Tuesday, August 5, 2014

การขอวีซ่าจีนด้วยตนเอง


โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช

(เขียนเมื่อ 4 สิงหาคม 2557) 

วันนี้จะขออธิบายเรื่องไม่สนุก แต่มีสาระ และเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่อยากเดินทางไปเที่ยวเมืองจีนด้วยตนเองเหมือนผมนะครับ นั่นก็คือ "การยื่นขอวีซ่าจีน"

การขอวีซ่า

ก่อนจะเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศจีน สิ่งแรกที่ต้องทำคือขอวีซ่าเสียก่อน ปกติการขอวีซ่าจีนถือว่าไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากนัก มีพวกบริษัททัวร์เป็นเอเยนต์รับทำให้อยู่แล้ว เสียค่าบริการประมาณ 300-500 บาทต่อคน (ไม่รวมค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้สถานทูต) แต่ถ้าไม่อยากเสียเงินก็ไปทำเองได้

[ช่วงเก้าโมงกว่า คนจะเยอะทีเดียว] 
เอกสารที่ต้องใช้

การขอวีซ่าจีนด้วยตนเองถือว่าไม่ยาก แค่ยื่นเอกสารให้ครบโดยไม่ต้องมีการสัมภาษณ์ ส่วนใหญ่ก็จะได้รับอนุมัติแทบทั้งนั้น  โดยเอกสารที่ต้องใช้มีดังนี้

  1. แบบขอวีซ่า: ดาวน์โหลดได้ที่ http://www.china-embassy.org/eng/visas/P020130830084172690840.pdf พยายามกรอกให้ครบ ช่องไหนไม่มี ให้เขียน “N/A” หรือ “NONE” ที่สำคัญคือ ต้องเป็นเวอร์ชั่น 2013 เท่านั้น!! ถ้าเป็นเวอร์ชั่น 2011 จะใช้ไม่ได้ โปรดสังเกตที่ด้านบนขวาของตัวแบบ 
  2. รูปถ่ายสี 2 X 2 นิ้ว จำนวน 1 รูป ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ทากาวแปะที่หน้าแรกของแบบ (เรื่องไม่เกิน 6 เดือนนี่ไม่ซีเรียส ขอให้เป็นรูปเราจริงๆ ก็แล้วกัน)
  3. ตัวเล่มพาสปอร์ต พร้อมถ่ายสำเนาหน้าแรกและเซ็นรับรอง 1 ชุด
  4. สำเนาตั๋วเครื่องบิน 1 ชุด
  5. ใบจองที่พัก 1 ชุด เช่น ถ้าจองผ่าน Agoda.com ก็ให้ปริ๊นท์ใบยืนยันการจองที่ส่งมาทางอีเมล์ แผ่นเดียวพอแล้ว
ข้อควรรู้เกี่ยวกับเอกสาร

  • ปัจจุบันไม่ต้องใช้ Statement จากธนาคารแล้ว
  • กรณีขอหลายคน สามารถให้หนึ่งในคนที่จะร่วมเดินทางเป็นตัวแทนไปยื่นได้ ไม่จำเป็นต้องไปกันทุกคน และไม่ต้องใช้ใบมอบอำนาจ
  • การพิจารณาออกวีซ่าของสถานทูตจีน แม้จะไม่ยาก แต่มีข้อจำกัดเฉพาะตัวบางประการ เช่น หากเป็นสาวประเภทสอง ชื่อเป็นชาย แต่เขียนหน้าทาปากเป็นผู้หญิง อย่างนี้อาจถูกปฏิเสธได้ เพราะประเทศจีนค่อนข้างอ่อนไหวในเรื่องพวกนี้

[ผู้ที่มาก่อน 8.00 น. จะให้นั่งรอหน้าประตูก่อน พอ 8.00 น. ตึกเปิด จึงให้ไปเข้าคิวด้านใน] 
สถานที่

สถานที่ขอวีซ่าจีนอยู่ที่อาคาร AA ใกล้สถานทูตจีนและห้างฟอร์จูนทาวน์ หากเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน ให้ลงที่สถานีพระรามเก้า ทางออกที่ 1 (ทางออกเดียวกับห้างฟอร์จูน) แล้วเดินเท้าอีกประมาณ 400 เมตร (ระหว่างเดิน ถนนรัชดาจะอยู่ขวามือ) จนเหงื่อแตกซิกซิกจึงจะถึง หรือสามารถเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากหน้าสถานีรถไฟใต้ดิน บอกว่าไปตึก AA (เอเอ

ถ้าขับรถมา จอดได้ที่เซ็นทรัลพระรามเก้า (3 ชั่วโมงแรกจอดฟรีไม่เสียเงิน แต่อย่าลืมไปอุดหนุนกิจการเขาด้วยนะครับ) แล้วข้ามมาอีกฝั่งถนน โดยเดินลอดใต้ถนนมาทางสถานี MRT พระรามเก้า หรือจะจอดที่ตึกฟอร์จูนก็ได้ แล้วเดินหรือขึ้นมอเตอร์ไซค์ต่อเอา

ถ้านั่งแท็กซี่มา ก็บอกแท็กซี่ว่าไปรัชดาซอย 3 แล้วลงที่หน้าปากซอย อยู่ตรงนั้นเลย


[จุดรับบัตรคิว] 
เวลา

ทางศูนย์จะเปิดให้รับบัตรคิวประมาณ 8.30 น. และจะเปิดให้ยื่นเอกสารตั้งแต่ 9.00-11.30 น. หากไม่อยากรอนาน หรือต้องไปทำงานต่อ แนะนำให้มาไม่เกิน 8.00 น. พี่ รปภ.จะให้เข้าคิวรอที่ชั้นล่าง พอถึง 8.30 น. ก็จะเปิดให้เดินขึ้นบันไดไปรับบัตรคิวที่ชั้น 2  และจะเริ่มให้ยื่นเอกสารตั้งแต่ 9.00 น.

ผมเคยลองจับเวลาขณะรอยื่นเอกสาร 1 คิวใช้เวลาประมาณ 3 นาที และมักจะเปิดให้ยื่นแค่ 2-3 ช่อง ดังนั้น สมมุติว่าได้คิวที่ 10 ก็ต้องรอประมาณ 30 นาที แต่ถ้าได้คิวที่ 50 ก็ต้องรอหลายชั่วโมง จึงแนะนำให้มาเร็วหน่อยจะสะดวกกว่า


[เคาน์เตอร์]

การตรวจเอกสาร

พอถึงคิวเรา เจ้าหน้าที่จะตรวจเอกสาร หากมีจุดที่ต้องแก้ไขก็จะแจ้งให้เราทราบและแก้ไขกันตรงนั้น ใช้เวลาประมาณ 3-4 นาที โดยจะออกใบรับสีชมพูให้ ใบรับนี้อย่าทำหายนะครับ เดี๋ยวจะวุ่นวาย


[วันไปรับพาสปอร์ต เข้าคิวช่องแรกซ้ายสุดได้เลย]

ค่าธรรมเนียมและระยะเวลากว่าจะได้พาสปอร์ตคืน

การขอวีซ่าจีนมีค่าธรรมเนียม 1,000 บาท หลังจากยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้ว ต้องรอประมาณ 3-4 วันทำการจึงจะได้ (ซึ่งถือว่าเร็วมากแล้วเมื่อเทียบกับวีซ่าประเทศอื่นๆ) แต่สามารถยื่นขอแบบเร่งด่วน ได้รับภายใน 2-3 วัน ค่าธรรมเนียมเพิ่มเป็น 1,800 บาท หรือแบบด่วนสุดคือวันเดียวได้ ค่าธรรมเนียม 2,200 บาท ทั้งหมดนี้สำหรับการเข้าประเทศจีนครั้งเดียว ถ้าแบบเข้าจีนได้หลายครั้งค่าธรรมเนียมก็จะแพงกว่า

การไปรับวีซ่าจีน

ไปรับได้ระหว่าง 9.00-11.30 น. รอคิวไม่นานมากครับ ที่เดียวกับตอนยื่นเอกสาร ขึ้นไปชั้น 2 ได้เลย แต่ไม่ต้องรับบัตรคิว ให้ถือใบรับสีชมพูไปเข้าคิวรอชำระเงินที่ช่องซ้ายสุด พอชำระแล้วก็เอาใบเสร็จไปต่อคิวช่องที่อยู่ติดกัน เพื่อขอรับตัวเล่ม 

ในตอนหน้าจะมาสอนวิธีกรอกแบบยื่นขอวีซ่าโดยละเอียดอีกครั้งนะครับ

---------------------

หมายเหตุ - ระเบียบการขอวีซ่าจีนเปลี่ยนค่อนข้างบ่อย จึงควร recheck ก่อนนำข้อมูลไปใช้ ผู้เขียนไม่สามารถรับผิดชอบใดๆ ในการนำข้อมูลนี้ไปใช้ทั้งสิ้น

No comments:

Post a Comment

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ