Thursday, August 7, 2014

ว่าด้วยเรื่อง ... แท็กซี่เมืองจีน


การเดินทางด้วยแท็กซี่ในเสฉวน รวมทั้งอีกหลายเมืองใหญ่ๆ ในประเทศจีน ถือว่าค่อนข้างสะดวกครับ แต่แน่นอนว่า คนขับแทบทุกคนสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ ดังนั้น ถ้าเราพูดจีนไม่เป็น ก็ขอให้เตรียมชื่อของจุดหมายที่ต้องการเดินทางไปเป็นตัวเขียนจีนเอาไว้ก่อน พอขึ้นรถก็ยื่นให้เขาดู

แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้น แนะนำว่า ให้ลองออกเสียงชื่อสถานที่ที่จะไปเป็นสำเนียงจีน (ถ้าทำได้) ถ้าเขาฟังไม่รู้เรื่องค่อยหยิบโพยให้ดู จะสะดวกกว่า

ที่สำคัญคือ แท็กซี่ที่นี่ไม่มีการปฏิเสธผู้โดยสารเป็นอันขาด 

ครั้งแรกๆ ที่ผมขึ้นแท็กซี่จีน ไอ้เราก็ทำไปตามความเคยชินของคนกรุงเทพ คือเปิดประตูแล้วแต่ยังไม่กล้าก้าวขึ้นรถ ก็บอกจุดหมายปลายทางที่ต้องการไปให้รู้ก่อน แล้วถามคนขับว่าจะไปไม่ไป พี่คนขับได้ยินดังนั้น จึงสวนกลับมาว่า “คุณจะถามทำไมเล๊า รีบๆ ขึ้นมาสิ คุณเรียกผมก็ต้องไปอยู่แล้ว” 

เพราะฉะนั้น ถ้าจะขึ้นแท็กซี่ที่เมืองจีน หากเขาเปิดไฟ แปลว่าพร้อมรับผู้โดยสาร เราก็ก้าวขึ้นรถไปได้เลย  ไม่ต้องกลัวจะถูกเชิญลงแล้วอ้างว่าต้องไปส่งรถ (เดี๋ยวนี้บ้านเราเองเรื่องนี้ก็ดีขึ้นเยอะแล้ว ยกเว้นจะไปเรียกแท็กซี่ตอนฝนตกหรือคืนวันศุกร์ อันนั้นยังคงยากอยู่)

ส่วนเรื่องค่าโดยสาร อัตราเริ่มต้นจะสูงกว่าที่กรุงเทพเล็กน้อย อย่างในมณฑลเสฉวน ค่าแท็กซี่เริ่มต้นประมาณ 8-9 หยวน (ราวๆ 40-45 บาท) จากนั้นก็คิดไปตามระยะทาง ซึ่งถูกกว่าเมืองใหญ่ๆ อย่างปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้ ที่สตาร์ท 13 หยวน (70 กว่าบาท) ขึ้นไปทั้งนั้น

แต่ไม่ว่าจะเป็นแท็กซี่เมืองไหนก็มีข้อดีเหมือนกัน คือ "ไม่ค่อยตุกติก" ไม่ใช่ว่าคุณธรรมสูงส่งอะไรนะครับ แต่เป็นเพราะมิเตอร์ในรถทุกคันจะออกใบเสร็จให้ พอถึงที่หมาย คนขับกดปุ่ม ใบเสร็จก็จะไหลออกมา (ซึ่งของไทยไม่มีตรงนี้) และเราก็ควรจะรับใบเสร็จนั้นไว้ เผื่อลืมของจะได้ตามได้

เรื่องออกใบเสร็จนี่ เป็นอีกจุดหนึ่ง ที่ผมว่าแท็กซี่ไทยน่าจะมีมากๆ


เรื่องความปลอดภัยก็ไม่ค่อยมีปัญหาครับ แท็กซี่ในเมืองใหญ่ๆ มักจะมีกระจกกั้นระหว่างคนขับกับผู้โดยสาร ไม่สามารถทำร้ายกันและกันได้ ส่วนในเสฉวนนี่มีเฉพาะบางคัน แต่ผมก็ไม่เคยได้ยินเหมือนกันว่ามีแท็กซี่จีนปล้นผู้โดยสาร หรือพาไปทำมิดีมิร้ายนะ

ข้อดีอีกอย่างคือ แท็กซี่ที่จีนแทบทุกคัน จะมีแบงก์เตรียมไว้ทอนเป็นฟ่อน คือเขาจะรู้หน้าที่เลยว่าตัวเองขับแท็กซี่ ต้องมี “เงินทอน” ตลอดเวลา อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ค่อนข้างสบายใจได้ แต่ทางที่ดี เตรียมแบงก์ย่อยไว้เถอะครับ เพื่อความสะดวก

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของแท็กซี่จีนก็คือ ออกจะทำ "ตามใจฉัน" ค่อนข้างมาก เช่น อยากปิดแอร์ก็ปิด อยากเปิดก็เปิด บางทีอากาศมันเย็น เขาเปิดกระจกรับลม เราก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่คนขับบางคน เรานั่งอยู่บนรถแท้ๆ มันควักบุหรี่ออกมาสูบหน้าตาเฉย อันนี้เจอบ่อยมาก เป็นสิ่งหนึ่งที่แท็กซี่ไทยไม่กล้าทำ ขืนทำมีหวังโดนร้องเรียน ปรับอานแน่


มีเรื่องอยากเล่าให้ฟังปิดท้าย คือคนขับแท็กซี่จีนแทบทุกคน พอรู้ว่าผมเป็นคนไทย ก็มักจะแสดงอาการตื่นเต้น ชวนเราคุยยาวๆ ทีนี้ ถ้าเป็นเรื่องทั่วๆ ไป ผมก็พอคุยได้บ้าง แต่เขาชอบถามเรื่องการบ้านการเมือง อันนี้เจอบ่อยมากๆ (ความสนใจเหมือนแท็กซี่ไทยเลย) เช่น ที่ไปล่าสุดนี่ก็ถามถึงนายกยิ่งลักษณ์ (อิง-ลา) เรื่องปิดถนนประท้วง เรื่องการรัฐประหาร 

มาอีหรอบนี้ ต่อให้อยากคุยก็คุยลำบาก มันต้องคิดคำพูดเยอะเกิน ก็ได้แต่บอกว่า “หว่ออยากคุยกะหนี่นะ แต่ภาษาจีนหว่อไม่ค่อยแข็งแรงอ่ะ” 

เรื่องพวกนี้ ทำให้รู้สึกได้เลยว่า เมืองไทยยังเป็นอะไรที่น่าสนใจเสมอสำหรับคนจีน ไม่ว่าจะในทางบวกหรือทางลบก็ตาม 

ก่อนจบ ขอบอกว่า ที่ผมเล่ามานี่ มาจากประสบการณ์โดยรวมๆ นะครับ เพราะคำว่า “เมืองจีน” นี่ เป็นอะไรที่กว้างใหญ่ไพศาลมาก ประสบการณ์ของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน หากใครเคยมีประสบการณ์ที่แตกต่างเกี่ยวกับแท็กซี่จีนก็แบ่งปันกันได้ ไม่มีปัญหาครับ

No comments:

Post a Comment

คิดยังไงกับบทความของผม แบ่งปันกันได้ครับ เสร็จแล้วขอตรวจสอบสักครู่ เพื่อป้องกันพวก Spam แล้วคอมเม้นท์จะปรากฏเร็วที่สุดคร้าบบบ