Wednesday, January 14, 2015

สามถนนน่าเดินในเฉิงตู



ในเมืองเฉิงตู มี "ถนนคนเดิน" ที่น่าไปเดินเที่ยวมากๆ อยู่สามแห่ง ไปดูกันนะครับว่าที่ไหนบ้าง 

ถนนโบราณจิ๋นหลี่ (里古)
เป็นถนนที่อยู่ติดกับศาลขงเบ้ง นักท่องเที่ยวที่มาเยือนศาลขงเบ้งเสร็จแล้ว สามารถออกมาเดินเล่นที่นี่ได้เลย จิ๋นหลี่ถือเป็นถนนวัฒนธรรม ตกแต่งแบบย้อนยุค (ลองนึกถึงภาพหนังจีนกำลังภายใน เวลาตัวละครมาเดินตลาด จะเป็นบรรยากาศแบบนั้น) เต็มไปด้วยกลิ่นอายของสามก๊ก ตัวถนนมีการตกแต่งอย่างสวยงาม มีของเก่าๆ มากมาย  มีร้านอาหาร ร้านน้ำชา โรงเตี๊ยม โรงงิ้ว (งิ้วที่แสดงก็มักเป็นเรื่องสามก๊ก) และมีของที่ระลึกเกี่ยวกับสามก๊กขายเยอะมาก ร้านอาหารหลายร้านตกแต่งเป็น เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย มีของกินข้างทางอร่อยๆ จำนวนมาก ถือเป็นถนนที่แฟนสามก๊กควรไปให้ได้สักครั้งครับ




ถนนควานจ๋าย (窄巷)
อันที่จริง ถนนนี้ต้องเรียกว่า “ซอย” เพราะชื่อถนน คือ “ควานจ๋ายเซี่ยงจื่อ” แปลว่า “ซอยกว้าง-ซอยแคบ” (กว้าง = , แคบ = , ซอย = ) ถนนควานจ๋าย ถือเป็นถนนอนุรักษ์ที่มีสีสันที่สุดของเมืองเฉิงตู แบ่งออกเป็นสองส่วนตามชื่อ คือส่วนที่เป็น “ซอยกว้าง” และส่วนที่เป็น “ซอยแคบ”

เริ่มจากส่วนที่เป็น “ซอยกว้าง” จะเป็นถนนใหญ่สองฟาก รถยนต์วิ่งผ่านได้ ร้านที่นี่หนักไปทางร้านอาหารหรูๆ มีรถบัสพาทัวร์มาลงกันเยอะแยะ อีกส่วนคือ “ซอยแคบ” เป็นถนนคนเดิน เหมาะสำหรับเดินเล่นชิล ชิล ตกแต่งเป็นสไตล์โบราณ (แต่หรู) เต็มไปด้วยร้านรวงเก๋ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผับ บาร์ เต็มสองฝั่ง นอกจากนี้ ยังมี ร้านกาแฟ แกลเลอรี่ ร้านขายภาพวาด งานศิลปะ ร้านหนังสือ ร้านขายของที่ระลึก และมีสตาร์บัคส์ที่ได้รับการโหวตว่าสวยติดอันดับต้นๆ ของโลกอยู่ที่นี่ด้วย ต้องมาเดินให้ได้ครับ

ถนนควานจ๋ายนี้ แนะนำให้มาเดินเล่นช่วงบ่ายแก่ๆ หรือตอนเย็น บรรยากาศจะดีมาก สามารถเดินถ่ายรูปได้ทั้งถนน แนะนำให้ทานอาหารให้อิ่มมาจากที่อื่น เพราะร้านที่นี่ค่อนข้างแพง เหมาะสำหรับมานั่งจิบกาแฟหรือกินเหล้าจะเหมาะกว่า



ถนนซุนซี (春熙)
เป็นถนนสมัยใหม่ ขนาดใหญ่ อยู่ใจกลางเมือง เทียบได้กับ Time Square ของ New York หรือถนนหนานจิงของเซี่ยงไฮ้ มีแต่แบรนด์เนมดังๆ และร้านอินเตอร์ทั่วไป เหมาะสำหรับมาเดินเล่นเปิดหูเปิดตา ดูแสงสี กินข้าว คนที่อยู่เมืองจีนหลายวันจนเบื่อ (เช่น ผมเอง) มาหาแม็คโดนัลด์หรือ KFC กินที่นี่ก็ช่วยแก้เบื่อไปได้ แต่ราคาสินค้าแบรนด์ก็ออกจะพอๆ กับกรุงเทพฯ ของเรา ไม่ได้ถูกน่าช้อปเหมือนฮ่องกง จึงไม่จำเป็นต้องตั้งใจมาซื้ออะไรที่นี่ครับ

สรุปว่าเฉิงตูเป็นเมืองที่มีถนนน่าเดินเยอะมาก มีให้เลือกครบทุกรสชาติทุกบรรยากาศ ท่านสามารถจัดเวลาเลือกเดินเที่ยวได้ตามความชอบและเวลาที่มีครับ

Saturday, January 10, 2015

ชมแพนด้าที่เสฉวน


ชัชวนันท์ สันธิเดช

"ศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์แพนด้า"(Chengdu Research Base of Giant Panda Breeding 成都大熊猫繁育研究基地)หรือที่บางคนเรียกสั้นๆ ว่า "ศูนย์แพนด้า" (Panda Base) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ (หากไม่ใช่อันดับหนึ่ง) ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนมณฑลเสฉวน

ศูนย์แพนด้า อยู่ห่างจากตัวเมืองเฉิงตูออกมาเพียง 10 กม. เนื้อที่กว้างขวางกว่า 92 เอเคอร์ เป็นถิ่นที่อยู่ของแพนด้าจำนวนมาก บรรยากาศภายในศูนย์ร่มรื่นสุดๆ สภาพแวดล้อมถูกสรรค์สร้างให้คล้ายคลึงกับถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติของแพนด้า จึงเต็มไปด้วยต้นไผ่ และพืชพันธุ์มากมาย

แนะนำให้มาตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อชมการให้อาหารแพนด้า ระหว่างเวลา 8.00-9.00 น. ท่านจะได้เห็นแพนด้ากินต้นไผ่ มีครอบครัวแพนด้าล้อมวงทานอาหารเช้า อากัปกิริยาน่ารักน่าเอ็นดูยิ่ง (หากมาหลังเก้าโมงเช้าจะอดดูการให้อาหาร)
(ครอบครัวแพนด้าล้อมวงกินข้าวเช้า)

ภายในศูนย์ จะมีแพนด้าให้ชมประมาณ 4-5 จุดหลัก รวมๆ แล้วหลายสิบตัว และยังมี “แพนด้าแดง” ลักษณะคล้ายแรคคูนให้ดูด้วย นอกจากนี้ยังมีห้องนิทรรศการ มีร้านขายของที่ระลึก ฯลฯ

สำหรับคนที่อยากเจอ  “หลินปิง” แพนด้าน้อยที่เกิดที่เชียงใหม่อาจจะต้องผิดหวัง เพราะหลินปิงไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ถูกส่งตัวไปที่ “ปี้เฟิงเสีย” ศูนย์อนุรักษ์แพนด้าอีกแห่งหนึ่ง อยู่ในมณฑลเสฉวนเช่นกัน

ค่าบัตรผ่านประตูของที่นี่ 58 หยวน สามารถเดินเล่นได้ทั้งวัน แต่ใช้เวลาแค่ 2-3 ชั่วโมงก็ชมจุดสำคัญได้ทั่วแล้วครับ 
(แพนด้าแดง เหมือนแรคคูนมาก)
วิธีเดินทาง

ทีนี่มีรถเมล์หลายสายวิ่งผ่าน แต่เนื่องจากไม่ได้ไกลมาก หากไปกันหลายคนจึงแนะนำให้เรียกแท็กซี่จากตัวเมืองเฉิงตูได้เลย ค่าแท็กซี่ประมาณ 60 หยวน หรือไม่อย่างนั้น อีกทางเลือกที่นิยมกันก็คือ ซื้อทัวร์จากโรงแรมที่พัก ราคาประมาณร้อยหยวนต้นๆ ซึ่งจะรวมทั้งค่าเดินทาง (โดยมากจะเดินทางโดยรถตู้) และค่าบัตรผ่านประตูไว้เสร็จสรรพ ก็สะดวกดีและไม่เปลืองเวลาด้วยครับ

Friday, January 9, 2015

พระใหญ่เล่อซาน



ชัชวนันท์ สันธิเดช

"พระใหญ่เล่อซาน" (เล่อซานต้าโฝ 乐山大佛) เป็นพระพุทธรูปหินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของจีน สร้างขึ้นโดยการเจาะหินบนหน้าผา แล้วสลักออกมาเป็นรูปร่าง

พระใหญ่เล่อซาน หรือที่คนไทยมักเรียกว่า “หลวงพ่อโต” มีความสูงถึง 71 เมตร เริ่มต้นสร้างสมัยราชวงศ์ถัง ตรงหน้าผาริมแม่น้ำ จุดที่แม่น้ำหมินเจียง ไหลมาบรรจบกับ แม่น้ำชิงอี ทางใต้ของมณฑลเสฉวน โดยหันพระพักตร์ไปยังเขาง้อไบ๊ ทางทิศตะวันตก

พระพุทธรูปยักษ์องค์นี้ ริเริ่มสร้างโดยพระสงฆ์รูปหนึ่ง ชื่อพระอาจารย์ไห่ทง เพื่อให้ช่วยคุ้มครองชาวบ้าน เนื่องจากบริเวณนั้นกระแสน้ำเชี่ยวกราก ทำให้เรือล่มบ่อยครั้ง ผู้คนล้มตายมากมาย

แต่แล้ว จนพระอาจารย์มรณภาพ องค์พระเพิ่งจะสร้างเสร็จเพียงส่วนพระเศียร (หัว) ต้องให้ลูกศิษย์รุ่นหลังมาสานต่อ ใช้เวลาทั้งหมด 90 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์ ถือเป็นความมหัศจรรย์ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าคนสมัยนั้นซึ่งไม่มีเทคโนโลยีใดๆ จะสามารถทำได้

นอกจากนี้ ภายในองค์พระยังมีการขุดระบบระบายน้ำ ให้น้ำไหลผ่านจากบนเขาลงสู่ด้านล่าง ไปยังบ่อน้ำทิ้งบนพื้นดินห่างจากองค์พระออกไปไกลพอสมควร  ทำให้พระพุทธรูปเล่อซานยืนยงคงอยู่มาได้อย่างยาวนาน แม้จะตากแดดตากฝนมานานนับเป็นพันๆ ปี

ในปี 1996 พื้นที่บริเวณเขาง้อไบ๊และพระใหญ่เล่อซานโดยรอบ ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกด้วย

ในการเที่ยวชมพระใหญ่เล่อซาน มีอยู่สองทางเลือก หนึ่งคือ “ล่องเรือชม” เสียค่าบัตรขึ้นเรือ 70 หยวน ซึ่งจะได้เห็นพระทั้งองค์ชัดเจน โดยเรือจะหยุดให้ถ่ายภาพ ณ จุดที่เห็นวิวชัดเจนที่สุด 

แต่ถ้าอยากสัมผัสของจริง ให้ซื้อบัตรผ่านประตู 90 หยวน เข้าไปชมให้ถึงองค์พระ โดยในการเที่ยวชมองค์พระ ต้องเดินเรียงหนึ่งจากบนหน้าผา คือส่วนยอดสุดของพระเศียร (หัว) ลงบันไดสูงชันมาที่พระบาท (เท้า) ด้านล่างสุด หากเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ คนจะเยอะมาก และต่างคนต่างหยุดถ่ายรูปทำให้การจราจรติดขัด ต้องเตรียมใจไว้สักหน่อย แต่กรณีซื้อบัตรผ่านประตู 90 หยวน จะได้ชมวัดข้างในด้วย

วิธีเดินทางไป

จากเมืองเฉิงตู ขึ้นรถที่สถานีซินหนานเหมิน ไปยังเมืองเล่อซาน ลงที่สถานีเสี้ยวป้า (สถานีรถบัสประจำเมืองเล่อซาน) แล้วนั่งรถเมล์สาย 13 หรือต่อแท็กซี่ไปถึงพระใหญ่ หากเที่ยวพระใหญ่เสร็จแล้วจะไปง้อไบ๊ ก็กลับมาขึ้นรถที่เสี้ยวป้า ซื้อตั๋วไปเขาง้อไบ๊ ลงที่สถานีเป้ากว้อสื้อ (สถานีรถบัสประจำเขาง้อไบ๊) 

คำแนะนำจากแฟนพันธุ์แท้

สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป แนะนำให้เที่ยวพระใหญ่เล่อซานกับง่อไบ๊ด้วยกัน เป็นทริปย่อย 2 วัน 1 คืน ออกจากเฉิงตูช่วงเช้า ไปถึงพระใหญ่เที่ยงๆ เที่ยวชมองค์พระ บ่ายแก่ๆ ไปง้อไบ๊ ค้างที่ตีนเขาหนึ่งคืน วันรุ่งขึ้นเที่ยวง้อไบ๊ได้ทั้งวันแล้วค่อยกลับเข้าเฉิงตูครับ