Friday, March 28, 2014

ตามรอยสามก๊ก (๗) : ถอดรหัสภาพพยากรณ์ปริศนา

[บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อรีวิวทริปปฐมฤกษ์ "ตามรอยสามก๊ก" ระหว่างวันที่ 6-11 มี.ค. 57 จัดโดยบริษัท SBA Travel ซึ่งตัวผม ในฐานะ แฟนพันธุ์แท้สามก๊ก ได้เดินทางไปร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้กับลูกทัวร์ทุกท่านด้วย ]

[ภูมิทัศน์เมืองล่างจง สุดยอดฮวงจุ้ยแห่งแผ่นดินมังกร]

(ต่อจากตอนที่แล้ว)

หลังจากเยี่ยมชมศาลเตียวหุยแล้ว พวกเราออกจากเมืองเก่าล่างจง เดินทางข้ามแม่น้ำเจียหลิง ขึ้นไปบนภูเขาเจดีย์ขาว อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง

เจดีย์ขาวสร้างอยู่บนเขา ใกล้ๆ กันมีจุดชมทิวทัศน์ มองลงไปเบื้องล่างเห็นเมืองล่างจงโดยรอบ มีแม่น้ำล้อม ลักษณะเหมือนอักษรโรมันรูปตัว "Ω" สร้างได้สอดรับกับหลัก หยิน-หยาง  (ดูภาพประกอบนะครับว่างามขนาดไหน) 

ในโปรแกรมของ SBA บรรยายว่า เมืองล่างจงนี้...

"ด้านเหนือเป็นภูเขาเต่าดำ ด้านใต้เป็นดอยนกแดง ตะวันออกเป็นเทือกเขามังกรเขียว และตะวันตกเป็นเขาโดดเสือขาว"

เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบตามตำราฮวงจุ้ยทุกประการ!!

[เจดีย์ขาว]
[พระพุทธรูปโบราณ สังเกตมือขวาขององค์พระนะครับ]


จากนั้น เราไปนมัสการหลวงพ่อโต พระพุทธรูปแกะสลักหินเก่าแก่ สร้างก่อนหลวงพ่อโตเล่อซานถึง 200 ปี เป็นปาง "ชูสองนิ้ว" ดูแปลกตามาก (โปรดดูภาพประกอบ) ก่อนจะไปรับประทานอาหารกลางวันกัน 

ร้านอาหารที่เราไปทานมื้อนี้อยู่ในฮอลล์ใหญ่ ด้านหน้าอาคารมีลานขนาดยักษ์ ตรงกลางลานมีรูปปั้นศีรษะเตียวหุยหน้าเข้มตั้งเด่นเป็นสง่า สองฝั่งมีรูปปั้นศีรษะนายทหารจ๊กก๊กพร้อมภาพประกอบแสดงเรื่องราวต่างๆ อีกอาคารหนึ่งข้างๆ กันคือ "ศูนย์แสดงเนื้อเตียวหุย"    

เห็นแล้วเชื่อเลยว่าที่นี่ เตียวหุยคือ "ผู้มากบารมี" ตัวจริง


[บนลานกว้าง มีหัวเตียวหุย สองฝั่งเป็นหัวขุนนางจ๊กก๊กพร้อมเรื่องราว]

[ศูนย์แสดงเนื้อเตียวหุย ข้างในมีผลิตภัณฑ์เนื้อเตียวหุยขายหลากหลายชนิด]

หลังทานข้าว พวกเราเดินทางต่อไปยัง "วังสวรรค์เทียนกง" สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง หลี่ฉุนเฟิง และ หยวนเทียนกัง สองนักพยากรณ์ซึ่งเป็นเกลอกัน

ในส่วนของ หยวนเทียนกัง เขาเป็น นักดาราศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ กวี ฯลฯ ศึกษาตำราโจวอี้ (อี้จิง) จนแตกฉาน ว่ากันว่าเขาเคยไปที่บ้านของบูเช็คเทียนตั้งแต่นางยังเด็ก ในเวลานั้นบูเช็คเทียนแต่งตัวเป็นเด็กผู้ชาย 

เมื่อซินแสหยวนพบเด็กน้อยจอมห้าว เขาถึงกับเอ่ยปากขึ้นมาว่า ... เสียดายที่เป็นเด็กผู้ชาย มิเช่นนั้นอาจได้เป็นถึงฮ่องเต้


[หยวนเทียนกัง (ซ้าย) และ หลี่ฉุนเฟิง (ขวา)]

เรื่องนี้ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ประการใด เพราะต้องไม่ลืมว่าคนยิ่งใหญ่จำนวนมาก โดยเฉพาะพวกฮ่องเต้หรือขุนศึกดังๆ ล้วนมีเรื่องราวปาฏิหาริย์ตอนเกิดหรือสมัยยังเด็กเพื่อเสริมสร้างบารมีด้วยกันทั้งนั้น 

ผลงานชิ้นเอกของหยวนเทียนกังและหลี่ฉุนเฟิง คือหนังสือ ทุยเป้ยถู (推背图) เนื้อหาเป็นบทกวีพร้อมภาพพยากรณ์จำนวน 60 ภาพ หลายภาพถูกมองว่า (ย้ำว่า "ถูกมองว่า") สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จนหนังสือเล่มนี้ถูกเอาไปเปรียบเทียบกับหนังสือของนอสตราดามุส

บ้างก็ว่า ฝรั่งมี "นอสตราดามุส" จีนมี "หยวนเทียนกัง"

[ไกด์แอน ธันวา น้องชายร่วมสาบานในสวนท้อของผม ถ่ายกับภาพพยากรณ์บนแผ่นหิน]

ไม่ไกลจากวังสวรรค์เทียนกง เป็นสวนซึ่งมีภาพพยากรณ์ของหยวนเทียนกังและหลี่ฉุนเฟิงแกะสลักไว้บนแผ่นหินโดยรอบ โชคดีที่คณะของเรามี เหล่าซือคล่อง ศิรประภาธรรม "มัคคุเทศก์ป้ายทอง" ผู้รอบรู้ มานำชมอีกเช่นเคย โดยเหล่าซือได้อธิบายความในหลายๆ ภาพอย่างละเอียดตามแต่เวลาจะอำนวย 

ในบรรดาภาพทั้ง 60 ภาพ มีบางภาพยังเป็นที่ถกเถียงกัน บางภาพยังไม่มีใครถอดรหัสได้ ผมได้ทราบจาก "ไกด์แอน" ธันวา น้องชายร่วมสาบานในสวนท้อของผมว่า เหล่าซือสนุกกับภาพพยากรณ์เหล่านี้มาก และสามารถ "แกะ" ความหมายออกมาได้หลายต่อหลายภาพ



[ภาพส้ม 21 ผล จากหนังสือของหยวนเทียนกังและหลี่ฉุนเฟิงที่เหล่าซือส่งให้ผม
มาจาก www.tianya.cn]

ขอยกตัวอย่างภาพที่ดังที่สุดภาพหนึ่งนะครับ (ดูภาพประกอบด้านบน) เป็นส้มหลายผลอยู่ในถาด นับรวมแล้วได้ 21 ผล ที่น่าสนใจคือ หนึ่งในนั้นเป็นส้มที่ไม่มี "ก้าน" 

หลายคนตีความว่า ส้มทั้ง 21 ผล หมายถึงฮ่องเต้ราชวงศ์ถัง 21 พระองค์ ส่วนส้มผลที่ไม่มีก้าน หมายถึง "บูเช็คเทียน" ฮ่องเต้หญิงองค์เดียวของจีน 

(บูเช็คเทียนได้ขึ้นครองบัลลังก์มังกรต่อจากถังรุ่ยจง ฮ่องเต้องค์ที่ 5 ของราชวงศ์ถัง ผู้เป็นโอรสของนางเอง แต่นางเปลี่ยนชื่อราชวงศ์เป็น "โจว" ก่อนจะเปลี่ยนกลับเป็นราชวงศ์ถังหลังยุคของนาง)

[ภาพพยากรณ์ที่ 45 เป็นภาพที่ผมข้องใจที่สุด 
อยากทราบความนัยที่ซ่อนอยู่]

อย่างไรก็ตาม ในบรรดาภาพแกะสลัก 60 ภาพ มีภาพหนึ่งซึ่งผมฉงนสงสัยถึงความหมายของมันเป็นอย่างยิ่ง.. 

ภาพนี้มีคนอยู่สองคน ลักษณะเหมือนจะพุ่งหอกหรืออาวุธบางอย่างไปยัง "พระอาทิตย์" ผมแอบนึกในใจว่ามันจะสื่อความหมายดังที่ผมคิดหรือไม่ แต่ก็ไม่กล้าสรุป 

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงสอบถามไปยังเหล่าซือคล่อง รบกวนให้ท่านช่วยตีความให้ เหล่าซือท่านก็เมตตา ช่วยแปลให้แบบคำต่อคำ และถอดรหัสหาความนัยที่แฝงไว้ให้ด้วย

สิ่งที่ผมได้ยินจากเหล่าซือ คล้ายคลึงกับที่ผมคิดไว้อย่างยิ่ง แต่ละถ้อยคำในบทกวีนั้นน่าประหวั่นพรั่นพรึงอยู่ไม่น้อย

แต่ได้ยินจากไกด์ท้องถิ่นว่า คนจีนเขาถือกันว่าจะไม่พยายามแสวงหาความหมายจากภาพพยากรณ์เหล่านี้ไปในอนาคต เพราะหากรู้มากไปจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี 

ความหมายแฝงของภาพที่ 45 นี้ก็เช่นกัน ผมคิดว่าพูดไปแล้วน่าจะ "เสีย" มากกว่า "ดี" และไม่แน่ว่าอาจจะไม่ได้เป็นแบบที่ผมคิดก็ได้

ด้วยเหตุนี้ จึงขออนุญาตเก็บเอาไว้กับตัวเองไม่กล้าบอกใคร...ตลอดกาล

เดี๋ยวในตอนหน้า เราจะเดินทางกลับเข้าสู่เฉิงตู หรือเมือง "เซงโต๋" เมืองหลวงของจ๊กก๊ก ซึ่งเป็นปลายทางสุดท้ายของปฏิบัติการ "ตามรอยสามก๊ก" โปรดติดตามด้วยใจระทึกเถิด


No comments:

Post a Comment

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ