง ทำให้พวกเขาตัดสินใจฆ่าเตียวหุยแล้วหนีไปเข้ากับซุนกวน (รายละเอียดตรงนี้ไม่ชัดเจน ไว้มีโอกาสจะถามจากเหล่าซือคล่องอีกทีหนึ่ง)

[รูปปั้นทองเหลือง เล่าปี กวนอู เตียวหุย สาบานเป็นพี่น้องกันในสวนท้อ]

เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีชาวคณะมาถามผมว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไรแน่ ผมจึงขอยกข้อมูลในจดหมายเหตุมาอธิบายดังนี้นะครับ...

ตามข้อมูลในจดหมายเหตุสามก๊กของเฉินโซ่ว ชำระโดยเผยซ่งจือ เตียวหุยถูกลอบสังหารโดยฮอมเกียงและเตียวตัด ซึ่งเป็นนายทหารในกองทัพ ระหว่างเตรียมการไปล้างแค้นให้กวนอูจริง ก่อนที่ทั้งคู่จะตัดศีรษะเฮียเตียว แล้วล่องเรือไปสวามิภักดิ์ต่อซุนกวน 


[วีรกรรมของเตียวหุย สมัยปราบขบถโพกผ้าเหลือง]

ทว่าจดหมายเหตุไม่ได้ระบุสาเหตุไว้ชัดเจนว่าฮอมเกียงกับเตียวตัด "ฆ่านาย" ด้วยเหตุผลอันใด คาดว่าเรื่องม้าขาว เสื้อผ้าขาว อาวุธขาว เป็นการแต่งเติมขึ้นมาเองของหลอกว้านจง ผู้แต่งวรรณกรรมสามก๊ก เพื่อขับเน้นให้เห็นถึงความอารมณ์ร้อนของเตียวหุยเสียมากกว่า

ด้วยเหตุนี้ จึงป่วยการที่จะไปถกเถียงกันว่า แท้จริงแล้วเตียวหุยสั่งลูกน้องอย่างไร ฮอมเกียงและเตียวตัด "ฟังผิด" จริงหรือไม่ เพราะคำสั่งดังกล่าวไม่ปรากฏหลักฐานว่าเคยเกิดขึ้นจริงมาตั้งแต่ต้น


                                    
[เตียวหุยนำทหารออกตรวจเมือง เรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย]


กลับมาที่ศาลเจ้าเตียวหุย พอเดินเข้าไปในห้องใหญ่ เราพบรูปปั้นเล่าปี่ กวนอู เตียวหุย ขนาดเท่าตัวจริง  มีแบบจำลองเป็นหุ่นแสดงวีรกรรมของเตียวหุยตั้งแต่เมื่อครั้งปราบขบถโพกผ้าเหลือง มีทวนอสรพิษ ม้าดำ และชุดเกราะจำลองของเตียวหุยโชว์ไว้ในตู้กระจกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีรูปปั้นลูกสาวสองคนของเตียวหุย เรียกชื่อว่า "เตียวฮองเฮา" ทั้งคู่ เนื่องจากสองคนพี่น้องตกเป็นชายาของพระเจ้าเล่าเสี้ยนเหมือนกัน


[หลุมฝังศพของเตียวหุย]

เดินเข้าไปด้านหลังสุดของศาลเจ้า จึงพบกับ "ฮวงซุ้ยเตียวหุย" เป็นหลุมฝังศพขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีต้นไม้ขึ้นรกครึ้ม

เสียดายที่พวกเรามีเวลาน้อยไปหน่อย มิเช่นนั้นผมจะขอนั่งลงนิ่งๆ หน้าหลุมศพ "คนชั่วช้าที่น่ารัก" ผู้นี้ แล้วพูดคุยกับเขาทางกระแสจิตสักครึ่งชั่วโมง 

จะลองนึกย้อนถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต นึกย้อนถึงทุกตัวอักษรเกี่ยวกับตัวเขาที่ผมเคยอ่านผ่านตามาตั้งแต่เล็ก 

ก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา บอกกับเขาว่า...

รู้จักกันมาหลายสิบปี ในที่สุดเราก็ได้พบกันแล้วนะครับ "แม่ทัพเตียว" ที่รัก

No comments:

Post a Comment

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ